Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อะไรๆ ในไต้หวัน: เปิดปีใหม่กับการพาไปเดินดูไทเปมอเตอร์โชว์ ที่เปิดตัวด้วยรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไต้หวันราคาต่ำกว่าล้าน

Foxtron ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไต้หวันน้องใหม่ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงล้านอย่าง Foxtron Bria (ถ่ายภาพโดย ธีระ หยาง)
Foxtron ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไต้หวันน้องใหม่ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงล้านอย่าง Foxtron Bria (ถ่ายภาพโดย ธีระ หยาง)

ธีระ หยาง 亓淞 และอะไรๆ ในไต้หวัน 台灣泰好玩 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-01-09)
เปิดปีใหม่ด้วยการพาคุณไปชมอะไรสวยๆ งาม อ๊ะๆ ผมพูดถึงรถยนต์ครับ อุๆๆๆ กับเดินชมงานแสดงยานยนต์และยานยนต์พลังงานใหม่ไทเป 
2026 (2026 Taipei New Car & New Energy Auto Show) ซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปีโดยสมาคมตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แห่งกรุงไทเป ที่เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ อาคาร 1 ศูนย์การค้าโลกไทเป (World Trade Center Exhibition Hall 1) ท่ามกลางภาวะกดดันของตลาดรถยนต์โลกในปี 2026 ที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 0.5% บรรดาค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ต่างยกให้ "พลังงานใหม่" เป็นปราการด่านสุดท้ายในการรุกกลับเพื่อกู้สถานการณ์ รายการวันนี้จึงขออาสาพาทุกท่านไปเจาะลึกมหกรรมที่รวบรวม 23 แบรนด์ชั้นนำ ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดนิยามใหม่ของภูมิทัศน์บนท้องถนนในไต้หวันสำหรับการปฏิวัติพลังงานไฟฟ้าในอีก 5 ปีข้างหน้า

การจัดงานในครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย โดยเป็นการผนึกกำลังของแบรนด์รถยนต์และรถจักรยานยนต์รวม 23 แบรนด์ เต็มพื้นที่อาคาร 1 ทัพรถหรูนำโดย BMW ผู้นำยอดขายรถไฟฟ้า ตามมาด้วย MINI และ PORSCHE ที่ร่วมกันตอกย้ำความแข็งแกร่งของวิศวกรรมพลังงานไฟฟ้าสไตล์เยอรมัน ขณะที่ TESLA ผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้ายังคงรักษาภาพลักษณ์เจ้าแห่งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์จินตนาการแห่งการเดินทางในอนาคตของผู้บริโภคได้อย่างเหนือชั้น แถมยังมีการนำรถปิ๊คอัพไฟฟ้าชื่อดังของค่าย มาเปิดตัวในงานด้วย ทางด้านค่ายยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นก็ตบเท้าเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้ง TOYOTA, LEXUS, NISSAN และ SUZUKI ที่ร่วมกันสร้างแนวป้องกันสไตล์ญี่ปุ่น เสริมทัพด้วยแบรนด์ฝรั่งเศสสุดล้ำอย่าง CITROËN และ PEUGEOT ที่ขยายขอบเขตของ "พลังงานใหม่" จากแค่ความรู้สึกทางเทคโนโลยีไปสู่ "สุนทรียศาสตร์แห่งการใช้ชีวิต" ส่วน LUXGEN ความภูมิใจของไต้หวันในฐานะเจ้าบ้าน ได้ใช้ความได้เปรียบในพื้นที่ผสานกับศักยภาพการวิจัยของ FOXTRON (Hon Hai/Foxconn) เพื่อแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุปทาน EV ระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้น FUSO และ HYUNDAI ยังได้ขยายสมรภูมิไปสู่กลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ประกาศการมาถึงของยุคการขนส่งที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์อย่างเป็นทางการ

มหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการชมรถรุ่นใหม่ แต่เป็นการมองย้อนผ่าน 3 ไฮไลท์ของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมในอีก 5 ปีข้างหน้า

·         ไฮไลต์ที่ 1: การเผชิญหน้าของความหลากหลายทางพลังงาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เคยถูกมองว่าเป็นคำตอบเดียว แต่ปีนี้งานแสดงโชว์ให้เห็นถึง "ความหลากหลายทางพลังงาน" ที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น นอกจากรถไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ที่มีระยะทางวิ่งน่าทึ่งแล้ว รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน (FCEV) ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน กลยุทธ์ของ TOYOTA และ HYUNDAI ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ครอบคลุม พลังงานที่หลากหลายคือกลยุทธ์การรบที่แท้จริงเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนแบ่งการตลาดภายใต้แรงกดดันของการเป็นกลางทางคาร์บอน

·         ไฮไลต์ที่ 2: การปฏิวัติโลจิสติกส์สีเขียวในรถเพื่อการพาณิชย์ รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่เคยอยู่ภายใต้ร่มเงาของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ได้ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกในปีนี้ ภายใต้แรงกดดันด้านการจัดซื้อตามหลัก ESG รถบรรทุกไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่จาก FUSO และ CMC (China Motor) กลายเป็น Last Mile ของการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ เมื่อรถบรรทุกไม่ปล่อยควันดำอีกต่อไป นั่นหมายถึงการพลิกโฉมระบบนิเวศโลจิสติกส์และการควบคุมต้นทุนขององค์กรในไต้หวันอย่างสิ้นเชิง

