Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

รายการไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 14 มกราคม 2569

เตือนบริษัทจัดหางาน! หากเก็บค่าต่อสัญญา หรือค่าซื้อตำแหน่งงาน ถือว่าผิดกฎหมาย จะถูกปรับ 10-20 เท่าของมูลค่าที่เก็บ
เตือนบริษัทจัดหางาน! หากเก็บค่าต่อสัญญา หรือค่าซื้อตำแหน่งงาน ถือว่าผิดกฎหมาย จะถูกปรับ 10-20 เท่าของมูลค่าที่เก็บ

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือน บริษัทจัดหางานเก็บเฉพาะค่าบริการรายเดือนเท่านั้น เตือนหากเก็บค่าต่อสัญญา ค่าซื้อตำแหน่งงาน ถือว่าผิดกฎหมาย จะถูกปรับ 10-20 เท่าของมูลค่าที่เก็บ

      แรงงานต่างชาติจำนวนมากถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญา ทั้งที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดียวกัน รวมถึงใครที่เปลี่ยนนายจ้างใหม่ หรือได้รับการยกระดับสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือก็จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อตำแหน่งงาน หรือไม่ต้องลาออกเดินทางกลับบ้าน 3 เดือน จากนั้นทำเรื่องเสียค่าหัวคิวมารอบใหม่ จึงจะมีสิทธิ์เป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ เป็นประเด็นที่แรงงานต่างชาติจำนวนมากร้องเรียนมาโดยตลอด

      กลุ่ม NGO ในไต้หวัน นำประเด็นนี้มาเป็นข้อเรียกร้องหลัก มีการชุมนุมประท้วงหลายครั้ง ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม  2568 ที่ผ่านมา เครือข่ายสนับสนุนและเสริมพลังแรงงานย้ายถิ่นในไต้หวัน (MENT) ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่ม NGO ในไต้หวันนำแรงงานอินโดนีเซียที่ทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งในนครเถาหยวนจำนวน 20 คน ที่ทำงานครบสัญญา ทั้งนายจ้างและลูกจ้างประสงค์จะต่อสัญญา แต่ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าซื้อตำแหน่งงานหรือค่าต่อสัญญาอย่างไม่เป็นธรรม รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 เหรียญ พวกเขากล่าวหาว่ากระทรวงแรงงานเพิกเฉยต่อปัญหานี้ และเรียกร้องกระทรวงแรงงานจัดมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติการเก็บค่าซื้องานโดยทันที แม้บริษัทจัดหางานจะรีบคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แรงงานทั้ง 20 คนหลังเรื่องราวถูกเปิดเผย และนายจ้างเปลี่ยนใช้บริการอีกบริษัทหนึ่ง แต่กลุ่มแรงงานและองค์กรสิทธิมนุษยชนยังคงยืนยันว่า กระทรวงแรงงานต้องลงโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด กระทรวงแรงงานชี้ หากบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการเกินกว่ามาตรฐาน ตามกฎหมายมีโทษปรับสูงสุดถึง 20 เท่าของมูลค่าที่เรียกเก็บและจะถูกสั่งพักใบอนุญาตจัดหางาน   

กระทรวงแรงงานไต้หวันลงดาบ บจง. 10 ราย ฐานเก็บค่าต่อสัญญา

      ต่อประเด็นนี้ นายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า บริษัทจัดหางานที่องค์กร NGO ร้องเรียนอาศัยโอกาสที่แรงงานต่างชาติทำงานครบสัญญาและนายจ้างยื่นขอต่ออายุการจ้างงาน เรียกเก็บค่าต่อสัญญาหรือค่าซื้อตำแหน่งงานจากแรงงานอินโดนีเซียในโรงงานเดียวกันจำนวน 20 คน รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญไต้หวัน แม้หลังจากที่แรงงานโวยวายและร้องเรียนต่อหน่วยงานเอ็นจีโอ บริษัทจัดหางานดังกล่าวจะรีบคืนเงินให้แก่แรงงานและนายจ้างได้เลิกใช้บริการของบริษัทจัดหางานดังกล่าวแล้วก็ตาม กระทรวงแรงงานสั่งการให้กองแรงงานท้องถิ่นตรวจสอบ พบมีพฤติกรรมผิดกฎหมายจริง ดำเนินการปรับเงินกว่า 12 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังสั่งพักใบอนุญาตประกอบกิจการไม่เกิน 1 ปี

แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก taisounds.com)

      นายซูอวี้กั๋วกล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายร้ายแรงที่พบได้ยากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแรงงานได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และมีหลักฐานทางการเงินรวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ชัดเจน จึงมีการกำหนดอัตราค่าปรับในระดับสูงเป็นพิเศษ และย้ำว่า แม้บริษัทจัดหางานรายดังกล่าวจะคืนเงินให้แก่แรงงานแล้ว ก็ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลในการยกเว้นโทษปรับและสั่งพักใบอนุญาตจัดหางานได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้สังคมมุ่งโจมตีบริษัทใดเป็นการเฉพาะ กระทรวงแรงงานจึงไม่เปิดเผยชื่อบริษัทดังกล่าว แต่ย้ำว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างเตือนบริษัทจัดหางานทุกรายว่า หากพบการกระทำผิดจริง จะถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยการคืนเงินให้แรงงานไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิด

      ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการแรงงานข้ามชาติเตือนว่า กระทรวงแรงงานมีจุดยืนไม่ทนต่อพฤติกรรมเรียกเก็บค่าใช้จ่ายโดยมิชอบจากแรงงานต่างชาติในช่วงต่อสัญญา เปลี่ยนนายจ้างหรือยกระดับสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ทั้งนี้ ผลการลงโทษจะถูกบันทึกไว้ในระบบข้อมูลการประเมินและอนุญาตบริษัทจัดหางาน ซึ่งจะส่งผลต่อผลการประเมินประจำปีของบริษัทนั้นๆ

      สำหรับภาพรวมการตรวจสอบในปี 2568 ทางการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจัดหางานแล้วกว่า 2,000 ครั้ง โดยบริษัทที่ได้รับการประเมินระดับ C จะถูกตรวจอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง ส่วนบริษัทที่ได้รับผลการประเมินระดับ A อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ขณะที่บริษัทที่มีประวัติถูกร้องเรียนหรือเคยกระทำผิด จะถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ในปี 2568 ได้ดำเนินการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2,500 ครั้ง

      ซูอวี้กั๋วย้ำเตือนว่า กฎหมายปัจจุบันกำหนดรายการค่าใช้จ่ายที่บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บได้อย่างชัดเจน กรณีแรงงานครบสัญญาและเปลี่ยนนายจ้าง บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บจากแรงงานได้เฉพาะค่าบริการรายเดือนเท่านั้น ห้ามเรียกเก็บค่าลงทะเบียนหรือค่าซื้อตำแหน่งงาน ขณะที่การเรียกเก็บจากนายจ้างสามารถทำได้เฉพาะค่าลงทะเบียน ค่าบริการจัดหางาน โดยต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด หากแรงงานต่างชาติพบการเรียกเก็บค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถโทรแจ้งสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งให้บริการหลายภาษา โดยหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ กระทรวงแรงงานจะเดินหน้าขยายบริการศูนย์จ้างตรง เพิ่มศักยภาพการสื่อสารสองภาษา และพิจารณาขยายจุดให้บริการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่แรงงานจะถูกเอาเปรียบ

2. ช่วงเดินทางกลับไปพักร้อนที่บ้านไม่ได้ใช้บริการ บริษัทจัดหางานมีสิทธิ์เก็บค่าบริการตามปกติไหม?

      ปัญหาการเก็บค่าบริการรายเดือนของบริษัทจัดหางาน เป็นประเด็นที่แรงงานจากทุกชาติต่างบ่นกันมากที่สุด ส่วนใหญ่มองว่า ตนไม่ได้ใช้บริการ ทำไมต้องมาเสียค่าบริการทุกเดือน แรงงานต่างชาติหลายรายร้องเรียนว่า ตนลากลับบ้านไปพักผ่อนและเยี่ยมญาติร่วมเดือน ไม่ได้ใช้บริการเลย แต่ยังคงถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเหมือนเดิม ถามว่าถูกต้องไหม

