Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

มาเติมแมวกันเถอะ บทความเกี่ยวกับการสูดดมแมว โดยอู๋เลี่ยงเหิง (吳亮衡 )

มาเติมแมวกันเถอะ บทความเกี่ยวกับการสูดดมแมว โดยอู๋เลี่ยงเหิง (吳亮衡)
มาเติมแมวกันเถอะ บทความเกี่ยวกับการสูดดมแมว โดยอู๋เลี่ยงเหิง (吳亮衡)

วันนี้พามาฟังบทความของคุณอู๋เลี่ยงเหิงเกี่ยวกับเรื่องแมวๆ ในภาษาจีนมีศัพท์นึงที่น่าสนใจมากๆ นั่นก็คือคำว่า 吸貓หากแปลตรงตัวจะแปลว่าสูดดมแมว เพราะคำว่า แปลว่าดูด ในที่นี้หมายการกอดและสูดดมแมวหรือเล่นกับแมวเพื่อความผ่อนคลายอย่างที่เหล่ามนุษย์ชอบทำ คล้ายคลึงกับคำว่าเติมแมวในภาษาไทย เพียงแต่คำว่าเติมแมวสามารถใช้ในกรณีการดูรูปภาพแมวก็ถือว่าได้เติมแมวแล้ว แต่คำว่า 吸貓 เป็นคำที่กระทำจริง

คุณอู๋เล่าว่าครั้งหนึ่ง เขาเคยเป็นทาสรักสุนัขตัวยง และเชื่ออย่างสุดใจว่าสุนัขคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุดของมนุษย์ หลังจากย้ายมาอยู่ทางภาคเหนือของไต้หวัน เนื่องด้วยข้อจำกัดของการใช้ชีวิตในเมือง และความวุ่นวายของงาน ทำให้รู้สึกว่าในใจขาดที่ยึดเหนี่ยวทางอารมณ์และสิ่งสำคัญบางอย่างไป จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้เห็นคำกล่าวของมาร์เซล มอสส์ นักมานุษยวิทยาชาวฝรั่งเศส ที่ว่า "มนุษย์ทำให้สุนัขเชื่อง แต่แมวทำให้มนุษย์เชื่อง" ซึ่งทำให้เขาได้ย้อนกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ และระหว่างที่ทำงานอยู่ทางภาคเหนือ เขาก็ได้พบกับแมวตัวแรกในชีวิต ซึ่งได้เปิดฉากบทใหม่ของชีวิตในการเป็น "ทาสแมว" อย่างไม่คาดคิด

หากจะถามว่าทำไมคนยุครุ่นปัจจุบันถึงยอมจำนนต่ออุ้งเท้าของเจ้านายแมว อาจจะมีคำตอบเป็นร้อยๆ เหตุผลจากทาสแมว อย่างไรก็ตาม บันทึกทางประวัติศาสตร์มากมายบอกเราว่า เมื่อหลายพันปีก่อน แมวก็เป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตมนุษย์แล้ว นอกจากแมวจะมีไว้เพื่อเยียวยาจิตใจหรือจับหนูแล้ว ในอดีตยังได้รับมอบหมายเป็นตัวแทนในการทำพิธีบูชายัญต่างๆ อีกด้วย โดยงานวิจัยเผยแพร่บนวารสาร ยังชี้ให้เห็นว่าการที่มนุษย์เริ่มเลี้ยงแมวอาจเริ่มต้นด้วยความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะการบูชาเทพเจ้าในอียิปต์ตั้งแต่เมื่อ 3,000 ปีก่อน แมวถูกยกย่องเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเทพีบาสท์ (Bast) เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความสุข ส่วนที่ประเทศจีนในสมัยราชวงศถังก็เคยมีพิธีเซ่นไหว้แมว หากใครจะเลี้ยงต้องมีสินสอด ซึ่งพิธีมักจัดขึ้นช่วงฤดูทำนา เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ พิธีดังกล่าวมีต้นตอมาจากประชาชนต้องการขอบคุณเหล่าแมวที่ช่วยจัดการหนูนา ซึ่งทำลายผลผลิตการเกษตรของพวกเขา 

เติมหมาเติมแมววันละนิดจิตแจ่มใส - Urban Creature

นอกจากนี้ ยังมีอีกแนวคิดที่อธิบายในมุมมองชีววิทยา งานวิจัยระบุว่า รูปลักษณ์ ท่าทาง และกิริยาของแมวมีความคล้ายคลึงกับเด็กทารกมาก ซึ่งดวงตาที่โตและปากที่เล็กของพวกมัน กระตุ้นสัญชาตญาณความรักแบบแม่อันไร้ขอบเขตในตัวมนุษย์ สำหรับการ "吸貓" หรือการเติมแมวของคนเมือง อาจสะท้อนถึงการต้องการ "การเยียวยา" อย่างหนึ่ง ซึ่งต่างจากภาพลักษณ์ที่ถูกกำหนดไว้ แมวก็เหมือนสุนัข คืออยู่เคียงข้างคุณในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง  ยกตัวอย่างเช่น 1.保持距離的觀看奴才一舉一動   สังเกตการเคลื่อนไหวของทาสจากระยะไกล 2. 走至你腳下翻肚(但這是陷阱,我可以翻你不能摸)เดินมาล้มตัวนอนหงายท้องที่เท้าของคุณ (แต่นี่คือกับดัก ฉันหงายได้แต่เธอห้ามลูบ) 3.放出三絕「蹭蹭、踏踏,與呼嚕聲 การปล่อย 3 ท่าไม้ตาย ได้แก่ ถูไถ นวดๆ และเสียงครางเบาๆ ก็จะทำให้หัวใจของมนุษย์ที่ต้องเผชิญกับความกดดันมาเป็นเวลานานละลายได้ในทันที และเริ่มพูดคุยกับมันด้วยภาษางุ้งงิ้งราวกับมันเป็นเด็กน้อย

