1. อากาศหนาวจัด เตือนระวังสุขภาพ! กระทรวงแรงงานห่วงใยแรงงานไทยในไต้หวัน จำนวนมากป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงโดยไม่รู้ตัว
ความดันโลหิตสูงกลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของแรงงานไทยในไต้หวันในปัจจุบัน สาเหตุหลักมาจากการไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพและการดื่มสุราเป็นประจำ ในไซต์งานก่อสร้างหลายแห่งซึ่งส่วนใหญ่ว่าจ้างแรงงานไทยที่มีอายุเฉลี่ย 40 ปีขึ้นไป พบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อรังหลายโรค โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูงมีจำนวนมาก บางไซต์งานคนงานไทยเกือบ 1 ใน 4 ป่วยเป็นโรคนี้

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลินโข่วกำลังเข้ารับการตรวจสุขภาพ (ภาพจากคุณเมษัณฑ์)
แรงงานไทยวัยทำงานสูง เสี่ยงโรคมากขึ้น
แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันมีอายุโดยเฉลี่ยสูงกว่าแรงงานชาติอื่น โดยเฉพาะในไซต์งานก่อสร้าง ทำให้การพาแรงงานไทยที่ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลกลายเป็นภารกิจหลักของล่าม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ซึ่งมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ

พฤติกรรมเสี่ยง นำไปสู่โรคร้ายแรง
สาเหตุหลักมาจากแรงงานไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพของตนเอง นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มสุราเป็นประจำ และรับประทานอาหารรสจัด บางคนป่วยเป็นโรคโดยไม่รู้ตัว โรคที่แรงงานไทยเป็นกันมากที่สุดคือความดันโลหิตสูง ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น "เพชฌฆาตเงียบ" แม้ล่ามจะพาไปพบแพทย์แล้ว แต่ผู้ป่วยหลายคนไม่รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งและไม่ควบคุมหรือติดตามอาการของตนเอง ยังคงดื่มสุราเป็นประจำและพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อมีอาการเป็นลมหมดสติจึงมักจะสายเกินแก้ อาจกลายเป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน
จากรายงานก่อนหน้านี้ พบว่าที่ไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งบริเวณโครงการเมืองการบินเถาหยวน ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินให้เป็นเขตการค้าเสรีและศูนย์กลางโลจิสติกส์อัจฉริยะ มีแรงงานไทยประมาณ 70 คน ในช่วงปลายปี 2565 มีผู้เสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตติดต่อกัน 3 คน และอีก 17 คนที่มีประวัติป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง แม้ล่ามจะพาไปพบแพทย์แล้ว แต่ไม่รับประทานยาเป็นประจำตามแพทย์สั่ง และยังคงดื่มสุราตามปกติ นายจ้างเกรงจะเกิดปัญหา จึงสั่งให้ล่ามพาไปตรวจสุขภาพซ้ำและต้องรับประทานยาประจำตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะถูกยกเลิกสัญญา ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้าง

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคความดันโลหิตสูง (ภาพจาก www.rama.mahidol.ac.th-ramachanne)
ความท้าทายของนายจ้าง
นายจ้างที่เป็นผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ส่วนใหญ่นิยมว่าจ้างแรงงานไทย แต่เนื่องจากแรงงานไทยหายากขึ้น แม้ผู้สมัครจะมีอายุ 50-55 ปี หากสามารถทำงานได้ นายจ้างก็ยินดีรับเข้าทำงาน อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพที่ตามมาทำให้ปัจจุบันภารกิจหลักของล่ามในไซต์งานก่อสร้าง คือการพาแรงงานไทยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล

คำแนะนำจากกระทรวงแรงงานไต้หวัน
ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บในฤดูหนาว กระทรวงแรงงานไต้หวันให้ความห่วงใยสุขภาพของแรงงานต่างชาติ จึงได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เตือนว่า ในฤดูหนาวร่างกายมักเจ็บป่วยได้ง่าย จึงควรดูแลสุขภาพดังนี้
1. รักษาอุณหภูมิร่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าหนาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ใช้ผ้าพันคอ หมวก ถุงมือ และถุงเท้าอย่างเหมาะสม
2. ตื่นนอนอย่างถูกวิธี เมื่อตื่นนอนไม่ควรลุกขึ้นทันที และควรดื่มน้ำอุ่น
3. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำทันทีหลังรับประทานอาหาร สำหรับผู้มีโรคประจำตัว ควรงดอาบน้ำในช่วงเช้า
4. ควบคุมอาการป่วยอย่างเคร่งครัด รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

