ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจโลก และการแข่งขันด้านการบริหารความมั่งคั่งที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น ธนาคาร China Trust ได้แสดงบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไต้หวันที่มุ่งผลักดันประเทศให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการบริหารสินทรัพย์แห่งเอเชีย ด้วยการจัดเวทีเสวนาครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ “亞資領航、勢啟高雄 เปิดศักยภาพเกาสง ผู้นำเอเชียด้านการบริหารสินทรัพย์”ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เมืองเกาสง เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา
เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณหลินชินหรง (林欽榮) รองผู้ว่าฯนครเกาสง เข้าร่วมแสดงการสนับสนุน ซึ่งตอกย้ำบทบาทของเกาสงในฐานะเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้คุณหยางหมิงเสียง (楊銘祥) กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร China Trust กล่าวบนเวทีว่า การพัฒนาไต้หวันให้เป็นศูนย์กลางการบริหารสินทรัพย์แห่งเอเชีย ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศ ไม่เพียงในมิติการลงทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกำกับดูแลครอบครัว การบริหารความมั่งคั่ง และการส่งต่อทรัพย์สินอย่างยั่งยืนระหว่างรุ่น คุณหยางได้เน้นย้ำว่า เกาสงเป็นเมืองที่มีทั้งวิสัยทัศน์ระดับนานาชาติ พลังแห่งนวัตกรรม และศักยภาพในการเติบโตสูง จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ในอนาคต
ธนาคาร China Trust ได้ดำเนินงานกับกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูงในไต้หวันมาอย่างยาวนาน ผ่านทีมธนาคารเอกชนและการขยายบริการ Family Office หรือบริการดูแลความมั่งคั่งและการสืบทอดทรัพย์สินของครอบครัว เพื่อช่วยลูกค้าสร้างฉันทามติภายในครอบครัว และวางโครงสร้างการสืบทอดความมั่งคั่งข้ามรุ่นอย่างเป็นระบบ โดยหวังว่าเวทีเสวนาครั้งนี้จะช่วยนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่ทั้งมีความสามารถแข่งขันและมีคุณค่าในระยะยาว
เวทีเสวนาครั้งนี้ยังครอบคลุมถึง 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจโลก การลงทุนทางเลือก การจัดสรรสินทรัพย์แบบหลากหลาย และการกำกับดูแลครอบครัว โดยได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขามาร่วมแบ่งปันมุมมอง
คุณเฉินหลี่เฟิง (陳豊丰) กรรมการผู้จัดการบริษัท China Trust Securities Investment Advisory วิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจโลกในหัวข้อ “มองทะลุระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ปี 2026” โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขาลง และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ขณะที่คุณจาง เหว่ยเจิน (張瑋真) ผู้บริหารอาวุโสจาก Barings Private Credit มองว่า การลงทุนทางเลือกโดยเฉพาะในตลาดไพรเวต อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพผลตอบแทนในระยะยาว
ทางด้านคุณโหยว เจาเหวิน (尤昭文) ประธานสมาคมกองทุนรวมและที่ปรึกษาการลงทุนของไต้หวัน วิเคราะห์โอกาสของการจัดสรรสินทรัพย์แบบหลากหลาย พร้อมอธิบายลักษณะของสินทรัพย์อย่าง Private Equity และ Hedge Fund
ส่วนคุณหลิน จื้อเสียง (林志翔) ผู้บริหารฝ่ายภาษีจากสำนักงานสอบบัญชีเออร์นสต์ แอนด์ ยัง (Ernst & Young หรือ EY) ได้นำเสนอประเด็นการวางโครงสร้าง Family Office และเครื่องมือการถ่ายทอดทรัพย์สินในมิติของภาษีและกฎหมาย
การเสวนายังได้รับการเสริมมุมมองจากคุณหยาง จื่อหง (楊子宏) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และผู้อำนวยการฝ่ายธนาคารเอกชนของธนาคาร China Trust ซึ่งร่วมอภิปรายถึงการบริหารสินทรัพย์และการส่งต่อความมั่งคั่งภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในอนาคต โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก
ธนาคาร China Trust ระบุว่า ลูกค้าสินทรัพย์สูงกำลังเผชิญข้อจำกัดทั้งในมิติข้ามประเทศและข้ามรุ่น จึงได้ตอบรับนโยบายเปิดเสรีของคณะกรรมการกำกับดูแลการเงิน ด้วยการผลักดันบริการและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรวมกว่า 14 รายการ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่บริการ Family Office ผลิตภัณฑ์กองทุนต่างประเทศ บริการสินเชื่อเพื่อการลงทุน การกู้ยืมโดยใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน ไปจนถึงบริการทางการเงินข้ามพรมแดน
เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง แพลตฟอร์มบริหารสินทรัพย์แบบครบวงจร ที่สามารถรวมสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ วางโครงสร้างธุรกิจครอบครัว บริหารความเสี่ยงด้านทรัพย์สิน และออกแบบแผนการส่งต่อทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี กฎหมาย และผู้จัดการลูกค้า ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความต้องการด้านการกำกับดูแลครอบครัวและการขยายการลงทุนสู่ระดับนานาชาติที่เพิ่มสูงขึ้น ธนาคาร China Trust จึงได้ยกระดับบทบาทจากการบริหารความมั่งคั่ง ไปสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านโครงสร้างครอบครัวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นับตั้งแต่เปิดตัวบริการ Family Office ได้มีครอบครัวสินทรัพย์สูงมากกว่า 20 กลุ่มเข้าร่วมวางแผนแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความครบถ้วนของบริการ ในอนาคต ธนาคาร China Trust ยังคงยึดนวัตกรรมทางการเงินเป็นหัวใจหลัก ควบคู่กับการเชื่อมโยงทรัพยากรในประเทศและต่างประเทศ ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกและภาครัฐ เพื่อผลักดันให้ไต้หวันก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบริหารสินทรัพย์ที่สำคัญของเอเชียอย่างมั่นคงและยั่งยืน (ภาพบนจาก: 商周)

