แหล่งกักเก็บคาร์บอนแห่งแรกในไต้หวัน – เหมียวลี่
ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของโลก แต่สำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ โรงกลั่นน้ำมัน และโรงไฟฟ้าถ่านหิน การลดคาร์บอนเป็นศูนย์ยังเป็นเรื่องท้าทาย ดังนั้น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) จึงถูกกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อให้ไต้หวันบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยบริษัทปิโตรเลียมไต้หวัน (CPC) มีแผนจัดตั้งแหล่งกักเก็บคาร์บอนแห่งแรกของประเทศที่ภูเขาเถี่ยเจิน (鐵砧山) เมืองเหมียวลี่ พร้อมฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 300,000 ตันลงใต้ดินเหนือบ่อก๊าซธรรมชาติเดิม
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยจง (Central University) ยังได้ยื่นขอใช้ที่ดิน 2 เฮกตาร์ในเขตอุทยานเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเถาหยวน เพื่อสร้างแหล่งสาธิตเชิงเรียนรู้ CCS โดยจะฉีดคาร์บอนลงชั้นหินดินดานลึก 1,300 เมตร ซึ่งมีชั้นหินเนื้อแน่นปิดทับ ป้องกันการรั่วไหล โครงการได้รับงบสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังต้องรอกฎหมายเฉพาะเพื่อความชัดเจน
สภาพัฒนาแห่งชาติ (NDC) ได้จัดให้ CCS เป็นยุทธศาสตร์หลักด้านการมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ตั้งแต่ปี 2022 และกฎหมาย “การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ก็ได้บรรจุ CCS ไว้ด้วย ขณะเดียวกัน กระทรวงสิ่งแวดล้อมได้เสนอแผนเรือธงลดคาร์บอนด้วย CCS ในปี 2025 และกำหนดเป้าหมายการกักเก็บคาร์บอนตั้งแต่ปี 2026 จนถึงปี 2035
CPC ยืนยันว่าแหล่งกักเก็บคาร์บอนและบ่อก๊าซธรรมชาติอยู่คนละชั้นธรณี มีชั้นหินดินดานคั่นกลางหลายชั้น ป้องกันการเคลื่อนที่ของของเหลวได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบบติดตามตรวจสอบและมาตรการฉุกเฉินตามมาตรฐานสากล หากเกิดความผิดปกติจะหยุดดำเนินการทันที
รองผู้ว่าฯ เถาหยวนชี้ว่าการดำเนินโครงการ CCS ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส มีข้อมูลเปิดเผยและประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างฉันทามติและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของสังคม
ไต้หวันกำลังเดินหน้าสู่การใช้ CCS ทั้งในระดับเชิงพาณิชย์และเชิงสาธิต แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการออกกฎหมายเฉพาะและการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ทั้งนี้ โครงการเผชิญการคัดค้านจากประชาชนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบต่อชุมชน