Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

ชีพจรเศรษฐกิจ 19 มกราคม 2569
ชีพจรเศรษฐกิจ 19 มกราคม 2569

บริษัทประกันวินาศภัยกั๋วไท่เปิดตัว “ประกันภัยรวมสำหรับอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ไฟฟ้าส่วนบุคคล” เป็นรายแรกของอุตสาหกรรมประกันภัยในไต้หวัน

    จากสถิติล่าสุดของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า ณ เดือนพฤศจิกายน ปี 2025 ไต้หวันมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 4.65 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนถึง 19.99% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งใกล้แตะเกณฑ์ของการเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ที่กำหนดไว้ที่ 20%ในเร็วๆนี้ และยังมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2070 สัดส่วนประชากรสูงอายุอาจเพิ่มขึ้นจนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ

    การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้คำถามสำคัญอย่าง “จะดูแลและคุ้มครองคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างไร” กลายเป็นโจทย์เร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องให้ความสำคัญ

    บริษัทประกันวินาศภัยกั๋วไท่ หรือ Cathay Insurance มองเห็นความต้องการด้านอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนที่ของกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ จึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัว “ประกันภัยรวมสำหรับอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ไฟฟ้าส่วนบุคคล” ซึ่งถือเป็นกรมธรรม์ฉบับแรกของไต้หวันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถเข็นไฟฟ้าและรถช่วยเดินไฟฟ้าทางการแพทย์

    การนำระบบประกันภัยเข้ามาช่วยคุ้มครองนี้ มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุและผู้พิการ และทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกันความปลอดภัย” ให้กับสังคมสูงวัยในระยะยาว

    ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาระบุว่า ในปี 2025 ตลาดอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ไฟฟ้าทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 6,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะขยายตัวเกิน 15,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2035 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้พิการ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ไฟฟ้า

    สำหรับผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าและรถช่วยเดินไฟฟ้าทางการแพทย์ ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระ และเปิดโอกาสให้ยังคงมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ไฟฟ้านี้มีราคาค่อนข้างสูง และผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการ หากเกิดอุบัติเหตุจนทำให้อุปกรณ์เสียหาย หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลที่สาม ก็อาจนำไปสู่ภาระทางการเงินและความเครียดทางจิตใจอย่างหนัก

    ประกันภัยรวมสำหรับอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ไฟฟ้าส่วนบุคคลของกั๋วไท่ เปิดให้ผู้เอาประกันทุกช่วงอายุสามารถสมัครได้ โดยมีเงื่อนไขว่า อุปกรณ์ต้องเป็นรถเข็นไฟฟ้าแบบใช้กำลัง หรือรถช่วยเดินไฟฟ้าทางการแพทย์ ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานอาหารและยา และมีใบอนุญาตอุปกรณ์การแพทย์ที่ถูกต้อง

   อุปกรณ์ต้องเป็นของใหม่และซื้อมาไม่เกินหนึ่งเดือน โดยอุปกรณ์หนึ่งชิ้นสามารถทำประกันได้เพียงหนึ่งกรมธรรม์เท่านั้น ผู้เอาประกันสามารถเลือกแผนความคุ้มครองค่าซ่อมแซมได้ 3 ระดับ คือ วงเงิน 10,000 20,000 และ 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่ทั้งนี้ วงเงินเอาประกันต้องไม่สูงกว่าราคาซื้อจริงของอุปกรณ์ เช่น หากอุปกรณ์มีราคาซื้อ 20,000 เหรียญไต้หวัน จะไม่สามารถเลือกแผนวงเงิน 30,000 เหรียญไต้หวันได้

ขอบเขตความคุ้มครองแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก
     ส่วนแรกคือ ประกันความเสียหายของอุปกรณ์ ครอบคลุมค่าซ่อมแซมจากอุบัติเหตุ และในกรณีที่อุปกรณ์เสียหายทั้งหมดไม่สามารถซ่อมแซมได้ จะจ่ายค่าสินไหมตามจำนวนเงินเอาประกัน โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกินวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