      ต่อปัญหานี้ กระทรวงแรงงานชี้แจงว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน เนื่องจากไม่รู้ภาษา ทำเรื่องเองไม่เป็น รวมถึงการบริหารดูแลไม่ว่าจะในความเป็นอยู่หรือการทำงาน นายจ้างเองก็อาจไม่ว่างที่จะช่วยแรงงานต่างชาติดำเนินการ กระทรวงแรงงานจึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานให้บริการโดยเก็บค่าบริการดูแลแรงงานต่างชาติระหว่างทำงานในไต้หวันเป็นรายเดือนได้ ในอัตราค่าบริการปีแรกไม่เกินเดือนละ 1,800 เหรียญ ปีที่สองไม่เกินเดือนละ 1,700 เหรียญ และแรงงานต่างชาติที่ทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันปีที่ 3 เป็นต้นไป เก็บค่าบริการรายเดือนได้ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน รวมค่าบริการตลอดสัญญา 3 ปี ไม่เกิน 60,000 เหรียญ บริษัทจัดหางานใดเก็บเกินกว่ากฎหมายกำหนด ถือว่าผิดกฎหมาย ขอให้สังเกตในกฎระเบียบใช้คำว่าไม่เกิน หมายถึงจะต่ำกว่าที่กำหนดหรือไม่เก็บเลยเพราะนายจ้างออกให้ก็ได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่บริษัทจัดหางานใดเก็บเกินกว่ากฎหมายกำหนด จะถูกลงโทษปรับเงิน 10-20 เท่าของมูลค่าที่เรียกเก็บ กรณีร้ายแรง ยังจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเป็นเวลา 1 ปี

          ค่าบริการดูแลรายเดือนดังกล่าว เป็นไปตามสัญญาให้บริการระหว่างแรงงานต่างชาติและบริษัทจัดหางาน แรงงานต่างชาติเป็นผู้จ่ายค่าบริการ จึงห้ามนายจ้างช่วยบริษัทจัดหางานหักเงินจากค่าจ้างแรงงานต่างชาติ นายจ้างใดฝ่าฝืน จะถูกลงโทษตามกฎหมายการจ้างงานมาตรา 59 ข้อที่ 9 ระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และเมื่อบริษัทจัดหางานเก็บเงินจากแรงงานต่างชาติในแต่ละเดือนแล้ว จะต้องออกใบเสร็จกำกับภาษีให้แก่แรงงานต่างชาติซึ่งเป็นลูกค้าด้วย สำหรับการเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางาน ต้องเป็นไปตามหลักการดังนี้ :

          1. จะต้องลงนามสัญญาให้บริการกับแรงงานต่างชาติแต่ละรายอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นภาษาที่แรงงานเข้าใจ (เช่น ภาษาไทย) โดยระบุช่วงระยะเวลาที่ให้บริการเริ่มจากเมื่อไหร่ สิ้นสุดปีไหน ประเภทของบริการมีอะไรบ้าง สิทธิประโยชน์และภาระหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย รวมถึงค่าชดใช้กรณีฝ่าฝืนสัญญาไม่ได้ทำตามสัญญา เป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการเสียหาย เช่น ลืมต่อบัตร ARC ทำให้หมดอายุต้องเสียค่าปรับและเดินทางกลับบ้านไปทำเรื่องมาใหม่ ฯลฯ

          2. ต้องให้บริการจริง แรงงานต่างชาติหลายรายอาจสงสัยว่า ไม่เห็นบริษัทจัดหางานช่วยอะไรเลย จะเจอหน้าก็ตอนเก็บค่าบริการรายเดือนนี่แหละ แต่จริง ๆ บริษัทจัดหางานได้ช่วยทำเรื่องในบางรายการที่แรงงานต่างชาติอาจไม่รู้และไม่เห็น เช่นเมื่อเดินทางถึงไต้หวัน ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานและใบอนุญาตจ้างงานต่อกระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า หากแรงงานต่างชาติสามารถดำเนินการทำเรื่องเองได้หรือนายจ้างเป็นผู้ดำเนินการเอง ก็ไม่ต้องพึ่งบริษัทจัดหางาน ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการ

          3. ห้ามเก็บค่าบริการล่วงหน้า อนุญาตให้เก็บครั้งละ 3 เดือนได้ แต่ต้องหลังให้บริการ จะเก็บล่วงหน้าไม่ได้ นอกจากนี้ ยังห้ามนายจ้างช่วยบริษัทจัดหางานหักค่าบริการรายเดือนจากค่าจ้าง นายจ้างใดยอมช่วยบริษัทจัดหางานหักค่าบริการจากค่าจ้าง ที่เหลือค่อยจ่ายให้แรงงาน ถือว่าผิดกฎหมาย นายจ้างมีความผิด จะถูกลงโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ วิธีที่ถูกต้อง จ่ายค่าจ้างให้แรงงานต่างชาติแล้ว บริษัทจัดหางานค่อยไปเรียกเก็บเป็นรายบุคคลจากแรงงานชาติเอาเอง

