Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568

กระทรวงแรงงานห่วงใยสุขภาพแรงงานต่างชาติ แนะเมื่อเครียดจากการทำงานอย่าฝืน รีบติดต่อ “สายด่วนบริการสุขภาพแรงงาน 0800-068580”
กระทรวงแรงงานห่วงใยสุขภาพแรงงานต่างชาติ แนะเมื่อเครียดจากการทำงานอย่าฝืน รีบติดต่อ “สายด่วนบริการสุขภาพแรงงาน 0800-068580”

1. กระทรวงแรงงานห่วงใยสุขภาพแรงงานต่างชาติ แนะเมื่อเครียดจากการทำงานอย่าฝืน รีบติดต่อ “สายด่วนบริการสุขภาพแรงงาน 0800-068580”

      แรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับความเครียดอย่างหนักจากการทำงาน ภาระหนี้สินและปัญญาทางบ้านหรือปัญหาส่วนตัว เกิดความไม่สบายใจ วิตกกังวล รู้สึกกดดัน ส่งผลให้นอนไม่หลับ จนมีอาการทางร่างกายอย่างการคลื่นไส้อยากอาเจียน สัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายและจิตใจกำลังได้รับผลกระทบจากความเครียดอย่างหนัก แนะนำว่าอย่าฝืนหรือปล่อยทิ้งไว้ รีบติดต่อ “สายด่วนบริการสุขภาพแรงงาน 0800-068580” เป็นสายด่วนโทรฟรีทั่วประเทศ มีบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตฟรี หากต้องการล่ามแปลภาษาก็ให้โทรสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 นอกจากนี้ ยังมีหน่วยบริการสุขภาพแรงงานในแต่ละพื้นที่ พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้วย

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      วิธีจัดการความเครียดและดูแลตัวเองในเบื้องต้นที่คุณสามารถลองทำได้ดังนี้ :

1. คำแนะนำสำคัญที่สุด : ปรึกษาแพทย์ เพราะอาการคลื่นไส้/อาเจียนที่ไม่ทราบสาเหตุ ร่วมกับความเครียดและนอนไม่หลับ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อตัดความเป็นไปได้ของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ สิ่งที่ควรทำคือไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการทางกายและรับคำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาการคลื่นไส้/อาเจียน และอาการนอนไม่หลับ

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

2. จัดการกับความเครียดและสุขภาพจิต ความเครียดเรื้อรัง จะส่งผลโดยตรงต่อระบบย่อยอาหารและรูปแบบการนอนของคุณ ต้องจัดการความเครียดในทันที ด้วยการหายใจแบบลึก หยุดพักและลองหายใจเข้าลึก ๆ ทางจมูก นับ 1-4 กลั้นไว้ 4 วินาที และผ่อนออกทางปากช้า ๆ นับ 1-8 ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง เพื่อช่วยให้ระบบประสาทสงบลง ทำก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่าย และขยับร่างกายเบา

      ส่วนการจัดการความเครียดระยะยาว ควรตั้งขอบเขตการทำงาน พยายามไม่ทำงานในช่วงเวลาพัก หรือกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าจะหยุดตอบไลน์และข้อความเกี่ยวกับงาน

      ทำกิจกรรมผ่อนคลาย หาเวลาทำสิ่งที่เพลิดเพลิน เช่น ฟังเพลงสบาย ๆ อ่านหนังสือ หรือใช้เวลากับสัตว์เลี้ยง

      พิจารณาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากความเครียดส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตประจำวัน อาจพิจารณาการพบนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เพื่อรับการบำบัดที่เหมาะสม

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

3. ปรับปรุงสุขอนามัยการนอน การนอนไม่หลับทำให้ความเครียดแย่ลงและอาการคลื่นไส้กำเริบได้

      - กำหนดเวลานอนให้คงที่ พยายามเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันทุกวัน แม้ในวันหยุด

      - สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม : ห้องนอนควรจะมืด เงียบ และเย็น

      - หลีกเลี่ยงหน้าจอก่อนนอน : งดใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

      - จำกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงบ่ายและเย็น

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

สรุป : สิ่งที่สำคัญที่คือการไปพบแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าอาการที่คุณเป็นอยู่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพอื่น และเพื่อรับยาช่วยนอนหลับ หรือยาบรรเทาอาการคลื่นไส้ที่เหมาะสม ขอให้แรงงานไทยทำงานราบรื่น สุขสำราญใจ สุขภาพดีทั้งกายและใจในปีใหม่นี้กันทุกคน

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

2. ชาวต่างชาติบาดเจ็บ–เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าในรอบ 5 ปี แรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุจากจักรยานไฟฟ้ารุนแรงที่สุด เปิด 6 ปัจจัยเสี่ยงหลัก

      จำนวนชาวต่างชาติที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในไต้หวันเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และจักรยานไฟฟ้า มีอัตราอุบัติเหตุรุนแรงสูงสุด ส่งผลให้ชาวต่างชาติกลายเป็นกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง สภาตรวจสอบของไต้หวันได้จัดทำแบบสอบถาม 6 ภาษา วิเคราะห์สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 6 ประการ พร้อมเสนอแนะแนวทางปรับปรุง และเรียกร้องให้สภาบริหาร กำกับหน่วยงานในสังกัดและรัฐบาลท้องถิ่น จัดทำนโยบายและกลไกรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง ตลอดจนเสริมมาตรการสนับสนุนชาวต่างชาติอย่างรอบด้าน เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างมีประสิทธิภาพ

