วันนี้พามาฟังบทความของคุณอู๋เลี่ยงเหิงเกี่ยวกับเรื่องแมวๆ ในภาษาจีนมีศัพท์นึงที่น่าสนใจมากๆ นั่นก็คือคำว่า “吸貓” หากแปลตรงตัวจะแปลว่าสูดดมแมว เพราะคำว่า “吸”แปลว่าดูด ในที่นี้หมายการกอดและสูดดมแมวหรือเล่นกับแมวเพื่อความผ่อนคลายอย่างที่เหล่ามนุษย์ชอบทำ คล้ายคลึงกับคำว่าเติมแมวในภาษาไทย เพียงแต่คำว่าเติมแมวสามารถใช้ในกรณีการดูรูปภาพแมวก็ถือว่าได้เติมแมวแล้ว แต่คำว่า “吸貓” เป็นคำที่กระทำจริง
คุณอู๋เล่าว่าครั้งหนึ่ง เขาเคยเป็นทาสรักสุนัขตัวยง และเชื่ออย่างสุดใจว่าสุนัขคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุดของมนุษย์ หลังจากย้ายมาอยู่ทางภาคเหนือของไต้หวัน เนื่องด้วยข้อจำกัดของการใช้ชีวิตในเมือง และความวุ่นวายของงาน ทำให้รู้สึกว่าในใจขาดที่ยึดเหนี่ยวทางอารมณ์และสิ่งสำคัญบางอย่างไป จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้เห็นคำกล่าวของมาร์เซล มอสส์ นักมานุษยวิทยาชาวฝรั่งเศส ที่ว่า "มนุษย์ทำให้สุนัขเชื่อง แต่แมวทำให้มนุษย์เชื่อง" ซึ่งทำให้เขาได้ย้อนกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ และระหว่างที่ทำงานอยู่ทางภาคเหนือ เขาก็ได้พบกับแมวตัวแรกในชีวิต ซึ่งได้เปิดฉากบทใหม่ของชีวิตในการเป็น "ทาสแมว" อย่างไม่คาดคิด
หากจะถามว่าทำไมคนยุครุ่นปัจจุบันถึงยอมจำนนต่ออุ้งเท้าของเจ้านายแมว อาจจะมีคำตอบเป็นร้อยๆ เหตุผลจากทาสแมว อย่างไรก็ตาม บันทึกทางประวัติศาสตร์มากมายบอกเราว่า เมื่อหลายพันปีก่อน แมวก็เป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตมนุษย์แล้ว นอกจากแมวจะมีไว้เพื่อเยียวยาจิตใจหรือจับหนูแล้ว ในอดีตยังได้รับมอบหมายเป็นตัวแทนในการทำพิธีบูชายัญต่างๆ อีกด้วย โดยงานวิจัยเผยแพร่บนวารสาร ยังชี้ให้เห็นว่าการที่มนุษย์เริ่มเลี้ยงแมวอาจเริ่มต้นด้วยความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะการบูชาเทพเจ้าในอียิปต์ตั้งแต่เมื่อ 3,000 ปีก่อน แมวถูกยกย่องเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเทพีบาสท์ (Bast) เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความสุข ส่วนที่ประเทศจีนในสมัยราชวงศถังก็เคยมีพิธีเซ่นไหว้แมว หากใครจะเลี้ยงต้องมีสินสอด ซึ่งพิธีมักจัดขึ้นช่วงฤดูทำนา เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ พิธีดังกล่าวมีต้นตอมาจากประชาชนต้องการขอบคุณเหล่าแมวที่ช่วยจัดการหนูนา ซึ่งทำลายผลผลิตการเกษตรของพวกเขา

นอกจากนี้ ยังมีอีกแนวคิดที่อธิบายในมุมมองชีววิทยา งานวิจัยระบุว่า รูปลักษณ์ ท่าทาง และกิริยาของแมวมีความคล้ายคลึงกับเด็กทารกมาก ซึ่งดวงตาที่โตและปากที่เล็กของพวกมัน กระตุ้นสัญชาตญาณความรักแบบแม่อันไร้ขอบเขตในตัวมนุษย์ สำหรับการ "吸貓" หรือการเติมแมวของคนเมือง อาจสะท้อนถึงการต้องการ "การเยียวยา" อย่างหนึ่ง ซึ่งต่างจากภาพลักษณ์ที่ถูกกำหนดไว้ แมวก็เหมือนสุนัข คืออยู่เคียงข้างคุณในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น 1.保持距離的觀看奴才一舉一動 สังเกตการเคลื่อนไหวของทาสจากระยะไกล 2. 走至你腳下翻肚(但這是陷阱,我可以翻你不能摸)เดินมาล้มตัวนอนหงายท้องที่เท้าของคุณ (แต่นี่คือกับดัก ฉันหงายได้แต่เธอห้ามลูบ) 3.放出三絕「蹭蹭、踏踏,與呼嚕聲 การปล่อย 3 ท่าไม้ตาย ได้แก่ ถูไถ นวดๆ และเสียงครางเบาๆ ก็จะทำให้หัวใจของมนุษย์ที่ต้องเผชิญกับความกดดันมาเป็นเวลานานละลายได้ในทันที และเริ่มพูดคุยกับมันด้วยภาษางุ้งงิ้งราวกับมันเป็นเด็กน้อย