·         ไฮไลต์ที่ 3: การติดตั้งจริงของรถยนต์ที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SDV) ดีไซน์ภาษาแบบ "Pixel" และระบบนำทาง AR (Augmented Reality) ที่เห็นได้ทั่วไปในงาน บ่งบอกว่ายานพาหนะกำลังเปลี่ยนจากเครื่องจักรกลไปสู่ "อุปกรณ์เคลื่อนที่อัจฉริยะ" (Mobile Terminal) ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะและการควบคุมทางไกลผ่านสมาร์ทโฟน ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับรถจะไม่จำกัดอยู่เพียงการขับขี่ แต่เป็นการขยายประสบการณ์การใช้งานอย่างไม่สิ้นสุดผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง

จากรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรม แม้คาดการณ์ยอดขายรถใหม่ทั่วโลกในปี 2026 จะชะลอตัวลงโดยเติบโตเพียง 0.5% แต่ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่คาดว่าจะเติบโตสวนกระแสมากกว่า 12% กลายเป็นเครื่องยนต์เดียวที่ช่วยพยุงสถานการณ์ไว้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม 23 แบรนด์ถึงรวมตัวกัน ณ ศูนย์การค้าโลก เพื่อแสดงศักยภาพของระบบ "3 ไฟฟ้า" (แบตเตอรี่, มอเตอร์, ระบบควบคุม) และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพราะภายใต้แรงกดดันจากฐานตัวเลขที่สูงขึ้นและการยกเลิกเงินอุดหนุน ใครที่ครองอำนาจในการกำหนดราคารถพลังงานใหม่ได้ ผู้นั้นจึงจะอยู่รอดในกระแสการถดถอยที่กำลังมาถึง สำหรับยักษ์ใหญ่ด้าน ICT และอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน งานนี้เปรียบเสมือนการประกาศอธิปไตย ห่วงโซ่อุปทานของไต้หวันกำลังใช้ความเชี่ยวชาญที่สะสมมาจากอุตสาหกรรม IT ผันตัวจากผู้ผลิตชิ้นส่วนดั้งเดิมมาเป็นพันธมิตรหลักของรถยนต์พลังงานใหม่ ภายใต้ตัวถังรถที่จัดแสดงในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการแบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง ไปจนถึงชิปยานยนต์และโมดูลควบคุมส่วนกลาง ทุกอณูล้วนมีรอยเท้าของผู้ผลิตไต้หวันปรากฏอยู่

เผยโฉม Foxtron Bria 3 รุ่นย่อย พร้อม LUXGEN เปิดตัวสุดยอดตัวช่วยจอดรถ

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Foxtron ได้เข้าซื้อหุ้นและระบบตัวแทนจำหน่ายของ LUXGEN ทำให้ในงานครั้งนี้ทั้งสองแบรนด์ร่วมจัดแสดงในพื้นที่เดียวกัน สิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ FOXTRON Bria รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าที่พัฒนาจากต้นแบบ Model B โดยคาดว่าจะส่งมอบได้เร็วที่สุดก่อนเทศกาลตรุษจีนปีหน้า Foxtron Bria มีความยาวตัวรถ 4,315 มม. แม้จะมีขนาดเล็กกว่ารุ่น n7 แต่ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 2,800 มม. ทำให้พื้นที่ห้องโดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังกว้างขวางเป็นพิเศษ ทั้ง 3 รุ่นย่อยติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 57.7 kWh โดยทางผู้ผลิตระบุว่าสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 516 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ราคาจำหน่าย Foxtron Bria -  Elegant: 899,000 เหรียญไต้หวัน / Emerge: 1,049,000 เหรียญไต้หวัน / Pioneer: 1,149,000 เหรียญไต้หวัน และแม้ LUXGEN จะไม่ได้เผยโฉมรถรุ่นใหม่ แต่ก็ได้เปิดตัว "เทคโนโลยีลับ" สำหรับเจ้าของรถรุ่น n7 (รุ่น Highlights) โดยผ่านการอัปเดตแบบ OTA (Over-the-Air) ในอนาคตเจ้าของรถสามารถสั่งการรถให้เข้าหรือออกจากที่จอดรถผ่านรีโมทโดยไม่ต้องขึ้นไปนั่งบนรถ ซึ่งถือเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกชั้นยอดสำหรับที่จอดรถอันคับแคบในสังคมเมือง

หลังจบงาน สื่อไต้หวันได้รายงานถึง บทสรุปที่กลายเป็น 5 เทรนด์สำคัญหลังจบงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้:

