1. มาถูกทาง? องค์กรตัวแทนนายจ้างเสนอรัฐบาลพิจารณาขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ระบบ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันเปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานนับวันรุนแรงขึ้น แม้รัฐบาลจะเปิดให้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้แล้ว แต่ภาคอุตสาหกรรมประเภท 3K ซึ่งหมายถึงงานหนัก สกปรก และอันตราย เช่น การกำจัดขยะ การรีไซเคิล และงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ยังมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม ขณะที่แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีจำนวนร่วม 95,000 คน เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาการหลบหนีได้ ควรพิจารณาเปิดให้พวกเขาเข้ารายงานตัวและลงทะเบียนเข้าสู่แรงงานในระบบ กลายเป็นแรงงานถูกกฎหมาย แก้ปัญหาได้ทั้งเรื่องการหลบหนีและภาวะขาดแคลนแรงงานได้

สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคธุรกิจลอุตสาหกรรมจัดการประชุมประจำปีเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน)
นายสวี่ ซูโป๋ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคธุรกิจลอุตสาหกรรมกล่าวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ปัญหา แรงงานต่างชาติหลบหนี ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของตลาดแรงงานนอกระบบในปัจจุบัน โดยเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจั๋ว หรงไท่ แห่งสภาบริหาร กำลังพิจารณาแนวทางในการส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้ามามอบตัว และเปิดโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภายในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังเห็นว่า ควรทบทวนบทลงโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันยังถือว่ามีความเข้มงวดไม่เพียงพอ

นายสวี่ ซูโป๋ (ยืน) ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน คนนั่งด้านซ้ายคือ นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรี (ภาพจากสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน)
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันจัดการประชุมเวทีเสวนานายกรัฐมนตรีกับผู้นำภาคธุรกิจ ปี 2568 โดยมีตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมสะท้อนปัญหาอย่างคึกคัก หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสวี่ซูโป๋ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ชี้แจงประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลนแรงงานและนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักให้การยอมรับแผนพัฒนากำลังแรงงานต่างชาติของรัฐบาล ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการเพิ่มค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นทุก 2,000 เหรียญไต้หวัน จึงจะได้รับโควตาจ้างแรงงานต่างชาติ 1 ตำแหน่ง อนุญาตในโควตาไม่เกิน 10% ของแรงงานท้องถิ่น โดยมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากการดำเนินนโยบายควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเปิดกว้างในคราวเดียวมากเกินไป ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับความต้องการของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม และได้กำชับให้ทุกกระทรวงบูรณาการการทำงาน โดยพิจารณานโยบายจากมุมมองของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก

แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีร่วม 95,000 คน ตามชนบทและบนเขา จะเห็นแรงงานผิดกฎหมายทำงานภาคการเกษตรจำนวนมาก (ภาพจาก Rti)
แม้ว่าภาคการผลิตและธุรกิจที่พักบางส่วนจะได้รับอนุญาตให้เพิ่มการจ้างแรงงานต่างชาติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดแล้ว แต่นายสวี่ระบุว่า อุตสาหกรรม 3K ยังถูกกันออกจากมาตรการดังกล่าว เช่น งานกำจัดขยะ การรีไซเคิล ถังเก็บสารปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมพลาสติก อย่างไรก็ตาม กระทรวงสิ่งแวดล้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งสรุปแนวทางในระยะเวลาอันสั้น เพื่อบรรจุอุตสาหกรรม 3K โดยเฉพาะภาคธุรกิจกำจัดขยะ ให้สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้ เพิ่มโอกาสในการจ้างงานและบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน

สมาคมฯ เสนอแนวคิดอภัยโทษแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยให้เข้ารายงานตัวลงทะเบียนกลับเข้าสู่แรงงานในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในภาพตำรวจบุกจับแรงงานผิดกฎหมายในไซต์งานก่อสร้างที่เถาหยวน
แนวคิดอภัยโทษแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยให้เข้ารายงานตัวลงทะเบียนกลับเข้าสู่แรงงานในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น ทางสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันเคยนำเสนอไปแล้วเมื่อปี 2567 และกระทรวงแรงงานได้จัดประชุมหารือความเป็นไปได้กับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในที่ประชุมต่างแสดงความเห็นคัดค้าน ชี้อาจส่งเสริมการกระทำผิดและขาดความเป็นธรรม อาจก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง บ่อนทำลายหลักความเป็นธรรมในระบบแรงงาน และเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ถือเป็นการเสียดสีและไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทจัดหางาน รวมถึงแรงงานต่างชาติที่อยู่ในระบบอย่างถูกต้อง ทั้งยังขาดความสมเหตุสมผลและความเป็นธรรม ไม่มีบทลงโทษใด ๆ และเป็นการยกเว้นความรับผิดโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีในอนาคต

ตำรวจเถาหยวนตรวจค้นตามโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง วันเดียวจับนายจ้าง 3 ราย แรงงานผิดกฎหมาย 44 ราย นักท่องเที่ยวที่ทำงานผิดกฎหมาย 10 รายและแรงงานถูกกฎหมายทำงานหารายได้เสริมในวันหยุด 3 ราย (ภาพจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง)
2. แรงงานไทยค้าเฮโรอีน 11 กก. มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญ แบ่งบรรจุเตรียมส่งลูกค้าในห้องเช่าเขตปาเต๋อ ตำรวจรวบได้ 1 อีก 1 ไหวทันหลบหนีออกนอกประเทศ
ตำรวจนครเถาหยวนจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่ที่พบได้ยากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังบุกตรวจค้นห้องพักให้เช่าแห่งหนึ่งในเขตปาเต๋อ นครเถาหยวน พบเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 น้ำหนักรวมกว่า 11 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน ผู้ต้องหาซึ่งเป็นแรงงานไทยถูกอัยการฟ้องดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลติดตามแหล่งที่มาของยาเสพติดต่อไป

นายประพัทธ์ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี แรงงานไทยถูกตำรวจจับกุมตัวขณะทำงานในโรงงานบริเวณถนนฝูหลิ่ง เขตจงลี่ ข้อหามีเจตนาจำหน่าย และครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)
สถานีตำรวจจงลี่ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า มีแรงงานไทยต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด จึงจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ และประสานความร่วมมือกับทีมสืบสวนสถานีตำรวจปาเต๋อในการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างลับ ๆ

นายประพัทธ์ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี แรงงานไทยถูกตำรวจจับกุมตัวขณะทำงานในโรงงานบริเวณถนนฝูหลิ่ง เขตจงลี่ ข้อหามีเจตนาจำหน่าย และครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องเช่าบนถนนเจี้ยโซ่ว เขตปาเต๋อ นครเถาหยวน พบยาเสพติดลักษณะผงสีขาวจำนวน 32 ห่อ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีดำ นอกจากนี้ยังตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการแบ่งบรรจุยาเสพติด เช่น เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องซีลถุงพลาสติก และถุงซิป แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหาหลักในขณะนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ ยืนยันว่า ของกลางดังกล่าวเป็นเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 มีน้ำหนักรวมกว่า 11 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์สำหรับแบ่งบรรจุและจำหน่าย สะท้อนว่ามีการดำเนินการในลักษณะเป็นขบวนการเพื่อการค้าขาย

นายประพัทธ์ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี แรงงานไทยถูกตำรวจจับกุมตัวขณะทำงานในโรงงานบริเวณถนนฝูหลิ่ง เขตจงลี่ ข้อหามีเจตนาจำหน่าย และครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)
จากการตรวจสอบขยายผลพบว่า นายสาธิต (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี แรงงานไทยซึ่งเป็นผู้เช่าห้องดังกล่าว ได้หลบหนีออกนอกประเทศทันทีหลังเกิดเหตุ แต่จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ยังมีแรงงานไทยอีกรายหนึ่ง คือนายประพัทธ์ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ที่ยังคงเดินทางเข้าออกห้องเช่าดังกล่าวอยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์หลายวัน ก่อนจะจับกุมตัวได้บริเวณถนนฝูหลิ่ง เขตจงลี่ และนำส่งดำเนินคดีทันที