      4. บริษัทจัดหางานจะต้องออกใบเสร็จกำกับภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมายให้แก่แรงงาน ทุกครั้งที่มีการเรียกเก็บค่าบริการ ใบเสร็จดังกล่าว สามารถนำไปตรวจล็อตเตอรีใบเสร็จทุกเดือนคี่เหมือนใบเสร็จซื้อสินค้าทั่วไป

          จากหลักการดังกล่าว กระทรวงแรงงานตอบว่า ช่วงระหว่างที่แรงงานต่างชาติลากลับไปพักร้อนหรือไปเยี่ยมญาติที่บ้าน ไม่ได้ใช้บริการของบริษัทจัดหางาน ไม่ต้องจ่ายค่าบริการ จ่ายเฉพาะช่วงก่อนไปและช่วงกลับไต้หวันแล้ว โดยคิดเป็นรายวันได้ จะเรียกเก็บแบบเหมาเป็นเดือนไม่ได้

          หนังสือสัญญาการให้บริการของบริษัทจัดหางานฉบับภาษาจีน-ไทย ดาวน์โหลดได้ที่นี่!! https://fw.wda.gov.tw/wda-employer/home/download-file/2c95efb38f0240df018f045f4d520807.pdf

3. ภาคการก่อสร้างไต้หวันวิกฤต ขาดแคลนแรงงานกว่า 5 หมื่นคน คนหนุ่มสาวเมิน พึ่งพิงแต่แรงงานวัยเก๋าและแรงงานไทย

      ภาคการก่อสร้างของไต้หวันกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ขาดแคลนแรงงานมากกว่า 50,000 อัตรา ส่งผลให้แรงงานสูงวัยรุ่นอากงและแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานไทย ต้องกลายเป็นกำลังหลักในการพยุงโครงการก่อสร้างทั่วประเทศ ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยและอนาคตของอุตสาหกรรม สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำลังทวีความรุนแรง

      ตัวอย่างที่ชัดเจนได้แก่ สะพานตั้นเจียง (淡江大橋) ซึ่งมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในเดือนพฤษภาคมปีนี้ กำลังเร่งงานช่วงสุดท้ายบนโครงสร้างสะพาน เสียงเชื่อมโลหะดังต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงงานไทยกลุ่มหนึ่งที่สวมหมวกนิรภัย หน้ากากเชื่อมและถุงมือ ทำงานท่ามกลางแดดร้อนจัดในฤดูร้อนและลมทะเลหนาวจัดในฤดูหนาวมานานกว่าสิบปี หัวหน้าคนงานชาวไต้หวันรายหนึ่งระบุว่า แรงงานไทยมากกว่า 300 คนที่ร่วมงานก่อสร้างสะพานแห่งนี้ และหากไม่มีแรงงานไทยเหล่านี้ สะพานที่มีดีไซน์ระดับโลกแห่งนี้คงไม่อาจสร้างเสร็จตามกำหนดได้ เนื่องจากเทคนิคการเชื่อมโลหะที่มีความซับซ้อนนั้นหาแรงงานในท้องถิ่นได้ยากยิ่ง

ภาคการก่อสร้างไต้หวันวิกฤตหนัก ขาดแคลนแรงงานกว่า 50,000 คน พึ่งพิงแต่แรงงานวัยเก๋าและแรงงานไทย (ภาพจาก udn.com)

      นายเฉินหวงหมิง ประธานสมาคมการก่อสร้างทั่วไปของไต้หวัน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานบริษัทกงซิ่น เอ็นจิเนียริ่ง ผู้รับเหมาหลักของโครงการสะพานดังกล่าวระบุว่า สะพานตั้นเจียงใช้เทคโนโลยีเชื่อมโครงสร้างแบบเต็มหน้าตัด ซึ่งเป็นเทคนิคการเชื่อมโลหะที่มีความซับซ้อนมาก ต้องพึ่งพาแรงงานฝีมือสูง ขณะที่แรงงานท้องถิ่นหายากอยู่แล้ว ยิ่งช่วงก่อนหน้านี้เผชิญผลกระทบจากโควิด-19 และการแข่งขันแย่งแรงงานจากโรงงานเทคโนโลยีที่ให้ค่าจ้างสูง ทำให้โครงการเกือบเดินต่อไม่ได้ นายเฉินระบุว่า เขาต้องเดินทางไปประเทศไทยเพื่อคัดเลือกแรงงานด้วยตนเอง ก่อนนำมาฝึกอบรมและสอบใบรับรองช่างเชื่อม เพื่ออุดช่องว่างกำลังคน

