Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569

เหมียวลี่เดินหน้าโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ ควบคุมบัญชีแรงงานต่างชาติจากต้นทาง ปราบปรามบัญชีม้าได้ผลชัดเจน
เหมียวลี่เดินหน้าโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ ควบคุมบัญชีแรงงานต่างชาติจากต้นทาง ปราบปรามบัญชีม้าได้ผลชัดเจน

1. ตำรวจเหมียวลี่เดินหน้าโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ ปราบปรามบัญชีม้าได้ผลชัดเจน พ่อเมืองเหมียวลี่แนะควบคุมบัญชีแรงงานต่างชาติจากต้นทาง

      เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 สถานีตำรวจเหมียวลี่จัดงานแถลงผลสำเร็จโครงการ “ปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ” สำหรับแรงงานต่างชาติที่ครบกำหนดสัญญาการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีธนาคารตกเป็นเครื่องมือฟอกเงินของขบวนการฉ้อโกง จากสถิติในช่วงครึ่งปีหลัง พบว่าแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้า ลดลงจาก 44 คนในช่วงครึ่งปีแรก เหลือเพียง 10 คน สะท้อนผลสำเร็จที่คดีฉ้อโกงผ่านบัญชีม้าลดลงอย่างชัดเจนของมาตรการดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญนักศึกษาต่างชาติผู้ตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงมาเล่าประสบการณ์ และได้ร่วมลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับมหาวิทยาลัย 2 แห่ง ภายใต้ข้อตกลง "ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับตำรวจ" เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในทรัพย์สินของนักศึกษาต่างชาติ

เหมียวลี่เดินหน้าโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ ควบคุมบัญชีแรงงานต่างชาติจากต้นทาง ปราบปรามบัญชีม้าได้ผลชัดเจน  (ภาพจาก miaoli.gov.tw)

      โครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 โดยสถานีตำรวจเหมียวลี่ร่วมมือกับกองแรงงานและพัฒนาเยาวชนเมืองเหมียวลี่ จัดทำโครงการเฉพาะเจาะจงสำหรับแรงงานต่างชาติที่ครบกำหนดสัญญาจ้างงาน เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีธนาคารของพวกเขาถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน สถิติล่าสุดชี้ให้เห็นถึงผลสำเร็จอันโดดเด่น กล่าวคือ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (มกราคม–พฤษภาคม) มีแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้าจำนวน 44 ราย แต่หลังจากโครงการเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ช่วงระยะเวลา 6 เดือน จำนวนดังกล่าวลดลงอย่างมากเหลือเพียง 10 ราย โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน 2568 ไม่มีรายงานคดีใดๆ เลย อีกทั้งยังไม่มีกรณีแรงงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศหลังครบสัญญาขายบัญชีให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการปราบปรามการฉ้อโกงอย่างแม่นยำ

ตำรวจฝ่ายกิจการต่างด้าวของเมืองเหมียวลี่ วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการขายบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก miaoli.gov.tw)

      รายงานจากกองกิจการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจระบุว่า สถิติของสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คดีที่ชาวต่างชาตินำบัญชีธนาคารไปขายหรือให้ใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการฉ้อโกงนั้น มากกว่าร้อยละ 70 เป็นแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย ขณะที่แรงงานหลบหนีหรือแรงงานผิดกฎหมายและนักศึกษาต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 20 จากข้อมูลดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ตำรวจจึงร่วมกับกองแรงงานและการพัฒนาเยาวชน ดำเนินโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศในสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างชาติจำนวนมาก โดยกำหนดให้แรงงานต้องปิดบัญชีธนาคารเมื่อครบกำหนดสัญญาก่อนเดินทางกลับประเทศ ภายใต้แนวคิด 3E ได้แก่ การให้ความรู้แก่แรงงาน (Education) การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (Engagement) และการบังคับใช้กฎหมายเชิงสืบสวนต้นทางอย่างเด็ดขาด (Enforcement) พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศในไต้หวัน โรงงานในพื้นที่ และบริษัทจัดหางาน

