พ่อแม่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ขยายเวลาพำนักในไต้หวันได้สูงสุด 1 ปี
กระทรวงมหาดไทยไต้หวันประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มบังคับใช้ระเบียบการพำนักชั่วคราวและการพำนักถาวรของชาวต่างชาติในไต้หวันฉบับใหม่ โดยผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มีทะเบียนบ้านในไต้หวันและอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือต้องดูแลบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี สามารถขยายระยะเวลาพำนักในไต้หวันของพ่อแม่ได้นานสูงสุด 1 ปี โดยต้องเป็นวีซ่าที่มีอายุ 60 วันขึ้นไปและสามารถต่ออายุได้และต้องยื่นคำขอก่อนครบ 180 วัน กระทรวงมหาดไทยไต้หวันหวังว่า จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรกำลังคนให้กับครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการเลี้ยงดูบุตร
กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวนมากต้องดูแลเด็กเล็ก พักฟื้นหลังคลอดและคู่สมรสทำงานนอกบ้าน ทำให้ประสบปัญหาขาดคนสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตร เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ กระทรวดมหาดไทยจึงออกมาตรการใหม่ โดยอนุญาตให้บิดามารดาชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข สามารถขยายระยะเวลาพำนักในไต้หวัน มาตรการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการจัดสรรกำลังคนภายในครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เท่านั้น แต่ยังช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ด้วย ทำให้สมาชิกในครอบครัวสามารถออกไปทำงานได้อย่างสบายใจ การเงินมั่นคง และช่วยลดภาระโดยรวมทั้งด้านการเลี้ยงดูบุตรและการดำรงชีวิตให้ราบรื่นขึ้น
กระทรวงมหาดไทยชี้แจงเพิ่มเติมว่า หากบิดามารดาชาวต่างชาติยื่นคำขอต่ออายุการพำนักในระหว่างที่บุตรสาวกำลังตั้งครรภ์ จะต้องแนบใบรับรองแพทย์ที่ออกให้ภายในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งระบุอายุครรภ์และกำหนดคลอดอย่างชัดเจน หรือยื่นสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กที่จัดทำโดยกรมสุขภาพแห่งชาติ พร้อมบันทึกการฝากครรภ์ในเดือนที่ผ่านมาที่มีตราประทับของสถานพยาบาลในไต้หวันหรือมีลายเซ็นแพทย์กำกับ นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีบุตรอายุต่ำกว่า 2 ปี บิดามารดาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จะต้องแนบใบเกิดของหลาน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่น ๆ ที่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด โดยต้องยื่นทั้งต้นฉบับและสำเนาอย่างละ 1 ชุด
การผ่อนปรนระยะเวลาพำนักในไต้หวันสำหรับชาวต่างชาติครั้งนี้ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเอาใจใส่และการยอมรับของสังคมไต้หวันที่มีต่อครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ช่วยให้ครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของสังคมไต้หวัน และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เป็นมิตรต่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ในอนาคต กระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดันมาตรการบริการที่หลากหลายและเป็นมิตรต่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในไต้หวันได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเชิญชวนบิดามารดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ติดต่อศูนย์บริการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในแต่ละท้องถิ่นเพื่อสอบถามขั้นตอนการยื่นขอได้โดยตรง

สตม.เตือน โฆษณารับสมัครเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ห่วงใยผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เป็นการหลอกลวง ( ภาพจาก ctwant)
สตม.เตือน โฆษณารับสมัครเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ห่วงใยผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เป็นการหลอกลวง
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ออกแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ พบโฆษณาออนไลน์ รับสมัคร “เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษาทางไกล” แอบอ้างศูนย์บริการครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ จากการตรวจสอบพบว่าโฆษณาดังกล่าวถูกโพสต์โดยบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่ง รายละเอียดงานระบุว่าสามารถหารายได้ง่ายๆ แค่โทรศัพท์ ซึ่งเข้าข่ายการหลอกลวงสมัครงาน จึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน เปิดเผยว่า เนื้อหาโฆษณาหลอกลวงดังกล่าวระบุว่า เพียงโทรศัพท์สัมภาษณ์ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และช่วยประสานหน่วยงานหรือส่งต่อแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก็จะได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 200 เหรียญไต้หวันต่อการสัมภาษณ์ 30 นาที และหากผู้สมัครมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาไทย ภาษาอินโดนีเซีย หรือภาษาฟิลิปปินส์ จะได้รับค่าตอบแทนที่สูงยิ่งขึ้น
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน เน้นย้ำว่า โฆษณาทางอินเทอร์เน็ตดังกล่าวไม่ได้เผยแพร่โดยหน่วยงานทางการหรือบริษัทที่ได้รับการว่าจ้างจากภาครัฐ อีกทั้งยังจงใจใช้ถ้อยคำจูงใจ เช่น งานพาร์ตไทม์ที่ยืดหยุ่น ทำงานสบาย ได้เงินง่ายเพื่อดึงดูดความสนใจ ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน อย่าหลงเชื่อโดยง่าย หากมีความต้องการหางาน ควรใช้ช่องทางจัดหางานที่ถูกกฎหมายและเชื่อถือได้ เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน

“My Culture” คอร์สสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ใช้ AI ถ่ายทอดมุมมองหลากหลาย (ภาพจาก เว็บไซต์ข่าวรอบโลกสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่)
“My Culture” คอร์สสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ใช้ AI ถ่ายทอดมุมมองหลากหลาย
ในยุคที่การสร้างเนื้อหาดิจิทัลและเทคโนโลยี AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมและประสบการณ์ชีวิตของตนเองผ่านสื่อได้อย่างไร กลายเป็นประเด็นสำคัญของการสื่อสารสาธารณะ เมื่อไม่นานมานี้ คอร์ส “My Culture ประสบการณ์การสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมอบหมายให้เว็บไซต์ข่าวรอบโลกสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นผู้ดำเนินการ ถูกจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยซื่อซิน (Shih Hsin University) กรุงไทเป คอร์สเรียนดังกล่าวผสมผสานประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เข้ากับเครื่องมือวิดีโอ AI เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาและเทคโนโลยี และเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของการเล่าเรื่องที่หลากหลาย
คอร์สเรียนนี้ได้เชิญ คุณ Caroline หรือ เหงียนทูหัง (Nguyễn Thu Hằng 阮秋姮) ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม เจ้าของช่องยูทูป Hang TV ที่มีผู้ติดตามประมาณ 320,000 คน มาแบ่งปันประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานของเธอ เธอชี้ว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และลูกหลานรุ่นที่ 2 ที่ใช้ชีวิตอยู่ในไต้หวันจำนวนมาก มักมีความรู้สึกไม่มั่นใจจากความแตกต่างด้านภาษาและวัฒนธรรม แต่ความแตกต่างเหล่านี้เองกลับเป็นองค์ประกอบที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลของตัวเอง เธอจึงสนับสนุนให้ผู้เรียนเริ่มต้นจากชีวิตประจำวัน เปลี่ยนวัฒนธรรมของตนให้กลายเป็นภาพ เพื่อให้เรื่องราวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้ถูกบอกเล่าออกไปด้วยตัวเอง แทนการถูกบอกเล่าผ่านสายตาของผู้อื่นอย่างเดียว

คุณ Caroline หรือ เหงียนทูหัง (Nguyễn Thu Hằng 阮秋姮) ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม เจ้าของช่องยูทูป Hang TV (ภาพจาก เว็บไซต์ข่าวรอบโลกสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่)
คุณเฉาเซิ่งเวย (曹盛威) โปรดิวเซอร์จาก PanMedia ได้ช่วยให้ผู้เรียนทุกคนเข้าใจการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI ในการสร้างวิดีโอ ผ่านการลงมือทำจริง เขากล่าวว่า นักสร้างสรรค์จำนวนไม่น้อยไม่ได้ขาดแคลนเรื่องราว หากแต่ถูกจำกัดด้วยทักษะและกระบวนการทำงาน โดย AI สามารถเข้ามาช่วยในขั้นตอนการคิดบท การสร้างสื่อประกอบ และการตัดต่อหลังการถ่ายทำ ทำให้ผู้สร้างสรรค์สามารถทุ่มเทสมาธิไปที่เนื้อหาและมุมมองทางวัฒนธรรมได้มากยิ่งขึ้น ในคอร์สเรียนนี้ ผู้เรียนยังได้ทดลองสร้างวิดีโอด้วย AI ซึ่งช่วยให้ไอเดียที่อยู่ในหัวกลายเป็นผลงานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ผู้เรียนจำนวนมากเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สอง หลังเรียนจบคอร์ส พวกเขาได้แชร์ว่า ก่อนหน้านี้พวกเขารู้สึกไม่คุ้นชินและลังเลการสร้างสรรค์ภาพวิดีโอ แต่ด้วยคำแนะนำจากคอร์สเรียนและความช่วยเหลือจากเครื่องมือ AI ทำให้พวกเขาค่อย ๆ เห็นคุณค่าของการบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตของตนเองในสื่อสารสาธารณะ ผู้เรียนบางคนเล่าว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักว่า วัฒนธรรมไม่ได้เป็นเพียงฉลากที่นำมาใช้เพื่อแนะนำตัว แต่ยังเป็นเนื้อหาที่สามารถถูกตีความและสร้างสรรค์ได้ด้วย ซึ่งสิ่งนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสร้างสรรค์งานให้พวกเขามากยิ่งขึ้น
“My Culture” คอร์สสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ใช้ AI ถ่ายทอดมุมมองหลากหลาย ช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และลูกหลานพัฒนาทักษะการแสดงออก ทำให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมถูกมองเห็นในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยในอนาคต ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะวางแผนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีส่วนร่วมในการแบ่งปันเรื่องราวของตนเอง นำไปสู่การส่งเสริมความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธ์อย่างเกื้อกูล