ทุกปีในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ ศาลเจ้าตี้จั้งอัน เขตซินจวง นิวไทเป จะจัดพิธีใหญ่ “เทศกาลบูชาเทพเหวินอู่ต้าจ้งเหย่” (文武大眾爺)หนึ่งในประเพณีสำคัญของท้องถิ่น ผู้ศรัทธาจะร่วมขบวนแห่เพื่อขอพรให้ปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมรับขนมมงคล “เสียนกวง” (鹹光餅) จากร้านเก่าแก่ “เหล่าซุ่นเซียง” (老順香) ที่สืบทอดมากว่า 155 ปี
ร้านเหล่าซุ่นเซียงก่อตั้งเมื่อปี 1870 ตั้งอยู่ย่านศาลเจ้าซินจวง สืบทอดกิจการถึงรุ่นที่ 4 มีชื่อเสียงด้านขนมเสียนกวงและพายสับปะรดป้ายทอง ทุกขั้นตอนทำด้วยมือ ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย เพื่อคงรสชาติแบบดั้งเดิม หวังเฉาหมิง(王朝明) ทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งเติบโตในซินจวงและเริ่มเรียนงานขนมตั้งแต่อายุ 17 ปี มองว่าศาลเจ้าและขนมพื้นบ้านไม่ใช่เพียงความเชื่อหรืออาหาร หากแต่คือประวัติศาสตร์และความทรงจำของชุมชน ทำให้ขนมเสียนกวงเป็นสัญลักษณ์แห่งการอวยพร ความราบรื่น และความปลอดภัยที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยหัวใจของขนมอยู่ที่การหมักแป้งเก่า การนวดมือ และการควบคุมเวลา–อุณหภูมิ ซึ่งอาศัย “สัมผัส” ที่เครื่องจักรทดแทนไม่ได้ รวมถึงการใช้แม่พิมพ์ไม้ดั้งเดิมที่ช่วยให้ลวดลายสวย เนื้อนุ่ม และคงกลิ่นอายงานฝีมือโบราณ นี่คือเหตุผลที่เหล่าซุ่นเซียงยังคงรักษาเอกลักษณ์และมรดกแห่งการอวยพรของซินจวงไว้ได้จนถึงวันนี้
สำหรับประวัติของขนมเสียนกวง เดิมเรียกว่า “กวงปิ่ง” หรือ “จี้กวงปิ่ง” (光餅或繼光餅) เล่ากันว่าแม่ทัพราชวงศ์หมิง ชีจี้กวง เป็นผู้คิดค้นขึ้นเป็นเสบียงแห้งสำหรับทหาร ลักษณะกลมมีรูตรงกลาง ร้อยเชือกพกพาสะดวก กินง่ายระหว่างการเดินทัพ เมื่อแพร่เข้าสู่เขตซินจวง รสชาติถูกปรับให้เค็ม จึงเรียกว่า “เสียนกวงปิ่ง” (鹹光餅) ดังนั้น ขนมกวงปิ่งรสเค็มผสานเข้ากับความศรัทธาและวัฒนธรรมงานวัดของซินจวงอย่างแนบแน่น กลายเป็นขนมสำคัญในพิธีกรรม โดยเฉพาะงานไหว้ใหญ่ซินจวง ขบวนเทพและศาลเจ้าจะแจกขนมให้ผู้ศรัทธาตลอดเส้นทางแห่ เพื่อสื่อถึงการคุ้มครอง ปลอดภัย และขจัดเคราะห์ร้าย จึงถูกขนานนามว่า “ขนมแห่งความเป็นสิริมงคล”
ในอดีต ซินจวงเป็นชุมชนเกษตรอุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมอาหารจากข้าวเฟื่องฟู ร้านขนมเรียงรายรอบศาลเจ้า เป็นทั้งฐานเศรษฐกิจและอัตลักษณ์ของชุมชน แต่เมื่อกาลเวลาและโควิด-19 เข้ามา บรรยากาศการค้าซบเซา ร้านดั้งเดิมต้องพึ่งออเดอร์จากภายนอกเพื่อประคองกิจการ
วัดและศาลเจ้ามักมอบหมายให้ร้าน “เหล่าซุ่นเซียง” ผลิตกวงปิ่งรสเค็มครั้งละหลักหมื่นชิ้น ก่อนงานไหว้ใหญ่ต้องระดมกำลังเต็มที่ งดขายหน้าร้านชั่วคราว เพื่อทุ่มผลิตตามคำสั่งพิธี ท่ามกลางการแข่งขันจากเบเกอรี่สมัยใหม่ ร้านยังยึดงานแฮนด์เมดเป็นหัวใจ เชื่อในคุณภาพและรสชาติแบบดั้งเดิม จนกวงปิ่งกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อของซินจวงในวันนี้