นายจงตงจิ่น ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (ซ้าย) มอบโล่ขอบคุณแก่ Everlight Electronics บริษัทที่ว่าจ้างแรงงานไทยจำนวนมากและช่วยแรงงานปิดบัญชีธนาคารทุกราย ก่อนการเดินทางกลับประเทศ (ภาพจาก miaoli.gov.tw)

      นายจงตงจิ่น ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ กล่าวภายหลังรับฟังรายงานและคำให้การของผู้เสียหาย แสดงความขอบคุณสำนักงานตำรวจ กองแรงงานและการพัฒนาเยาวชน สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจจนเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า “การต่อต้านการฉ้อโกงเป็นความรับผิดชอบของทุกคน” หากปล่อยให้ขบวนการฉ้อโกงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ความเสียหายของประชาชนจะยิ่งรุนแรงขึ้น และเนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพใช้กลวิธีหลากหลาย ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อซ้ำได้ ดังนั้น นอกจากการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ประชาชนต้องช่วยกันเตือนภัยซึ่งกันและกัน ขณะที่ภาครัฐส่วนกลางควรพิจารณาเพิ่มเงินรางวัลในการจับกุมขบวนการฉ้อโกง เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ ดำเนินมาตรการหลายด้านควบคู่กันเพื่ออุดช่องโหว่ ไม่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพแฝงตัว

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการขายหรือให้คนอื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่กล่าวเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลกลางสามารถประสานงานกับคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ควบคุมบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติอย่างแม่นยำ โดยกำหนดให้บัญชีสิ้นสุดผลบังคับใช้ทันทีเมื่อแรงงานครบสัญญาการทำงาน เพียงมีคำสั่งจากส่วนกลางก็สามารถบังคับใช้ได้ทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และจะสามารถปิดล้อม แยกทำลายขบวนการฉ้อโกงได้อย่างครอบคลุม ถือเป็นการแก้ปัญหาจากรากฐานอย่างแท้จริง

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการขายหรือให้คนอื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      ทั้งนี้ ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 22 กำหนดว่า ผู้ใดมอบหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีการเงินโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากมีพฤติการณ์ร่วมหรือรับผลประโยชน์ การมอบบัญชีตั้งแต่สามบัญชีขึ้นไป หรือกระทำผิดซ้ำภายในห้าปีหลังถูกตำรวจตักเตือน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ สถานีตำรวจจึงขอเตือน อย่าให้บัญชีธนาคารของตนแก่ผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการขายหรือให้คนอื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

2. รู้หรือไม่? ชาวต่างชาติในเถาหยวนทะลุ 200,000 คน มากสุดในไต้หวัน เร่งยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิตให้เป็นบ้านแห่งที่สองของชาวต่างชาติ

      นายจางซ่านเจิ้ง ผู้ว่าการนครเถาหยวน เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารเทศบาลนครเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมรับฟังรายงานพิเศษในหัวข้อ "มิตรภาพแรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ : สร้างเถาหยวนเมืองที่เป็นมิตร" จากกองแรงงานและกองกิจการสตรีและเด็ก โดยระบุว่า เทศบาลนครเถาหยวนจะมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์การบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ควบคู่ไปกับความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลของชาวต่างชาติและครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างเป็นระบบ โดยจะปรับเปลี่ยนจากการจัดกิจกรรมตามเทศกาลแบบเดิม มาเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นอยู่และวิถีชีวิตที่แท้จริง เพื่อให้สามารถเข้าถึงความต้องการและแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการศึกษา การจ้างงาน และสวัสดิการสังคมให้แก่ทายาทรุ่นที่สอง

เถาหยวนเป็นเมืองน่าอยู่ ค่าครองชีพถูกกว่าไทเป มีนิคมอุตสาหกรรมหลายสิบแห่ง เป็นบ้านแห่งที่สองของแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่กว่า 200,000 คน มากที่สุดในไต้หวัน

      ผู้ว่าการนครเถาหยวนกล่าวว่า การจัดทำฐานข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้สามารถตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างตรงจุด เสริมสร้างการดูแลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และบุตรหลานรุ่นที่สองอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติการศึกษา การจ้างงาน และการสนับสนุนทางสังคม เพื่อทำความเข้าใจสภาพความเป็นอยู่และความต้องการด้านการพัฒนาของชาวต่างชาติในเถาหยวนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เน้นย้ำนโยบายเชิงรุกในการดูแลประชากรต่างชาติที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หลังสถานีรถไฟเถาหยวน เต็มไปด้วยร้านค้าเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทยและฟิลิปปินส์ (ภาพจาก chinatimes.com)

