เงินบำเหน็จบำนาญชราภาพแรงงานไต้หวัน ขยับเกณฑ์อายุรับสิทธิอีก 1 ปี ด้านแรงงานต่างชาติทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันเกิน 10 ปี ยังมีสิทธิรับเงินบำนาญระบบเก่าเพิ่มอีก 1 รายการ
เงินบำเหน็จชราภาพ หรือ (勞保老年年金/勞保年金) เตรียมปรับอายุรับสิทธิเพิ่มขึ้นอีก 1 ปีในปีหน้า โดยเงื่อนไขใหม่ให้ต้องมีอายุถึงตามเกณฑ์จึงจะขอรับได้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าจริง ๆ แล้วแรงงานจะสามารถเกษียณเมื่อไร ต้องรอถึง 65 ปีหรือไม่ และเราสามารถขอรับก่อนกำหนดได้หรือเปล่า รวมถึงแบบไหนจะคุ้มกว่ากันระหว่างการรับแบบรายเดือนและการรับครั้งเดียว
กฎหมายปัจจุบัน ระบุว่าเงินประกันแรงงาน หรือเงินบำเหน็จชราภาพประกันแรงงาน จะมีการปรับอายุรับสิทธิตามกฎหมายเป็น 65 ปีในปี 2026 ที่จะถึงนี้ ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี 1962 เป็นต้นไป จะต้องรอจนถึงอายุครบ 65 ปีจึงจะสามารถยื่นขอรับเงินบำนาญแรงงานได้
สำหรับการรับเงินบำเหน็จชราภาพประกันแรงงาน มีเงื่อนไขหลัก 3 ข้อที่ต้องครบตรงตามเกณฑ์ ได้แก่ ต้องมีอายุอย่างน้อย 60 ปี ต้องมีอายุครบตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับปีเกิดของตนเอง และต้องทำเรื่องออกจากงานพร้อมยกเลิกสถานะประกันแรงงานก่อนถึงจะมีสิทธิ์ยื่นรับเงินได้
ข้อมูลปี 2024 ยังสะท้อนเหตุผลสำคัญของการคงเงื่อนไขเหล่านี้ไว้ โดยระบุว่าอายุขัยเฉลี่ยของชาวไต้หวันเพิ่มขึ้นเป็น 80.77 ปี ผู้ชายเฉลี่ย 77.42 ปี และผู้หญิงเฉลี่ย 84.30 ปี สูงกว่าปีก่อนหน้า 0.54 ปี ตัวเลขนี้ทำให้เห็นชัดว่า คนไต้หวันมีอายุยืนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้รัฐต้องออกแบบเงื่อนไขการรับเงินชราภาพอย่างรอบคอบ เพื่อให้ระบบบำนาญสามารถรองรับการจ่ายเงินในระยะยาวได้อย่างมั่นคง
ระบบเงินประกันแรงงานแบบรายเดือนเริ่มใช้ครั้งแรกในปี 2009 และกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นว่าอายุรับเงินในอนาคตจะต้องขยายเป็น 65 ปี แต่เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องจึงใช้วิธีเพิ่มอายุรับสิทธิแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยช่วงปี 2009 ถึง 2017 ยังคงกำหนดอายุขอรับไว้ที่ 60 ปี จากนั้นตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ได้ปรับเพิ่มอายุขึ้นทุก 2 ปี ครั้งละ 1 ปี จนถึงวันนี้ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปสู่การปรับเป็น 65 ปีตามแผนเดิมในปี 2026
ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป อายุขอรับเงินบำนาญตามกฎหมายของทั้งเงินประกันแรงงาน (勞保) และเงินประกันพลเรือน จะใช้เกณฑ์เดียวกันคืออายุ 65 ปี โดยในปี 2024 กำหนดว่าจะต้องมีอายุครบ 64 ปีก่อนจึงจะยื่นขอรับได้ และเมื่อถึงปี 2026 อายุในการรับสิทธิจะถูกปรับเพิ่มเป็น 65 ปี โดยกระทรวงแรงงานระบุว่า ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปอายุรับเงินตามกฎหมายของทั้งสองระบบจะเป็น 65 ปีทั้งหมด