ภาคการก่อสร้างไต้หวันวิกฤตหนัก ขาดแคลนแรงงานกว่า 50,000 คน พึ่งพิงแต่แรงงานวัยเก๋าและแรงงานไทย (ภาพจาก udn.com)

      ที่ไซต์ก่อสร้างสะพานฉางฝู เขตซานเสีย นครนิวไทเป นายหวังฉี่ไท่ อายุ 66 ปี ตำแหน่งช่างผูกเหล็ก ต้องขับรถจากเขตซี่จื่อไกลกว่า 40 กิโลเมตรมาทำงานทุกวัน เขาเป็นแรงงานไต้หวันเพียงไม่กี่คนในไซต์งาน โดยมีแรงงานไทยอีก 9 คนร่วมทำงาน นายหวังมีรายได้วันละ 2,500 เหรียญไต้หวัน หรือราว 60,000–70,000 เหรียญต่อเดือน แต่ยอมรับว่ากำลังกายถดถอยตามวัย และเมื่อสามปีก่อนเคยประสบอุบัติเหตุในไซต์งานจนขาซ้ายหัก ต้องพักรักษาตัวนานถึงครึ่งปี นายหวังกล่าวว่า ในไซต์งานก่อสร้างร้อนจัด มีความเสี่ยงสูงและต้องตากแดดจนผิวคล้ำ คนรุ่นใหม่ไม่ยอมเข้ามาทำงานลักษณะนี้ แม้แต่บุตรชายของเขาเองยังเลือกขับแท็กซี่ ไม่คิดเข้าสู่งานก่อสร้างเลย

ภาคการก่อสร้างไต้หวันวิกฤตหนัก ขาดแคลนแรงงานกว่า 50,000 คน พึ่งพิงแต่แรงงานวัยเก๋าและแรงงานไทย (ภาพจาก udn.com)

      สองโครงการสะพานที่มีขนาดแตกต่างกัน สะท้อนภาพแรงงานก่อสร้างที่มีอายุมากขึ้น และการพึ่งพาแรงงานต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นภาพจำลองของสถานการณ์ทั่วประเทศ คำว่าไม่มีแรงงานต่างชาติไม่ได้ กลายเป็นเสียงสะท้อนร่วมของผู้รับเหมางานก่อสร้างทั่วไต้หวัน

      จากรายงานภาวะเศรษฐกิจภาคก่อสร้างปี 2567 ของสำนักงานบริหารที่ดิน กระทรวงมหาดไทยไต้หวันระบุว่า ภาคการก่อสร้างขาดแคลนแรงงานรวม 52,963 อัตรา ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานระดับกรรมกรถึง 39,859 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 75.3 ขณะที่แรงงานฝีมือขาดแคลน 28,103 คน มากกว่าแรงงานทั่วไปถึงสองเท่า แม้ค่าจ้างรายวันของแรงงานฝีมือบางสาขาจะสูงถึงวันละ 5,000 - 8,000 เหรียญไต้หวัน แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ตรากตรำ ทั้งอากาศร้อนจัด งานหนักและมีความเสี่ยงภัยสูง

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก udn.com)

      ภาวะการขาดแคลนแรงงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ไซต์งานก่อสร้างเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2571 ไต้หวันจะขาดแคลนแรงงานเกือบ 350,000 คน แม้เพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมของแรงงานในประเทศ ก็จะเพิ่มได้เพียง 150,000 คน ส่วนที่เหลือกว่า 200,000 คน จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ เฉินหวงหมิง แสดงความกังวลว่า การนำเข้าแรงงานต่างชาติไม่ใช่ยาวิเศษ หากประเทศผู้ส่งแรงงานมีเศรษฐกิจดีขึ้น อาจยุติการจัดส่งแรงงานได้ จึงต้องเร่งพัฒนาบุคลากรในประเทศควบคู่กัน

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก udn.com)