ตำรวจตรวจด้วยเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ ยืนยันว่าของกลางที่ยึดได้เป็นเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 มีน้ำหนักรวมกว่า 11 กิโลกรัม (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)
ล่าสุดอัยการสำนักงานอัยการนครเถาหยวนได้สรุปสำนวนและมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาพยายามขนส่งยาเสพติด มีเจตนาจำหน่าย และครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 ตามกฎหมาย ส่วนนายสาธิต แม้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ตำรวจยังคงติดตามตัวอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าขยายผลตรวจสอบเส้นทางการกระจายยาเสพติดและเครือข่ายเบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่สังคมต่อไป

ตำรวจตรวจด้วยเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ ยืนยันว่าของกลางที่ยึดได้เป็นเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 มีน้ำหนักรวมกว่า 11 กิโลกรัม (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)
หลินติ่งไท ผู้กำกับการสถานีตำรวจจงลี่แถลงว่า อาชญากรรมยาเสพติดสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสังคม ตำรวจยึดหลัก “ไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด” ต่อปัญหายาเสพติด และจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับประชาชน การทำงานข้ามเขตพื้นที่ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดในสังคม และคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ตำรวจตรวจด้วยเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ ยืนยันว่าของกลางที่ยึดได้เป็นเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 มีน้ำหนักรวมกว่า 11 กิโลกรัม (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)
3. รวบคาสนามบิน! นางนกต่อสาวไทยแฝงตัวเป็นไกด์พาทัวร์ผีน้อย 61 คน เดินทางมาทำงานผิดกฎหมายที่ไต้หวัน เก็บค่าหัว 39,000 บาทต่อคน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันแถลงคดีจับกุมหญิงไทยตัวการใหญ่คาด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน พบพฤติการณ์สุดแสบ จัดทัวร์บังหน้าพาลูกทัวร์ผีน้อยสำรวจหน้างาน-ที่พัก ก่อนส่งตัวกระจายไปทำงานอย่างผิดกฎหมายทั่วเกาะไต้หวัน

นางสาวหมวย (วงกลมสีแดง) เดินทางเข้าออกไต้หวันเป็นประจำ แต่ละครั้งจะพาลูกทัวร์ผีน้อยมาทำงานผิดกฎหมาย 4-6 คน ถูกจับคาสนามบินเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนิวไทเป ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถตง ภายใต้การอำนวยการของอัยการเถาหยวน ทลายทัวร์แรงงานเถื่อน กวาดล้างขบวนการจัดหางานผิดกฎหมาย สามารถจับกุมนางสาวหมวย สัญชาติไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าและผู้นำพานักท่องเที่ยวชาวไทยถือฟรีวีซ่าเข้าสู่ไต้หวันเพื่อทำงานอย่างผิดกฎหมาย โดยถูกรวบตัวได้ทันทีขณะเดินทางมาถึงสนามบินเถาหยวน

นางสาวหมวย (กลาง) เดินทางเข้าออกไต้หวันเป็นประจำ แต่ละครั้งจะพาลูกทัวร์ผีน้อยมาทำงานผิดกฎหมายหลายคน ถูกจับคาสนามบินเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงว่า จากการสืบสวนพบนางสาวหมวย ได้ชักชวนเพื่อนร่วมชาติให้เดินทางมายังไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่แท้จริงแล้วคือการลักลอบเข้ามาทำงานผิดกฎหมาย จากการขยายผลพบนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ถูกนำเข้ามาผ่านขบวนการของนางสาวหมวย รวมแล้วอย่างน้อย 61 ราย สำนักงานอัยการเถาหยวนได้สั่งฟ้องนางสาวหมวยในข้อหา ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน จากการเป็นนายหน้าจัดหางานให้ชาวต่างชาติทำงานผิดกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