      ผลการสำรวจฉบับล่าสุดของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินของไต้หวันระบุว่า จำนวนชาวต่างชาติที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปีงบประมาณ 2567 มีจำนวนทะลุ 13,000 คน จาก 6,213 คนในปี 2562 เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ภายใน 5 ปี สัดส่วนอุบัติเหตุเมื่อเทียบกับทั้งประเทศเพิ่มจากร้อยละ 1.36 เป็นร้อยละ 2.47 โดยพื้นที่ที่พบปัญหารุนแรงที่สุด ได้แก่ ไทจง เถาหยวน นิวไทเป และไถหนาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุของแรงงานต่างชาติที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์และจักรยานไฟฟ้า

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างยิ่ง เย่ต้าหัว กรรมการสภาตรวจสอบ ซึ่งได้ยื่นขอเปิดการสอบสวน และเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา รายงานผลการสอบสวนของเขาได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการด้านการคมนาคมและการจัดซื้อจัดจ้าง กับคณะกรรมาธิการด้านสวัสดิการสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขของสภาตรวจสอบ

      รายงานระบุว่า แม้สภาบริหารจะผลักดันแผนปฏิบัติการความปลอดภัยทางจราจรโดยยึดคนเดินเท้าเป็นศูนย์กลาง และโครงการยกระดับความปลอดภัยทางเท้าอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาที่ถูกขนานนามว่า “นรกของคนเดินเท้า” แต่ขาดการสำรวจอย่างเป็นระบบเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้ถนนในกลุ่มต่าง ๆ ต่อสิทธิทางเท้า อีกทั้งสัดส่วนชาวต่างชาติที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของประชากรอย่างมาก แต่กลับไม่พบการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง ถือเป็นการละเลยความต้องการของกลุ่มดังกล่าว

ตำรวจจราจรทั่วไต้หวันตรวจตราความเรียบร้อยในการขับขี่อย่างเข้มงวด

      ผลแบบสอบถาม 6 ภาษาของสภาตรวจสอบ ยังชี้ให้เห็นถึง 6 สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในกลุ่มชาวต่างชาติ ได้แก่ การฝึกอบรมการขับขี่ไม่เพียงพอและระบบสอบใบขับขี่ที่ยังไม่สมบูรณ์ การบังคับใช้กฎหมายจราจรที่ไม่เข้มงวดและบทลงโทษที่เบาเกินไป การออกแบบถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เหมาะสม วัฒนธรรมการขับขี่และจิตสำนึกด้านความปลอดภัยของคนเดินเท้าที่อ่อนแอ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคด้านภาษาและข้อมูลข่าวสารที่ทำให้ชาวต่างชาติปรับตัวเข้ากับสภาพการจราจรในท้องถิ่นได้ยาก

      สภาตรวจสอบเสนอแนะให้สภาบริหารกำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลท้องถิ่น ทบทวนแผน “การจราจรยึดคนเดินเท้าเป็นศูนย์กลาง” จากทุกมิติ ทั้งด้านระบบ นโยบาย การบังคับใช้กฎหมาย การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมออกแบบกลไกรับฟังความคิดเห็นเชิงนโยบายจากกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง และดำเนินมาตรการสนับสนุนชาวต่างชาติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

ชาวต่างชาติบาดเจ็บ–เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าในรอบ 5 ปี แรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุจากจักรยานไฟฟ้ารุนแรงที่สุด

      เย่ต้าหัว ระบุว่า โครงการฝึกอบรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของกระทรวงคมนาคมให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ผู้เข้าร่วมอบรมมีอัตราการกระทำผิดและความเสี่ยงอุบัติเหตุลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมีความเสี่ยงฝ่าฝืนกฎหมายลดลงร้อยละ 59 และความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 36 หากเข้าร่วมทั้งการอบรมและการฝึกขับขี่เชิงความปลอดภัยบนถนน ความเสี่ยงฝ่าฝืนกฎหมายจะลดลงร้อยละ 64 และความเสี่ยงอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 51 สะท้อนว่าการฝึกอบรมมีบทบาทสำคัญในการลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต

      อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบก่อนเข้าสอบใบขับขี่ มีเพียงราวร้อยละ 10 เท่านั้นที่เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรม แบบสอบถามของสภาตรวจสอบพบว่า เกือบร้อยละ 90 ของชาวต่างชาติและแรงงานต่างชาติไม่ทราบถึงนโยบายเงินอุดหนุนการฝึกอบรมดังกล่าว สะท้อนว่าการประชาสัมพันธ์ยังไม่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย กระทรวงคมนาคมจึงควรขยายโครงการสนับสนุนการฝึกอบรมการขับขี่ และประสานกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเพิ่มช่องทางและแรงจูงใจในการเข้าร่วมอบรมอย่างเป็นระบบ