2. บริษัทจัดหางานลืมต่ออายุ ARC ทำให้แรงงานต่างชาติเสียสิทธิ์ มีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ และส่งผลต่อการประเมินคุณภาพในการให้บริการ
แรงงานต่างชาติร้องเรียนมาตลอดว่า บริษัทจัดหางานไม่ได้ดำเนินการต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ทำให้อยู่เกินกำหนด ต้องเสียค่าปรับและเดินทางกลับประเทศเพื่อทำเรื่องมาใหม่ ประเด็นนี้กระทรวงแรงงานได้เตือนว่า การทำหรือต่ออายุบัตร ARC เป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของบริษัทจัดหางาน หากลืมหรือด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้บัตร ARC ของแรงงานต่างชาติหมดอายุ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไข
บัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ของแรงงานต่างชาติหลายรายหมดอายุเนื่องจากบริษัทจัดหางานที่ดูแลลืมดำเนินการต่ออายุภายในเวลาที่กำหนด ส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับและถูกส่งกลับประเทศ เพื่อลดความสูญเสียดังกล่าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้ทำหนังสือถึงกระทรวงแรงงานขอให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ต่อบริษัทจัดหางาน ให้ปฏิบัติตามหน้าที่ในการให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติ เตรียมเอกสารดำเนินการยื่นต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ทางออนไลน์หรือที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำท้องที่ต่างๆ ภายในเวลา 3 เดือนก่อนถึงกำหนด
ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะออกบัตร ARC รุ่นใหม่ที่สามารถเดินทางเข้า-ออกไต้หวันได้หลายครั้ง โดยแรงงานต่างชาติและนักศึกษาต่างชาติสามารถยื่นเรื่องออนไลน์ได้เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ค่าธรรมเนียมในการทำบัตรใหม่หรือต่ออายุบัตร ARC อยู่ที่ 1,000 เหรียญไต้หวันต่อปี กรณีที่ยื่นขอทางออนไลน์จะใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการ แต่หากยื่นที่เคาน์เตอร์จะใช้เวลาประมาณ 10 วันทำการ

ข้อกำหนดและค่าปรับที่ควรทราบ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันย้ำเตือนว่า มีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ลืมต่ออายุบัตร ARC ตามกำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ เดิมกำหนดให้ต้องขอบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ภายในเวลา 15 วัน ได้ขยายเวลาออกไปเป็น 30 วัน และขยายเวลาการต่ออายุบัตร ARC จากเดิม 30 วัน เป็น 90 วันก่อนหมดอายุ
แรงงานต่างชาติ นักศึกษา หรือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ถือบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ต้องระวังต่ออายุตามกำหนดเวลา หากปล่อยให้หมดอายุแม้เพียงวันเดียว อัตราค่าปรับมีดังนี้
- หมดอายุไม่เกิน 10 วัน ค่าปรับ 10,000 เหรียญ
- หมดอายุ 11-20 วัน ค่าปรับ 20,000 เหรียญไต้หวัน
- หมดอายุไม่เกิน 29 วัน เสียค่าปรับแล้วสามารถขอต่อใหม่ได้
- หมดอายุ 30 วันขึ้นไป นอกจากเสียค่าปรับแล้ว ยังต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบินกลับประเทศด้วย เพื่อไปทำเรื่องมาใหม่ เนื่องจากไม่สามารถต่ออายุบัตรได้
- หมดอายุ 31-60 วัน ค่าปรับ 30,000 เหรียญไต้หวัน
- หมดอายุ 61-90 วัน ค่าปรับ 40,000 เหรียญไต้หวัน
- หมดอายุ 91 วันขึ้นไป ค่าปรับสูงสุด 50,000 เหรียญไต้หวัน
(หมายเหตุ: กรณีเข้ารายงานตัวเอง ระเบียบใหม่จะได้รับการลดหย่อนค่าปรับกึ่งหนึ่ง)

โทษสำหรับบริษัทจัดหางาน
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ตามกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 40 วรรค 1 ข้อที่ 15 กำหนดให้บริษัทจัดหางานต้องดูแลให้บริการและดำเนินการตามภาระหน้าที่ หากไม่ปฏิบัติตามจนเป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติและนายจ้างที่ดูแลบริการเกิดความเสียหาย จะถูกปรับขั้นต่ำ 60,000 เหรียญ ไม่เกิน 300,000 เหรียญ และจะถูกบันทึกความผิด ส่งผลกระทบต่อการประเมินคุณภาพการให้บริการของบริษัทจัดหางาน หรืออาจถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ

บริการที่บริษัทจัดหางานต้องให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
กระทรวงแรงงานอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติได้เมื่อมีการทำสัญญาและให้บริการจริง ในอัตรา 1,800, 1,700 และ 1,500 เหรียญต่อเดือนในปีที่ 1, 2 และปีที่ 3 ขึ้นไปตามลำดับ ระหว่างนี้บริษัทจัดหางานต้องให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติ 4 รายการที่ไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ ดังนี้
1. รับ-ส่งแรงงานต่างชาติ ต้องรับแรงงานต่างชาติเมื่อเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันครั้งแรกและส่งกลับประเทศเมื่อทำงานครบกำหนดสัญญา ไม่สามารถเก็บค่าเดินทางเพิ่มเติมได้
2. การยื่นขอใบอนุญาต ต้องทำเรื่องช่วยนายจ้างยื่นขอใบอนุญาตว่าจ้าง และช่วยแรงงานต่างชาติยื่นขอใบอนุญาตทำงาน
3. การยื่นขอทำและต่ออายุบัตร ARC ยื่นขอทำบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ให้แก่แรงงานต่างชาติภายในเวลา 30 วันนับแต่วันเดินทางถึง และต่ออายุ ARC ภายในเวลา 3 เดือนก่อนหมดอายุ
4. การตรวจสุขภาพ พาแรงงานต่างชาติไปรับการตรวจสุขภาพภายในเวลา 3 วันนับแต่วันเดินทางถึง และภายในเวลาก่อนหรือหลัง 30 วันเมื่อทำงานครบกำหนดในเดือนที่ 6, 18 และ 30