    ส่วนที่สองคือ ประกันความรับผิด หากในระหว่างการใช้งาน อุปกรณ์ก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลที่สาม ความรับผิดดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของประกัน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ผู้ใช้งานอาจต้องเผชิญ

     นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยแล้ว บริษัทประกันวินาศภัยกั๋วไท่ยังมุ่งมั่นสร้างคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยและมีความสุขให้กับผู้สูงอายุ ผ่านการออกแบบประกันเฉพาะกลุ่ม ที่ครอบคลุมทั้งการคุ้มครองชีวิต การสนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ และการคุ้มครองอุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายทั้งด้านการแพทย์และอุบัติเหตุ

     ขณะเดียวกันบริษัทยังให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสียหายและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเปิดตัวโครงการ “ค่ายฝึกขับขี่ปลอดอุบัติเหตุ” เพื่อช่วยผู้ขับขี่สูงอายุเพิ่มความตระหนักด้านความปลอดภัยและพัฒนาทักษะการขับขี่

     พร้อมกันนี้ยังได้เริ่มโครงการ “แผนหัวใจเล็ก ๆ” ลงพื้นที่ไปยังสถานดูแลระยะยาวและชุมชนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการป้องกันความเสี่ยงและการรับมือภัยพิบัติให้กับผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในระบบการดูแลระยะยาว

     ทั้งหมดนี้เป็นการนำแนวคิดหลัก  “การคุ้มครองด้วยประกัน ควบคู่กับการป้องกันความเสียหาย”
มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และสะท้อนจิตวิญญาณของ  “BETTER TOGETHER ร่วมสร้างสิ่งที่ดีกว่าไปด้วยกัน” อย่างแท้จริง (ภาพบนจาก: 蕃薯藤)

(ภาพจาก: 國泰金控)

ปริมาณยอดซื้อคฤหาสน์หรูระดับ 800,000 ต่อตารางเมตร หดตัวลงกว่า 90%

     ที่ผ่านมา เมืองซินจู๋เคยถูกมองว่าเป็น “พื้นที่ทองคำ” ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไต้หวัน โดยเฉพาะตลาดบ้านหรูระดับบน แต่ในปีนี้ ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อปริมาณการซื้อขายคฤหาสน์หรูหดตัวลงอย่างรุนแรง

    จากข้อมูลราคาซื้อขายจริงที่รวบรวมโดย ศูนย์วิจัยแนวโน้มของกลุ่ม Taiwan Realty 台灣房屋集團趨勢中心 ระบุว่า นับถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา การซื้อขายบ้านในเขตซินจู๋และซินจู๋เคาน์ตี ที่มีราคาขายรวมมากกว่า 40 ล้านเหรียญไต้หวัน และมีราคาต่อตารางเมตรเกิน 800,000 เหรียญไต้หวัน มีเพียง 5 รายการเท่านั้น

     ในจำนวนนี้ เป็นบ้านสร้างเสร็จแล้ว 2 รายการ และบ้านพรีเซลอีก 3 รายการ หากเทียบกับตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ซึ่งมีธุรกรรมบ้านหรูระดับเดียวกันสูงถึง 70 รายการ จะเห็นได้ชัดว่าปีนี้ปริมาณการซื้อขาย ลดลงอย่างรุนแรงในลักษณะ “หิมะถล่ม”

     เมื่อพิจารณาเชิงทำเล พบว่า โครงการบ้านหรูที่มีราคาต่อตารางเมตรระดับ “เลข 8 นำหน้า” ทั้งหมด 4 โครงการ ล้วนตั้งอยู่ในเขตพัฒนาใกล้สถานีรถไฟความเร็วสูงจู๋เป่ย (竹北高鐵特區)

     โครงการที่มีราคาสูงที่สุดในปีนี้ คือคฤหาสน์หรูสร้างเสร็จใหม่อายุเพียง 1 ปี ชื่อว่า “เหอซื่อ รูฝู่”(合石如馥) ซึ่งทำราคาต่อตารางเมตรที่ 885,000 เหรียญไต้หวัน ขึ้นแท่นเป็นบ้านหรูราคาสูงสุดของปี แม้จะยังไม่สูงกว่าสถิติปีที่แล้วที่ 890,000 เหรียญ แต่ถือว่าใกล้เคียงมาก