1. รถไฟฟ้าหลักล้านกลายเป็นจุดสนใจ ช่วงราคารถไฟฟ้ากระแสหลักจากเดิมที่เริ่มจากหลักล้าน (เหรียญไต้หวัน) ขึ้นไป ปัจจุบันได้ปรับลงมาอยู่ในระดับไม่ถึงล้านแล้ว ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว Bria ของ Foxtron ทั้ง 3 รุ่น โดยรุ่นเริ่มต้นราคาไม่ถึง 9 แสน ซึ่งคาดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดอย่างมหาศาลในช่วงเริ่มจำหน่าย ทางด้านรถไฟฟ้าญี่ปุ่นก็ไม่น้อยหน้า โดยมีการจัดแสดง Suzuki e VITARA (เอสยูวีไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของแบรนด์) และ Toyota Urban Cruiser ซึ่งทั้งสองรุ่นอยู่ในช่วงราคา 1.2 - 1.3 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ เห็นได้ชัดว่าช่วงราคา 1 ล้านเหรียญไต้หวัน จะเป็นสมรภูมิหลักของรถไฟฟ้าในปี 2026

2. คุณภาพภายในสำคัญกว่าภาพลักษณ์ภายนอก เน้นการใช้งานจริงมากกว่าสร้างกระแส ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่สู้ดีและสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ผันผวน ทำให้การบริโภครถยนต์กลายเป็นเรื่องรอง จากรถที่จัดแสดงในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าเน้นไปที่การขายเป็นหลัก รถใหม่ที่นำมาโชว์คือรุ่นที่ค่ายรถเดิมพันว่าต้องขายได้ แม้แต่รถต้นแบบก็ไม่ใช่เพียงแค่การจินตนาการเพ้อฝันอีกต่อไป กล่าวคือ ตอนนี้คือยุคของการเน้นยอดขายจริง ไม่ใช่การเน้นความหรูหราอลังการเพียงอย่างเดียว

3. จับตา "กองทัพ Toyota" ในปี 2026 สิ่งที่ปรากฏในงานประกอบด้วย RAV4 เจเนอเรชันใหม่, Urban Cruiser เอสยูวีไฟฟ้า, และ Crown Sport เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด ส่วน Lexus มี ES เจเนอเรชันใหม่, IS รุ่นปรับโฉม และรถไฟฟ้าต้นแบบ LF-ZC จะเห็นได้ว่า Toyota และ Lexus ยังคงชูโรงด้วยรถไฮบริดในปี 2026 แต่มีท่าทีรุกตลาดรถไฟฟ้าอย่างแข็งกร้าวมากกว่าที่เคย ตามข้อมูลยอดขายปี 2025 Toyota และ Lexus ครองส่วนแบ่งตลาด 37% ซึ่งสูงสุดในรอบ 16 ปี และครองแชมป์ยอดขายในไต้หวันติดต่อกันเป็นปีที่ 24 หมายความว่านอกจากรุ่นพื้นฐานอย่าง Corolla Cross, Town Ace และ Altis แล้ว รถที่นำมาโชว์ในครั้งนี้ (ยกเว้นรุ่นต้นแบบ) จะปรากฏให้เห็นและวิ่งกันเต็มท้องถนนในเร็ววัน

4. ครึ่งหลังของปี 2026 จะฟื้นตัวหรือไม่? หลังจากผ่านมรสุมในปี 2025 แม้ประเด็นกำแพงภาษีของสหรัฐฯ จะยังไม่แน่นอน และสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศยังคงคาดเดายาก แต่เนื่องจากเริ่มจากฐานที่ต่ำ จึงมีการคาดการณ์กันว่าตลาดรถยนต์ในปี 2026 จะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ไม่ควรคิดในแง่บวกจนเกินไปนัก เพราะคงไม่ถึงขั้นก้าวกระโดดอย่างรุนแรง ตามกฎของตลาดที่ว่า "มีรถใหม่จึงจะมีจุดขาย" มหกรรมครั้งนี้จึงไม่มีความเพ้อฝันมากนัก รถที่เปิดตัวล้วนเป็นรุ่นที่ขายง่าย คาดการณ์ได้ว่าระบบเกี่ยวกับรถนำเข้าและรถสเปกอเมริกาจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในปี 2026 นอกจากนี้ นโยบายอุดหนุน "เก่าแลกใหม่" ของรัฐบาลยังคงส่งผลดี ซึ่งช่วยพยุงฐานตลาดระดับล่างไว้ ทำให้ปี 2026 มีต้นทุนเพียงพอสำหรับการฟื้นตัว

5. แนวโน้มใหม่ของพฤติกรรมผู้ใช้งาน งานครั้งนี้ยังเปิดให้สัตว์เลี้ยงเข้าชมได้เป็นครั้งแรก และมีการจัดกิจกรรม "ห้องเรียนสุนัขนักเดินทาง" เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ของสุนัขเวลาโดยสารรถยนต์ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์แบบใหม่ของคนเมืองในไต้หวัน ที่นิยมพาสัตว์เลี้ยงเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเด็นร่วม & Podcast
อะไร อะไร ในไต้หวัน
อะไร อะไร ในไต้หวัน
ผู้จัดรายการ: ธีระ หยาง
เวลาออกอากาศ: วันศุกร์
ประเด็นประจำสัปดาห์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解