ภาพจาก: 中時新聞網
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเมืองซินจู๋ ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 7 ปี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “การแพทย์อัจฉริยะ ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง” พร้อมประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการดูแลผู้ป่วยอาการหนัก ด้วยการเปิดใช้งาน “ห้องบัญชาการ ICU อัจฉริยะ” ที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) Internet of Things แนวคิดและเทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สื่อสารกันเอง และส่งข้อมูลได้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องอาศัยการสั่งงานจากมนุษย์ตลอดเวลา มาเป็นผู้ช่วยสำคัญในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต เพิ่มทั้งความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการรักษา
ภายในงานโรงพยาบาลยังได้มอบรางวัล “ต้นแบบจิตอาสาเพื่อสาธารณประโยชน์” ให้แก่บริษัท อี้ลี่ เทคโนโลยี จำกัด หรือ 奕力科技股份有限公司 และบริษัท ฉงจื้อ คอนสตรัคชัน จำกัด หรือ 崇志建設股份有限公司 เพื่อขอบคุณภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ช่วยเหลือผู้ป่วย และส่งต่อความอบอุ่นสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
โดยงานครบรอบครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณหยาง เหวินเค่อ (楊文科) ผู้ว่าการเมืองซินจู๋ นำคณะผู้บริหารเข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วยคุณเฉิน จื้อเหลียง (陳自諒) ผู้อำนวยการโรงพยาบาล, อดีตผู้ว่าการคุณชิว จิ้งฉุน (邱鏡淳) คุณจาง เวินเวิน (張温温) ผู้แทนสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติเขตภาคเหนือ รวมถึงสมาชิกสภาท้องถิ่น นายกเทศมนตรี แพทย์ นักวิชาการ และตัวแทนจากภาคธุรกิจและกฎหมาย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงด้วยบรรยากาศอย่างอบอุ่นและคึกคัก
ทางด้านคุณ ไช่ฉางไห่(蔡長海) ประธานคณะกรรมการบริหาร ได้กล่าวให้กำลังใจบุคลากรโรงพยาบาล โดยย้ำหลักการสำคัญว่า “ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ให้ความสำคัญกับบุคลากร และภาคภูมิใจในองค์กร” พร้อมผลักดันโรงพยาบาลให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์การแพทย์ระดับนานาชาติในอนาคต
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคุณเฉิน จื้อเหลียง เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้นำระบบ HiThings Tele-ICU ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในเครือข่ายโรงพยาบาล มาใช้ในหอผู้ป่วยหนักอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้าง “ICU อัจฉริยะ” ที่ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ และมองภาพรวมของทั้งหอผู้ป่วยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ระบบดังกล่าวมีหน้าจอหลัก 3 ส่วน แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น อัตราการใช้เตียง ICU ระดับความรุนแรงของอาการผู้ป่วย และภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ ยังใช้การแสดงผลแบบแผนที่ เพื่อดูการกระจายของเตียงและการติดเชื้อ ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถตรวจจับความเสี่ยงของการติดเชื้อภายในโรงพยาบาลได้ล่วงหน้า และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญระบบยังเชื่อมโยงฐานข้อมูลของโรงพยาบาล เพื่อช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญ เช่น อัตราการเสียชีวิต โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการแพทย์แบบเฉพาะบุคคล หรือ Precision Medicine
คุณเฉิน จื้อเหลียง ยังกล่าวถึงผลการดำเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในงานครบรอบ 6 ปี โรงพยาบาลตั้งเป้าหมายทำการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ดาวินชีมากกว่า 300 เคสต่อปี และในปีนี้สามารถทำได้เกือบ 400 เคส สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของทีมแพทย์และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลา 7 ปี โรงพยาบาลได้จัดตั้งศูนย์การแพทย์เฉพาะทางรวมแล้วถึง 18 ศูนย์ ครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์ผู้ป่วยหนักอัจฉริยะ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์เซลล์บำบัด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์พัฒนาการเด็ก ศูนย์เวชศาสตร์ลดน้ำหนัก ศูนย์ศัลยกรรมส่องกล้องขั้นสูง ไปจนถึงศูนย์เวชศาสตร์ความงามและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศที่นำระบบคลังอุปกรณ์อัจฉริยะมาใช้งานจริง
ในโอกาสนี้ โรงพยาบาลยังได้มอบเกียรติบัตรขอบคุณคุณจาง เจียหยวน (張珈源) สมาชิกสภาท้องถิ่น ที่บริจาคต้นคริสต์มาสให้โรงพยาบาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นในช่วงเทศกาล พร้อมมอบรางวัลแก่แพทย์ พยาบาล บุคลากรเฉพาะทาง เจ้าหน้าที่เทคนิค เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร อาสาสมัคร และหน่วยงานดีเด่น เพื่อขอบคุณในความทุ่มเทตลอดปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้คุณ หู ฮั่นเยี่ยน (胡漢龑) ประธานบริษัทเครื่องจักรและงานยกหนัก Qide ยังร่วมสมทบเงินรางวัลเพิ่มเติมให้แก่ผู้ได้รับรางวัลทุกคน เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ภาพจาก: 風傳媒