     ขณะเดียวกัน โครงการ “คุนซาน ยางยาง” (坤山央央) ซึ่งเป็นบ้านอายุ 1 ปีเช่นกัน ทำราคาสูงสุดใหม่ของโครงการที่ 864,000 เหรียญไต้หวันต่อตารางเมตร

     ในฝั่งด้านโครงการพรีเซล โครงการ “หยวนผู่ เสวียห่าว” (緣璞學好) บนถนนกวงหมิง 6 ตะวันออกเซคชั่น 2 ทำราคาสูงสุดในกลุ่มพรีเซลของปีนี้ที่ 870,000 เหรียญไต้หวันต่อตารางเมตร

     ส่วนโครงการ “ฝูหยวน เฟิงซิ่ว” (富源豐岫) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจียเฟิง 6เซคชั่น 1 และถนนฝู่ซิง 2 มีการซื้อขายในช่วงต้นปี 2 รายการ โดยห้องชั้นกลางถึงชั้นสูงทำราคาที่ 863,000 เหรียญไต้หวันต่อตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของโครงการเช่นกัน

     คุณจาง ซวี่หลาน(張旭嵐)ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิจัยแนวโน้ม กลุ่ม Taiwan Realty วิเคราะห์ว่า กำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับสูงในจู๋เป่ยยังคงแข็งแกร่ง และซินจู๋ก็ยังติดอันดับพื้นที่ที่มั่งคั่งที่สุดของไต้หวันมาโดยตลอด

     กลุ่มเทคโนโลยีระดับสูงจำนวนมาก “หาเงินเก่ง แต่ไม่มีเวลาบริหารการเงิน” จึงมองการซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดสรรสินทรัพย์และรักษามูลค่า ส่งผลให้ราคาบ้านหรูในจู๋เป่ยยังสามารถยืนอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง

     อย่างไรก็ตาม มาตรการจำกัดสินเชื่อของภาครัฐ ส่งผลให้ตลาดบ้านหรูทั่วประเทศชะลอตัว กลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูงเริ่มวางแผนลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกัน เจ้าของบ้านก็ไม่เร่งขาย ทำให้แม้ปริมาณธุรกรรมจะลดลง แต่ราคายังไม่ปรับลงแรง

     หยาง ซู่เป่า (楊樹寶) ผู้จัดการร้านTaiwan Realtyสาขาหน้าสถานีรถไฟความเร็วสูงซินจู๋ กล่าวว่า ในช่วงก่อนหน้า ตลาดบ้านหรูซินจู๋มีผู้ซื้อหลักเป็นเจ้าของกิจการในเขตอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะบ้านริมน้ำที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อแสดงฐานะและศักยภาพทางการเงิน

     แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ซื้อหลักเปลี่ยนมาเป็นผู้บริหารระดับสูงมากขึ้น ทำให้ผู้พัฒนาโครงการต้องปรับกลยุทธ์ จากการสร้างบ้านขนาดใหญ่มาก มาเป็นบ้านขนาดกลาง พื้นที่ประมาณ 60–80 ตารางวา และราคาขายรวมราว 40 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งขายได้ง่ายกว่า

      แม้ราคาขายรวมจะลดลง แต่ราคาต่อตารางเมตรยังคงรักษาระดับ “เลข 8 นำหน้า” ได้ในหลายโครงการ

     ทางด้านคุณ จาง หลิงอวี่ (張菱育) รองผู้จัดการศูนย์วิจัย เฟิร์สต์ เรียล เอสเตท แอพพราเซิลFirst Real Estate Appraisal (第一建經研究中心) ชี้ว่า การหดตัวของตลาดบ้านหรูในปีนี้ นอกจากตลาดอยู่ในช่วงปรับฐานแล้ว ปัจจัยด้านนโยบายสินเชื่อก็มีผลอย่างมาก

(ภาพจาก: 經濟日報)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解