เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 กรมประมงไต้หวันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแผนส่งเสริม ปลาอีโต้มอญ ที่จับได้ในประเทศอย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านอาหารและที่พักชั้นนำของไต้หวันรวม 12 ราย ครอบคลุม โรงแรมระดับดาว 13 แห่ง และ ร้านอาหารกว่า 50 สาขา นำความสำเร็จจากการจัดการประมงอย่างยั่งยืนมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหาร เปิดตัว 21 เมนูพิเศษจากปลาอีโต้มอญ แสดงพลังสนับสนุนสัตว์น้ำท้องถิ่นผ่านการลงมือทำจริง พร้อมขับเคลื่อนกระแสการบริโภคอาหารทะเลยั่งยืนในวงกว้าง
กรมประมงระบุว่า ปลาอีโต้มอญเป็นหนึ่งในชนิดปลาสำคัญของการประมงชายฝั่งและนอกชายฝั่งของไต้หวัน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณจับเฉลี่ยราว 5,000 ตันต่อปี และมีปริมาณส่งออกเฉลี่ยประมาณ 2,200 ตัน โดยมากกว่า 75% ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้ปลาอีโต้มอญมีบทบาทสำคัญในกลุ่มสินค้าประมงส่งออกของไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 สหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการ “ภาษีตอบโต้” ส่งผลให้อุตสาหกรรมปลาอีโต้มอญเผชิญแรงกดดันทั้งด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการสนับสนุน โดย กระทรวงเกษตรฯ ให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน ยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรม เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ของระบบ Cold Chain รวมถึงสนับสนุนการขอรับรองมาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมปลาอีโต้มอญรับมือผลกระทบจากภาษี พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้าและขยายตลาดส่งออกในระยะยาว
นอกจากนี้ กรมประมงยังร่วมกับ มูลนิธิอนุรักษ์ทะเลและการประมงยั่งยืนแห่งไต้หวัน ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านอาหารและที่พักคุณภาพจากทั่วประเทศ สร้างต้นแบบความร่วมมือด้านอาหารทะเลยั่งยืน ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำ 12 ราย ลงนาม บันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านปลาอีโต้มอญ พร้อมเปิดตัวชุดเมนู “ปลาอีโต้มอญ รสดีอย่างยั่งยืน” ครอบคลุมอาหารหลากหลายสไตล์ ทั้ง อาหารจีน อาหารตะวันตก เทปันยากิ ข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่น อาหารไต้หวัน และเบอร์เกอร์แนวสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ปลาอีโต้มอญปรากฏบนโต๊ะอาหารของผู้บริโภคในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น และสะท้อน เสน่ห์ใหม่ของปลาไต้หวันคุณภาพ ในวัฒนธรรมอาหารที่แตกต่างกัน
ในอนาคต กรมประมงจะเดินหน้าผลักดัน นโยบายการประมงยั่งยืน อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนแผนปรับปรุงการประมง โดยตั้งเป้าหมายให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล MSC (Marine Stewardship Council) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการประมงทางธรรมชาติที่ดำเนินการอย่างยั่งยืน พร้อมกับส่งเสริม วัตถุดิบยั่งยืน และวางกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งตรงไปยังผู้บริโภค เพื่อสร้าง ภาพลักษณ์สินค้าอาหารทะเลภายในประเทศให้โดดเด่นและมีคุณค่า มากยิ่งขึ้นในสายตาผู้บริโภค และก้าวไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนภายใต้แนวคิด:“กินปลาอย่างรู้คุณค่า รักทะเลไปพร้อมกัน”