ตามกฎหมายว่าด้วยประกันแรงงาน แม้จะมีการสนับสนุนให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถหารือกันเรื่องการเลื่อนอายุเกษียณได้ แต่สำหรับคำถามว่าแรงงานสามารถรับเงินเหน็จบำนาญเมื่อใดนั้น ต้องดูจาก “ปีเกิด” เป็นหลัก ตารางอายุรับเงินบำเหน็จบำนาญตามปีเกิดระบุว่า ผู้ที่เกิดในปี 1957 หรือต่ำกว่านั้น สามารถรับเงินได้เมื่ออายุครบ 60 ปี ช่วงปีที่สามารถยื่นรับสิทธิได้คือปี ค.ศ. 2009–2017 และหากต้องการขอรับแบบลดจำนวนเงิน จะสามารถยื่นได้ตั้งแต่อายุ 55–59 ปีในช่วงปี 2009–2016
ผู้ที่เกิดปี 1958 จะมีอายุรับตามกฎหมายเป็น 61 ปี โดยสามารถยื่นได้ในปี 2019 และสามารถยื่นแบบลดจำนวนเงินได้ตั้งแต่อายุ 56–60 ปีในช่วงปี 2014–2018 ส่วนผู้ที่เกิดปี 1959 อายุรับตามกฎหมายคือ 62 ปี ยื่นได้ในปี 2021 และสามารถยื่นแบบลดจำนวนได้ตั้งแต่อายุ 57–61 ปีในช่วงปี 2016–2020
ผู้ที่เกิดปี 1960 จะมีอายุรับตามกฎหมาย 63 ปี ยื่นได้ในปี 2023 และสามารถยื่นแบบลดจำนวนได้เมื่ออายุ 58–62 ปีในช่วงปี 2018–2022 ขณะที่ผู้ที่เกิดปี 1961 อายุรับตามกฎหมายจะเป็น 64 ปี ยื่นได้ในปี 2025 และสามารถขอรับแบบลดจำนวนได้เมื่ออายุ 59–63 ปีในช่วงปี 2020–2024
สำหรับผู้ที่เกิดปี 1962 อายุรับเงินตามกฎหมายจะเป็น 65 ปี ยื่นได้ในปี 2027 และสามารถขอรับแบบลดจำนวนได้เมื่ออายุ 60–64 ปีในช่วงปี 2022–2026 ส่วนผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี 1963 เป็นต้นไป จะยึดปีที่ตนเองมีอายุครบ 65 ปีเป็นปีที่สามารถขอรับได้ และจะสามารถขอรับแบบลดจำนวนในช่วงอายุ 60–64 ปีของแต่ละคน
ในส่วนของเงินชราภาพประกันแรงงาน จะมีการแบ่งสิทธิ์ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การรับแบบบำนาญรายเดือน การรับแบบเงินชราภาพครั้งเดียว และการเลือกรับครั้งเดียวแทนการรับรายเดือน สำหรับการเลือกรับแบบครั้งเดียว จะทำได้เฉพาะผู้ที่มีปีประกันแรงงานก่อนวันที่ 1 มกราคม 2009 เท่านั้น ผู้ที่เริ่มทำประกันแรงงานครั้งแรกหลังวันที่ดังกล่าว จะไม่สามารถเลือกรับเงินแบบครั้งเดียวได้
สำหรับตัวอย่างการคำนวณ หากผู้เอาประกันอายุครบ 63 ปี มีปีประกันสะสม 30 ปี และมีเงินเดือนประกันรายเดือน 42,000 เหรียญ จะเข้าเงื่อนไขทั้งการรับแบบบำนาญรายเดือน การรับแบบเงินชราภาพครั้งเดียว (ทั้งนี้ หากเป็นผู้ที่เริ่มทำประกันครั้งแรกหลังปี 2009 จะเลือกแบบครั้งเดียวไม่ได้)
เงินบำนาญรายเดือนจะมีวิธีคำนวณ 2 แบบ คือ ค่าเฉลี่ยเงินเดือนประกัน × ปีประกัน × 0.775% + 3,000 และ ค่าเฉลี่ยเงินเดือนประกัน × ปีประกัน × 1.55% เมื่อคำนวณทั้งสองแบบแล้วเลือกจำนวนที่มากกว่า โดยในกรณีนี้ผลลัพธ์คือ 19,530 เหรียญต่อเดือน
ส่วนการรับแบบเงินชราภาพครั้งเดียว จะคำนวณจากค่าเฉลี่ยเงินเดือนประกัน × [15 + (ปีประกันสะสม − 15) × 2] ซึ่งให้ผลรวม 1,890,000 เหรียญ จากตัวเลขนี้สรุปได้ว่า หากผู้เอาประกันเลือกรับแบบรายเดือนและรับต่อเนื่องเกิน 8 ปี 1 เดือน หรือ 97 เดือน ซึ่งคิดเป็นเงินรวม 1,894,410 เหรียญ ก็จะได้รับเงินมากกว่าการรับแบบครั้งเดียวเล็กน้อย
ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ผู้ที่ยื่นขอรับเงินบำเหน็จบำนาญประกันแรงงานใหม่จะต้องมีอายุครบ 65 ปีตามกฎหมาย และหากต้องการขอรับก่อนอายุเกณฑ์ จะถูกลดจำนวนเงินลงปีละ 4% โดยสามารถขอรับล่วงหน้าได้มากสุด 5 ปี รวมลดสูงสุด 20% ระบบประกันแรงงานยังเปิดให้แรงงานเลือกได้ทั้งแบบขอรับล่วงหน้าหรือขอรับช้ากว่าอายุเกณฑ์ โดยการขอรับล่าช้าจะทำให้จำนวนเงินเพิ่มขึ้นปีละ 4% เช่นกัน ซึ่งรวมสูงสุด 5 ปี รวมเป็นการเพิ่มเงินสูงสุด 20%
ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เกิดในปี 1961 ซึ่งอายุรับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายคือ 64 ปี จะสามารถขอรับแบบลดจำนวนได้ตั้งแต่อายุ 59 ปี รวมถึงอายุ 60 ปี 61 ปี 62 ปี และ 63 ปี หากต้องการขอรับแบบเพิ่มจำนวน ก็สามารถเลือกรับได้เมื่ออายุ 65 ปี 66 ปี 67 ปี 68 ปี หรือ 69 ปี
สำหรับคำถามว่า หากการส่งประกันแรงงานเคยขาดช่วงไป จะยังสามารถยื่นขอรับเงินชราภาพได้หรือไม่ สำนักงานประกันแรงงานชี้แจงว่า หลังจากระบบบำนาญประกันแรงงานเริ่มใช้ แม้ว่าสถานะผู้ประกันตนจะเคยขาดช่วง แต่ปีประกันแรงงานที่เคยสะสมไว้จะไม่หายไป เมื่อผู้เอาประกันมีอายุครบ 60 ปีตามกฎหมาย (ซึ่งกำลังทยอยเพิ่มขึ้นจนถึง 65 ปี) ก็สามารถยื่นขอรับเงินชราภาพได้ ทั้งนี้ วิธีการรับจะขึ้นอยู่กับจำนวนปีประกันแรงงานที่สะสมไว้ และสิทธิในการยื่นขอรับเงินชราภาพไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดระยะเวลา 5 ปี
ยกตัวอย่างว่า นายเฉินเคยทำงานโรงงานช่วงอายุประมาณ 40 ปี และมีประกันแรงงานสะสมอยู่ 9 ปี ต่อมาออกจากงานเนื่องจากปัญหาสุขภาพ และไม่ได้กลับไปทำประกันอีก เมื่ออายุครบ 65 ปี เขายังมีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินชราภาพประกันแรงงาน สำนักงานประกันแรงงานชี้แจงว่า ภายใต้กฎหมายที่แก้ไขในปี 2009 ระบุว่า ผู้ที่มีปีประกันแรงงาน แม้จะเคยขาดช่วงการส่ง ก็ยังสามารถยื่นขอรับเงินชราภาพได้เมื่อถึงเกณฑ์อายุ
กฎหมายกำหนดว่า หากปีประกันแรงงานรวมครบ 15 ปีขึ้นไป จะสามารถขอรับเงินชราภาพแบบรายเดือน แต่ถ้าปีประกันแรงงานรวมยังไม่ถึง 15 ปี จะสามารถขอรับแบบครั้งเดียวแทนได้ นอกจากนี้ หากปีประกันแรงงานไม่ถึง 15 ปี แต่เมื่อรวมกับประกันพลเรือนแล้วครบ 15 ปี เมื่ออายุครบ 65 ปี ก็จะสามารถยื่นขอรับเงินประกันแรงงานและเงินประกันพลเรือนได้พร้อมกัน
ในขณะที่ไต้หวันเตรียมปรับอายุรับบำเหน็จบำนาญแรงงานเป็น 65 ปีในปีหน้า อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ นโยบายเงินบำนาญสำหรับแรงงานต่างชาติ ซึ่งเริ่มเปิดสิทธิมากขึ้นสำหรับผู้ที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ โดยแรงงานกลุ่มนี้จะไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวันเหมือนอย่างที่เป็นมาในอดีต
กระทรวงแรงงานระบุว่า หากแรงงานต่างชาติทำงานในสถานประกอบการเดียวครบ 10 ปี นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญให้ในอัตรา 2–15% ของเงินเดือน คาดว่ามีแรงงานบลูคอลลาร์ที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 17,000 คน
อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ยังมีโอกาส“เบิกบำนาญ”ได้น้อย เพราะระบบเดิมกำหนดว่าต้องอายุครบ 60 ปี ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่ต้องกลับประเทศก่อนถึงอายุนี้ อีกทั้งหลายคนยังไม่ได้รับการเลื่อนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือหรือได้ใบอนุญาติพำนักถาวร หรือ APRC ทำให้สิทธิ์บำนาญยังเข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะอาชีพผู้อนุบาลที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานและไม่มีสิทธิ์รับบำนาญเลย (ภาพด้านบนจาก:今周刊)

(ภาพจาก:聯合報)