 ในสายตาของคนนอก โลกของทาสแมวอาจดูแปลกประหลาดยิ่งนัก พวกเขาต้องยอมจำนนต่อทุกสิ่งอย่างและคอยรับใช้มันตลอดทั้งวัน แต่กลับยินดีที่จะทำ ถ้าคุณเคยสงสัยว่าทำไมเพื่อนที่เป็นทาสแมวถึงมีพฤติกรรมประหลาดนัก คุณก็คงนึกไม่ออกเหมือนกันว่า เมื่อบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ต้องมาเจอกับเหล่าเจ้าเหมียว จะเกิดประกายอะไรขึ้นบ้าง แม้คำว่า "ทาสแมว" อาจเพิ่งเกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่นี้ แต่ตำแหน่งทาสแมวนั้นมีตัวอย่างมากมายในประวัติศาสตร์โลกมานานแล้ว ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ สัญลักษณ์ของแมวในวัฒนธรรมอียิปต์โบราณปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ชาวอียิปต์โบราณอาจกล่าวได้ว่าเป็น ทาสแมวยุคแรกเริ่มที่สุดที่สามารถสืบค้นได้ สถานะของแมวสามารถพิสูจน์ได้จากจำนวนมัมมี่สัตว์ที่เป็นเครื่องบรรณาการฝังในสุสาน ซึ่งแมวครองอันดับหนึ่ง ชาวอียิปต์โบราณรักแมวเนื่องมาจากการบูชาเทพีบาสเตต (Bastet) ซึ่งเทพีบาสเตตเคยเป็นเทพีแห่งสงครามแห่งอียิปต์ตอนล่าง และค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นเทพีผู้พิทักษ์บ้านเรือน ทำให้ได้รับความเคารพและเป็นที่รักของชาวอียิปต์อย่างกว้างขวาง

 ในประวัติศาสตร์จีนก็มีทาสแมวเช่นกัน หวงถิงเจียน (黃庭堅) หนึ่งในสี่สี่นักอักษรวิจิตรผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ซ่ง ไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรกตัญญูเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้รักแมวอีกด้วย เล่ากันว่าในช่วงวัยหนุ่ม บ้านของเขามีหนูชุกชุมจนสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก เมื่อรู้สึกกลุ้มใจ เพื่อนจึงแนะนำให้เขาลองเลี้ยง 貍奴 แมวที่จับหนูได้ เขาจึงลังเล และเริ่มเลี้ยงแมวอย่างไม่เต็มใจนัก แต่จู่ๆ ก็กลายเป็นทาสแมวไปโดยไม่รู้ตัว น่าเสียดายที่ความสุขมักอยู่ไม่นาน แมวตัวนี้เสียชีวิตในอีกไม่กี่ปีต่อมา ทำให้หนูที่ขาดศัตรูตามธรรมชาติกลับมาวิ่งเล่นในบ้านอีกครั้ง และส่งเสียงดังในตอนกลางคืน ทำให้หวงถิงเจียน คิดถึงแมวตัวโปรดที่จากไปแล้วอีกครั้ง แม้จะเศร้าโศก แต่ปัญหากหนูในบ้านก็ยังต้องแก้ไข เช้าวันรุ่งขึ้น หวงถิงเจียนจึงออกสอบถามว่ามีใครให้รับเลี้ยงแมวบ้าง เมื่อได้ยินว่าบ้านเพื่อนเพิ่งคลอดลูกแมวหลายตัว เขาก็รีบไปเยี่ยมเยียนอย่างกระตือรือร้น ระหว่างทาง เขายังไม่ลืมที่จะเตรียมกิ่งหลิวที่เสียบปลาสดไว้เป็นสินสอด สุดท้ายหวงถิงเจียนก็สบตากับลูกแมวตัวหนึ่งที่มีลายสีดำข้างปาก และเขาก็พรรณนาว่ามันน่ารักราวกับคาบจักจั่นอยู่ในปาก อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ว่าคาบจักจั่นนั้นสามารถทำให้แมวตัวนี้ทำหน้าที่จับหนูได้สำเร็จตามจุดประสงค์หรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

寵物知識+/為什麼人喜歡「吸貓」?讓貓貓給你吸的訣竅大公開|照顧指南|寵物|元氣網

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解