เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ไข่ไก่ราว 150,000 ฟองปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืช “ฟิโพรนิล” หลุดสู่ตลาด นับเป็นเหตุครั้งที่ 3 ในรอบ 8 ปี การสอบสวนพบว่าไข่ชุดนี้มาจากระบบเลี้ยงไก่แบบขังกรง แม่ไก่ถูกเลี้ยงในกรงเหล็กคับแคบ สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการสะสมเชื้อโรคและไรไก่ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายใช้ฟิโพรนิลกำจัดแมลง เสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค
ซูเสี่ยวเจิน (蘇小真) ผู้อำนวยการมูลนิธิความยั่งยืนของคาร์ฟูร์ ระบุว่า การป้องกันปัญหาความปลอดภัยอาหารต้องเริ่มจากต้นน้ำ โดยเฉพาะการเลือกของผู้บริโภค ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทั้งอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่าน และไต้หวันผลิตไข่ไก่มากกว่า 8,000 ล้านฟองต่อปี ส่วนใหญ่เป็นไข่จากระบบขังกรง แม้ให้ผลผลิตสูง แต่แลกกับคุณภาพชีวิตแม่ไก่และความเสี่ยงสารตกค้าง ขณะที่ระบบไม่ขังกรงให้แม่ไก่เคลื่อนไหวได้มากกว่าและสอดคล้องกับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น
ปี 2018 คาร์ฟูร์เริ่มโครงการ “การเปลี่ยนผ่านอาหารเริ่มจากไข่หนึ่งฟอง” ร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไร จัดโซนไข่ไม่ขังกรงในร้าน ทำงานตรงกับเกษตรกรรายย่อย ฝึกอบรมและให้คำปรึกษา รวมถึงชักชวนภาคอาหารและแปรรูปให้เปลี่ยนวัตถุดิบ
ปี 2023 ป้ายราคาแนวคิด “เริ่มต้นจาก i” ถูกนำมาใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไต้หวัน เพื่อสื่อสารคุณค่าและแหล่งที่มาของสินค้า เพิ่มความโปร่งใสและเสริมพลังให้ผู้บริโภค
ช่วงแรก ไข่ไม่ขังกรงของคาร์ฟูร์มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 4% ก่อนเพิ่มเป็น 30% ในปี 2025 ขณะที่การเข้าถึงในช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ตแตะ 40% หลังเหตุไข่พิษเดือนพฤศจิกายน ยอดขายพุ่งขึ้นกว่าปีก่อนถึง 1 เท่า การเลิกใช้ระบบขังกรงจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากเกษตรกร ตลาด และผู้บริโภคร่วมกัน
คาร์ฟูร์ร่วมกับสมาคมสิ่งแวดล้อมและสัตว์แห่งไต้หวัน ช่วยให้ผู้ประกอบการอาหารปรับตัว หลังการสื่อสารและเยี่ยมชมแหล่งผลิต ผู้ประกอบการบางรายปรับวัตถุดิบ ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกปลอดภัย ตัวอย่างความสำเร็จ ได้แก่ โรงแรมไทเปแมริออท (Marriott Taipei) และ Toasteria Cafe
นอกจากนี้ อาหารกลางวันในโรงเรียนที่ผ่านมา แม้มีนโยบาย “สามตรา หนึ่งคิว” (三章一Q) แต่ไม่ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของไข่ คาร์ฟูร์และสมาคมฯ จึงหารือกับเทศบาลกรุงไทเป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญ นักเรียนประถมในกรุงไทเปสามารถรับประทานไข่ไม่ขังกรงในมื้อกลางวันได้จริง