      แบบสอบถามยังพบว่า นอกจากอุปสรรคด้านภาษาแล้ว ชาวต่างชาติยังไม่คุ้นเคยกับกฎจราจรและสัญลักษณ์เฉพาะของไต้หวัน ทำให้ไม่เข้าใจความหมายของป้ายและเครื่องหมายจราจร แม้ไต้หวันจะลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยป้ายและสัญญาณจราจร แต่การออกแบบป้ายในทางปฏิบัติยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลทั้งหมด ส่งผลให้ชาวต่างชาติเกิดความสับสน

      กรรมการสภาตรวจสอบผู้นี้จึงเรียกร้องว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติที่ทำงานและศึกษาในไต้หวันเกือบ 1 ล้านคน การออกแบบป้ายจราจรใหม่ควรคำนึงถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบางควบคู่กับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และควรมีการทบทวนป้ายที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงกับมาตรฐานนานาชาติ

ห้องสอบข้อเขียนที่กองทะเบียนยานยนต์จางฮั่ว (ภาพจากกองทะเบียนยานยนต์จางฮั่ว)

      นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งสะท้อนว่า การออกแบบถนน วงเวียน และเครื่องหมายจราจรที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทำให้เกิดความสับสนแก่ผู้ใช้ถนน จึงเสนอให้จัดทำ “แนวทางปรับปรุงพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ” เพื่อบูรณาการมาตรฐานการออกแบบถนน ขณะเดียวกัน หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสัญญาณไฟสำหรับคนเดินเท้า เช่น ช่วงสัญญาณไฟเฉพาะสำหรับคนเดินเท้า หรือไฟเขียวเปิดก่อน–ปิดช้า ยังขาดมาตรฐานที่ชัดเจน

      สภาตรวจสอบระบุว่า เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลท้องถิ่นดำเนินการแตกต่างกันจนเพิ่มภาระแก่ผู้ใช้ถนนและชาวต่างชาติ สถาบันวิจัยการขนส่งของกระทรวงคมนาคมได้จัดทำ “แนวทางอ้างอิงการติดตั้งป้าย เครื่องหมาย และสัญญาณจราจรที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ” และควรเร่งนำข้อเสนอของท้องถิ่นและความต้องการของผู้ใช้ถนนชาวต่างชาติมาบูรณาการและผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม

ครูฝึกในโรงเรียนสอนขี่มอเตอร์ไซค์แห่งหนึ่งในนครนิวไทเป กำลังพานักเรียนขี่จริงบนถนน (ภาพจาก traffic-tad.ntpc.gov.tw)

      ในส่วนการจัดการรถจักรยานไฟฟ้า ซึ่งเป็นพาหนะที่แรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุบ่อย กระทรวงคมนาคมแม้จะผลักดันระบบจดทะเบียนและประกันภัยภาคบังคับแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดให้ต้องมีใบขับขี่ รัฐบาลท้องถิ่นเสนอว่า หากยังไม่สามารถนำเข้าสู่ระบบสอบใบขับขี่ได้ ควรให้สถานประกอบการจัดอบรมความปลอดภัยทางจราจรแก่แรงงานต่างชาติ อีกทั้งตำรวจในหลายพื้นที่สะท้อนปัญหาอุปสรรคด้านภาษาในการจัดการเหตุอุบัติเหตุ ทำให้การสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมายทำได้ยาก จึงเสนอให้กระทรวงคมนาคมประสานสำนักงานตำรวจ เพื่อพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติให้เอื้อต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม

สนามสอบภาคปฏิบัติในกองทะเบียนยานยนต์เถาหยวน (ภาพจากกองทะเบียนยานยนต์ นครเถาหยวน)

      แบบสอบถามยังชี้ว่า แรงงานต่างชาติไม่คุ้นเคยกับกฎจราจรเฉพาะของไต้หวัน ประกอบกับป้ายและเครื่องหมายที่ไม่ชัดเจน รวมถึงการออกแบบถนนที่ไม่เหมาะสม ทำให้แรงงานจำนวนมากเลือกใช้ยานพาหนะส่วนตัว เช่นรถจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ เดินทางระหว่างที่พักกับสถานที่ทำงาน ในหลายพื้นที่ระบบขนส่งสาธารณะไม่เพียงพอ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ สภาตรวจสอบเสนอให้สถานประกอบการจัดรถรับส่งและตรวจสอบสภาพยานพาหนะเป็นประจำ และให้นำมาตรการดังกล่าวบรรจุไว้ใน “แผนการดูแลความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติ” ภายใต้การกำกับของกระทรวงแรงงาน

      กรรมการสภาตรวจสอบย้ำว่า ปัญหาความปลอดภัยทางจราจรของชาวต่างชาติ ไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง จำเป็นต้องให้สภาบริหารบูรณาการกำกับทุกกระทรวงและรัฐบาลท้องถิ่น ร่วมกันทบทวนระบบ นโยบาย การบังคับใช้กฎหมาย การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อคุ้มครองชีวิต ความปลอดภัย และสิทธิขั้นพื้นฐานของชาวต่างชาติอย่างแท้จริง

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解