      ศาสตราจารย์หม่าไฉจวน จากภาควิชาแรงงานศึกษา มหาวิทยาลัยจงเจิ้ง ระบุว่า สภาพการทำงานในภาคการก่อสร้างไม่เคยได้รับการปรับปรุงอย่างจริงจัง แม้ค่าจ้างแรงงานฝีมือบางประเภทจะสูงถึงวันละ 5,000–8,000 เหรียญไต้หวัน แต่ยังไม่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมการทำงานหนัก ชั่วโมงทำงานยาวนาน ต้องทำงานกลางแดด บนที่สูง และเร่งงานแม้ในวันที่ฝนตก การปรับปรุงความปลอดภัย ยกระดับความเป็นมืออาชีพ และเปลี่ยนภาพความจำเหมารวมของอุตสาหกรรม ถือเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน

      ในไซต์งานก่อสร้างฟื้นฟูแม่น้ำกุ้ยจื่อเคิง เขตไท่ซาน นครนิวไทเป นายหลี่ชุนเซิง อายุ 75 ปี ยังสวมหมวกนิรภัยและเสื้อสะท้อนแสง ตักดินตั้งแต่เช้า แม้การขึ้นลงจะลำบาก เพื่อนร่วมงานเรียกเขาว่าหัวหน้างาน และคอยเป็นห่วงสุขภาพ นายหลี่กล่าวว่า แม้ไม่มีภาระทางการเงินแล้ว แต่ไซต์งานขาดคน แผนเกษียณจึงถูกเลื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก Kung Sing Engineering Corporation)

      โครงการยกระดับเขื่อนฝั่งซ้ายคลองระบายน้ำยาว 4 กิโลเมตร ในนครนิวไทเป ใช้แรงงานไทย 33 คน ขณะที่แรงงานไต้หวันในหน้างานมีเพียง 5–6 คน ผู้บริหารบริษัทผู้รับเหมาระบุว่า หากไม่มีแรงงานไทย แทบจะไม่มีแรงงานเหลืออยู่ในไซต์งานเลย

      ข้อมูลจากสำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยแรงงาน นครนิวไทเป ระบุว่า ปัจจุบัน ภาคการก่อสร้างไต้หวันถูกพยุงไว้ด้วยแรงงานวัย 50-60 ปีเป็นหลัก และยังมีแรงงานอายุเกิน 70 ปีทำงานอยู่ในไซต์งาน ระหว่างปี 2565–2568 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงานสะสม 126 ราย ในจำนวนนี้กว่า 25 ราย มีอายุมากกว่า 65 ปี โดยภาคการก่อสร้างครองสัดส่วนสูงสุดถึงร้อยละ 50

สะพานตั้นเจียง มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในเดือนพฤษภาคม 2569 หากไม่มีแรงงานไทยกว่า 300 คนที่ร่วมงานก่อสร้าง สะพานที่มีดีไซน์ระดับโลกแห่งนี้คงไม่อาจสร้างเสร็จตามกำหนดได้ 

      ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ทางออกระยะยาวของปัญหาขาดแคลนแรงงานคือ การปรับปรุงสภาพการทำงาน นำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมาใช้ในงานก่อสร้าง และพัฒนาบุคลากรวิชาชีพอย่างจริงจัง นายเฉินหวงหมิง เรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินกองทุนคุ้มครองความมั่นคงในการทำงานที่นายจ้างต้องชำระเงินเข้ากองทุน 2,000 เหรียญต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน ซึ่งสะสมกว่า 4 แสนล้านเหรียญไต้หวัน มาใช้เปิดหลักสูตรอาชีวศึกษาและฝึกทักษะแรงงาน แทนการนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง เขาย้ำว่า ในระยะสั้นยังหลีกเลี่ยงการพึ่งพาแรงงานต่างชาติไม่ได้ แต่ระยะยาวต้องทำให้งานก่อสร้างเป็นอาชีพที่คนรุ่นใหม่อยากเลือก มีศักดิ์ศรี รายได้มั่นคง และอนาคตที่ชัดเจน พร้อมยอมรับว่าภาคการก่อสร้างจำเป็นต้องเร่งนำระบบอัตโนมัติมาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานคน และชะลอวิกฤตขาดแคลนที่กำลังรุนแรงขึ้น

สะพานตั้นเจียง มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในเดือนพฤษภาคม 2569 หากไม่มีแรงงานไทยกว่า 300 คนที่ร่วมงานก่อสร้าง สะพานที่มีดีไซน์ระดับโลกแห่งนี้คงไม่อาจสร้างเสร็จตามกำหนดได้ 

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解