      กองแรงงานรายงานว่า แรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานของประเทศมาอย่างยาวนาน มีบทบาทในการเติมเต็มกำลังคนในหลากหลายสาขาอาชีพ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม โดยข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมาพบว่า ยอดจำนวนชาวต่างชาติที่ทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในนครเถาหยวนทะลุหลัก 200,000 คน มากที่สุดในไต้หวัน ในจำนวนนี้ประกอบด้วยแรงงานต่างชาติในนครเถาหยวนกว่า 130,000 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 15% นับว่าสูงที่สุดในไต้หวัน ขณะเดียวกัน ตามสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ตั้งรกรากอยู่ในเถาหยวนมีจำนวน 70,239 คน สูงเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากกรุงไทเป ท่ามกลางแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของประชากรจากต่างถิ่น เทศบาลนครเถาหยวนจะเดินหน้าดำเนินนโยบายและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และสร้างเมืองที่เคารพและเป็นมิตรต่อผู้ย้ายถิ่น

หลังสถานีรถไฟเถาหยวน เต็มไปด้วยร้านค้าเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทยและฟิลิปปินส์ (ภาพจาก chinatimes.com)

      กองกิจการสตรีและเด็กระบุว่า เทศบาลนครเถาหยวนได้บูรณาการทรัพยากรข้ามหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันมาตรการดูแลผู้ย้ายถิ่นในมิติต่างๆ ครอบคลุมการดำรงชีวิต การจ้างงาน การแพทย์ การศึกษาและการคุ้มครองสิทธิ์ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เพิ่งเดินทางเข้าประเทศ โดยร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นจัดตั้งจุดบริการดูแลชุมชนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวน 36 แห่ง เพื่อสร้างเครือข่ายการสนับสนุนที่ครบวงจร มุ่งสู่เป้าหมายอาศัยอยู่ในเถาหยวนอย่างมั่นใจ และยกระดับการเข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้นครเถาหยวนเป็นเมืองที่มีความเป็นมิตรต่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติอย่างแท้จริง

บริเวณด้านหน้าและหลังสถานีรถไฟจงลี่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่นครเถาหยวน เป็นแหล่งที่ตั้งร้านค้าไทย (ภาพจาก cdns.com.tw)

3. สุราพาไป! แรงงานไทยที่ไทจงเมาแทงเพื่อนร่วมชาติโรงงานเดียวกันเสียชีวิต หลังชดใช้ทายาทเป็นรายเดือน ศาลสั่งจำคุก 7 ปี 2 เดือน

      เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นไทจงมีคำพิพากษาตัดสินจำคุกแรงงานไทยรายหนึ่งเป็นเวลา 7 ปี 2 เดือน หลังก่อเหตุใช้มีดปอกผลไม้แทงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิตภายในหอพักโรงงาน โดยระบุพฤติกรรมเหี้ยมโหดทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียไม่มีโอกาสแม้แต่จะดูหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย

      เหตุสลดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 20.00 น. ณ หอพักพนักงานโรงงานผลิตเครื่องมือช่างชื่อดังบนถนนเหรินเหม่ย เขตต้าหลี่ นครไทจง นายศักดิ์สิทธิ์ อายุ 34 ปี จากจังหวัดอุดรธานี และนายนพดล อายุ 46 ปี จากจังหวัดนครราชสีมา ทั้งสองเป็นแรงงานไทยทำงานในโรงงานเดียวกัน ได้เกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรงในหอพัก หลังจากดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา

      จากการสอบสวนของตำรวจและอัยการระบุว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต ทั้งสองมีความขัดแย้งและมักมีปากเสียงกันจากเรื่องเล็กน้อยอยู่เป็นประจำ ในคืนที่เกิดเหตุ ทั้งคู่ดื่มสุราและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงภายในห้องพักหมายเลข 304 ชั้น 3 ของหอพักดังกล่าว ระหว่างการโต้เถียง ผู้ต้องหาได้หยิบมีดปอกผลไม้ออกจากตู้ แล้วแทงผู้เสียชีวิตบริเวณช่องท้องอย่างแรง 1 ครั้ง ส่งผลให้หลอดเลือดได้รับความเสียหาย เกิดภาวะเลือดออกในช่องท้องอย่างรุนแรงจนช็อกและล้มลงในที่เกิดเหตุอย่างวิกฤต เพื่อนร่วมงานที่พักอยู่ในหอพักเดียวกันได้ยินเสียงทะเลาะจึงวิ่งมาดู พบเหตุการณ์แล้วรีบแจ้งตำรวจและเรียกรถพยาบาล เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัดฉุกเฉิน แต่เนื่องจากมีเลือดตกในมากเกินไป แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในช่วงเช้ามืดวันที่ 29 ธันวาคม อัยการจึงตั้งข้อหานายศักดิ์สิทธิ์ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการดื่มสุรามากเกินไปทำลายสุขภาพ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      ระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้มีดแทงจริง แต่ยืนยันว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากก่อนเกิดเหตุเคยถูกผู้เสียชีวิตถือมีดคัตเตอร์ข่มขู่ทำร้าย อย่างไรก็ตาม พยานซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานหลายรายให้การตรงกันว่า ไม่เคยพบเห็นผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อน ศาลจึงไม่รับฟังข้อต่อสู้ดังกล่าว

      ฝ่ายทนายความจำเลยขอให้ศาลเมตตาบรรเทาโทษ โดยอ้างว่าจำเลยรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้พยายามเจรจาชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทผู้ตายโดยโอนเงินค่าจ้างเป็นรายเดือน อีกทั้งเป็นการกระทำที่เกิดจากอาการมึนเมาและอารมณ์ชั่ววูบ อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยใช้มีดแทงเพื่อนร่วมหอพักจากปัญหาในชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อย อีกทั้งเลือกแทงบริเวณช่องท้องซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ จนนำไปสู่การเสียชีวิต การกระทำมีลักษณะร้ายแรง ไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับความเห็นใจ และไม่มีเหตุสมควรบรรเทาโทษ

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการดื่มสุรามากเกินไปทำลายสุขภาพ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      คำพิพากษาระบุเพิ่มเติมว่า จำเลยย่อมทราบดีว่าบริเวณช่องท้องเป็นจุดสำคัญของร่างกาย มีอวัยวะและหลอดเลือดสำคัญจำนวนมาก การใช้อาวุธมีคมแทงย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เหตุการณ์นี้ไม่เพียงพรากชีวิตผู้เสียชีวิตไปเท่านั้น แต่ยังสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว จนไม่มีโอกาสพบหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นความเจ็บปวดที่เงินไม่อาจชดเชยได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงการที่จำเลยรับสารภาพและมีท่าทีสำนึกผิด รวมทั้งความพยายามในการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต พฤติกรรมหลังเกิดเหตุอยู่ในระดับพอใช้ได้ จึงพิพากษาจำคุก 7 ปี 2 เดือน ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และให้เนรเทศออกนอกประเทศทันทีหลังพ้นโทษ พร้อมห้ามเดินทางเข้าไต้หวันอีกตลอดไป

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการดื่มสุรามากเกินไปทำลายสุขภาพ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับพี่น้องแรงงานไทย แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาทส่วนที่ควบคุมสติสัมปชัญญะ ทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ จากความบาดหมางเพียงเล็กน้อย ที่หากมีสติอาจแค่บ่นหรือเดินหนี แต่เมื่อดื่มจนเมา ขอบเขตของความอดทนจะต่ำลง จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ ขอเตือนว่า ดื่มสุราแล้วมักทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งอาจทำลายอนาคตและชีวิตคนรอบข้างได้ และแก้วเหล้าที่ยกขึ้นดื่มเพียงชั่วครู่ อาจกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดชีวิตไปนานหลายปี ก่อนจะดื่มหรือก่อนจะลงมือทำอะไรด้วยความโกรธ ขอให้นึกถึงคนข้างหลังที่รอคอยให้เราเดินทางกลับบ้านพร้อมความสำเร็จ ไม่ใช่กลับไปในฐานะนักโทษหรือร่างที่ไร้วิญญาณ

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解