ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-01-18)
- ทักทายกันด้วย อัลบั้มเพลงชุดใหม่ของ จางซิ่นเจ๋อ หรือ หนุ่ม Jeff กับอัลบั้มชุด Be part of ซึ่งเป็นอัลบั้มเพลงที่มีความซับซ้อนสุดๆ แต่กลับมีจังหวะชีวิตที่ชัดเจนที่สุด โดยไม่ใช่เพียงการสานต่อเพลงรัก แต่เป็นการขยายขอบเขตของเพลงรัก สำรวจสภาวะอารมณ์ระหว่างมนุษย์ที่กว้างไกลยิ่งขึ้น เขากล่าวอย่างติดตลกว่า หวังให้แฟนเพลงลองเปิดใจ ยอมรับ “เพลงรักที่ไม่เหมือนเพลงรัก” ถ้อยคำเหมือนเรื่องเล่น แต่กลับสะท้อนความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ต่อความรักในดนตรี และการท้าทายภาพจำเดิมๆ ของ จางซิ่นเจ๋อ นี่คือผลงานที่อัดแน่นด้วยพลังการเล่าเรื่องและการใคร่ครวญเชิงปรัชญา ดังคำของ รพินทรนาถ ฐากูร ที่ว่า “ขอให้ฉันได้จินตนาการว่า ท่ามกลางหมู่ดาว มีดาวดวงหนึ่ง กำลังชี้นำชีวิตของฉันให้ผ่านความมืดที่ไม่อาจรู้ได้” แสงริบหรี่นี้ ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นเส้นเลือดของอัลบั้ม ใช้ภาษาวรรณศิลป์ควบคู่กับถ้อยคำดนตรีร่วมสมัย เชื่อมโยง 12 บทเพลงเข้าด้วยกัน มีบางเสียง ไม่ต้องดัง แต่กลับถูกได้ยินเสมอ ในยามที่คุณเงียบที่สุด — เสียงร้องของ จางซิ่นเจ๋อ คือเช่นนั้น ชื่ออัลบั้มที่ว่า 屬守候於 หรือ เป็นของ... ไม่ได้กล่าวถึงการคืนหรือการครอบครอง แต่คือการได้ปรองดองกับตนเองในท่วงทำนอง และออกเดินทางตามหาตัวตนที่แท้จริง นี่คือจุดตั้งคำถามเชิงปรัชญา ลำดับถัดไปในเส้นทางดนตรีของเขา

- อีกหนึ่งหนังน่าดู~ A Foggy Tale หนังไต้หวันชื่อดัง (คลิกชมหนังตัวอย่าง) กำลังจะทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญไต้หวัน หลังจากล่าสุด (ก่อนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา) ทำยอดอย่างเป็นทางการทะลุ 90 ล้าน ไปแล้ว ด้วยกระแสปากต่อปากที่แรง ทำให้ทีมงานและนักแสดงออกวิ่งรอบโรงภาพยนตร์ พบปะแฟนๆ กันอย่างต่อเนื่อง จนมีกิจกรรมรวมกว่า 100 รอบทั่วไต้หวัน ซึ่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อฉลองใกล้ทำรายได้ 100 ล้าน เริ่มด้วยงานแจกลายเซ็นโรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์ ที่ซีเหมินติง ต่อด้วยกิจกรรม “ถ่ายรูปพร้อมกินปาท่องโก๋” ที่โรงภาพยนตร์ Show Time ในไทเปโดม ซึ่งใช้ปาท่องโก๋จำลองฉากเด็ดในภาพยนตร์ พร้อมกับคำพูดคลาสสิกในหนังว่า "ขอเวลาประมาณปาท่องโก๋ 5 ตัวให้หน่อย" กิจกรรมนี้เรียกความสนใจจากแฟน ๆ และสื่อออนไลน์อย่างล้นหลาม โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีเฉินอวี้ซวิน เป็นผู้กำกับ และเป็นภาพยนตร์ดราม่าอิงประวัติศาสตร์ ย้อนกลับไปในช่วง "ยุคความน่าสะพรึงกลัวสีขาว" (White Terror) ของไต้หวัน (ช่วงปี 1951-1960) โดยจะถ่ายทอดภาพลักษณ์ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพสังคม และบรรยากาศของผู้คนในยุคนั้นออกมาอย่างเข้มข้น