นางสาวหมวยใช้สื่อออนไลน์ติดต่อกับลูกค้า ถูกจับคาสนามบินเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 เป็นต้นมา นางสาวหมวยมีพฤติการณ์เดินทางเข้าออกระหว่างไทยและไต้หวันบ่อยครั้ง โดยแต่ละครั้งจะนำกลุ่มชาวไทยหลายคนเดินทางเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ในแผนการเดินทางกลับมีการนำลูกทัวร์ไปดูสถานที่ทำงานจริง ทั้งจุดรับส่งงาน สถานที่ทำงาน รวมถึงหอพัก ซึ่งมีลักษณะเหมือนการจัดทัวร์แรงงานเถื่อนอย่างชัดเจน

ตำรวจทยอยจับผีน้อยที่ผ่านการจัดส่งของนางสาวหมวยได้ 61 คน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
นอกจากนี้ ยังพบรูปแบบการเป็นนายหน้าที่ครบวงจร โดยนางสาวหมวย เรียกเก็บค่านายหน้าจากผีน้อยรายละ 39,000 บาทไทย จากนั้นจะพาเดินทางเข้าไต้หวันด้วยตนเองในฐานะนักท่องเที่ยว เลือกสนามบินเถาหยวนเป็นจุดเข้าเมือง และพาแรงงานไทยผิดกฎหมายเหล่านี้ เดินทางต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะไปยังสถานีรถไฟใกล้เคียง พร้อมช่วยจัดสรรงานให้ พื้นที่ทำงานกระจายอยู่ทั่วไต้หวัน อาทิ เถาหยวน ไทจง หนานโถว ไทเปและผิงตง ไม่ว่าจะเป็นสวนผลไม้ สวนชา ไซต์งานก่อสร้าง หรือธุรกิจทำความสะอาด ล้วนพบร่องรอยนักท่องเที่ยวชาวไทยลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายทั้งสิ้น

ตำรวจทยอยจับผีน้อยที่ผ่านการจัดส่งของนางสาวหมวยได้ 61 คน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
ทีมสืบสวนสามารถตรวจสอบและติดตามเที่ยวบินที่นางสาวหมวยเดินทางเข้าประเทศ และวางกำลังดักซุ่มจับกุมขณะนำลูกทัวร์ผีน้อยเดินทางถึงไต้หวัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้สำเร็จ ตัดวงจรการลักลอบนำแรงงานไทยเข้ามาทำกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การอนุญาตเข้าประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาได้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดกฎหมาย พร้อมมุ่งปราบปรามกลุ่มนายหน้าเถื่อนตั้งแต่ต้นทาง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมและความปลอดภัยสาธารณะ
นายหลิน หงเอิน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย กำชับเจ้าหน้าที่ให้ยึดหลักคุ้มครองแรงงานถูกกฎหมาย ปราบปรามผู้ลักลอบทำงาน เดินหน้าตัดวงจรการกระทำผิดจากต้นตอ โดยจะไม่ยอมให้ขบวนการนายหน้าผิดกฎหมายสร้างผลกระทบต่อสังคม

ตำรวจทยอยจับผีน้อยที่ผ่านการจัดส่งของนางสาวหมวยได้ 61 คน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
ด้านนายหวง อี้กัง หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเประบุว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเดินหน้าร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงและอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง มุ่งเป้าปราบปรามเครือข่ายนายหน้าข้ามชาติและห่วงโซ่นายจ้าง พร้อมเตือนชาวต่างชาติอย่าหลงเชื่อโฆษณารับสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่ทราบที่มา อาจตกเป็นเหยื่อการลักลอบทำงานผิดกฎหมายขณะเดียวกัน เตือนนายจ้างไต้หวันที่ว่าจ้างชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 150,000 ถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน และหากกระทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี จึงเตือนอย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้นจนฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะอาจไม่คุ้มค่ากับผลที่ตามมา