คำเตือนสำหรับแรงงานไทย
แม้บริษัทจัดหางานจะมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องการต่ออายุบัตร ARC แต่ขอเตือนแรงงานไทยว่า อย่าวางใจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัทจัดหางานหรือล่ามแต่เพียงฝ่ายเดียว ต้องตรวจดูบัตร ARC ของตนเองว่าจะหมดอายุเมื่อใด หากใกล้ถึงเวลาแล้วยังไม่เห็นมีการดำเนินการใดๆ เราต้องเป็นฝ่ายแจ้งบริษัทจัดหางานหรือล่ามว่าถึงเวลาต่ออายุบัตร ARC แล้ว
ปัจจุบันบริษัทจัดหางานส่วนใหญ่จะใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมและจัดระบบบริหาร ปัญหาการลืมต่ออายุบัตร ARC จะลดน้อยลงไปมาก แต่ก็ยังพบเหตุการณ์เป็นระยะ เมื่อเกิดขึ้น ผู้ที่เสียหายคือเราเอง เพราะตามกฎหมาย บัตร ARC หมดอายุไม่เกิน 10 วันจะต้องเสียค่าปรับ 10,000 เหรียญ หากหมดอายุเกิน 30 วัน นอกจากจะต้องจ่ายค่าปรับแล้ว ยังต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องมาใหม่อีกด้วย ซึ่งทำให้เสียเวลา เสียเงินทอง และเสียสิทธิประโยชน์

3. ไต้หวันปรับนิยามแรงงานกึ่งฝีมือเป็นแรงงานฝีมือต่างชาติ เริ่มปี 2569 อายุงานครบ 3 ปี ยกเลิกการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน และสามารถจัดการที่พักอาศัยเองได้
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป จะปรับเปลี่ยนชื่อแรงงานกึ่งฝีมือเป็นแรงงานฝีมือต่างชาติอย่างเป็นทางการ โดยนอกจากแรงงานต่างชาติที่มีประสบการณ์สูงและทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีจะได้รับการยกระดับสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว นักศึกษาต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไปยังสามารถเข้ามาทำงานในฐานะแรงงานฝีมือจากต่างประเทศได้โดยตรง เพื่อขยายแหล่งบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

ขอบเขตประเภทงานที่เปิดรับแรงงานฝีมือต่างชาติจะผ่อนคลายมากขึ้น จากเดิมที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิต ก่อสร้าง เกษตรกรรม ผู้อนุบาล ประมง ล่าม และพ่อครัว มีการเพิ่มประเภทงานใหม่ ได้แก่ งานบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยแบบอยู่เป็นเพื่อน หรือผู้อนุบาลแบบรายชั่วโมง รวมถึงเปิดให้นำเข้าแรงงานฝีมือจากต่างประเทศในภาคบริการ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและที่พัก และพนักงานท่าเรือพาณิชย์ เพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานในภาคบริการและโลจิสติกส์
ซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน ระบุว่า เพื่อรับมือกับโครงสร้างแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากอัตราการเกิดต่ำและสังคมผู้สูงอายุ กระทรวงแรงงานได้ผลักดันแผนยกระดับกำลังแรงงานต่างชาติ โดยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 พร้อมออกระเบียบใหม่ว่าด้วยคุณสมบัติ การอนุญาต และการบริหารจัดการแรงงานฝีมือชาวต่างชาติ รวมถึงแก้ไขกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องหลายฉบับให้สอดคล้องกัน

1 ม.ค. 69 เป็นต้นไป ไต้หวันปรับคำเรียกแรงงานกึ่งฝีมือเป็นแรงงานฝีมือต่างชาติ เมื่ออายุงานครบ 3 ปี ยกเลิกการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน และสามารถจัดการที่พักอาศัยเองได้
ควบคู่ไปกับการปรับกฎหมาย กระทรวงแรงงานได้ปรับปรุงและจัดทำแบบฟอร์มเอกสารใหม่รวม 324 ฉบับ เปลี่ยนคำเรียกแรงงานกึ่งฝีมือหรือแรงงานต่างชาติประเภทที่สามเป็นแรงงานฝีมือต่างชาติทั้งหมด พร้อมปรับถ้อยคำให้สอดคล้องกับการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ การจ้างงาน และการตรวจสุขภาพ นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องข้อมูลการติดต่อของนายจ้าง โดยกำหนดให้ต้องกรอกหมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมล หรือโทรศัพท์บ้านอย่างน้อยหนึ่งช่องทาง และในคำขออนุญาตรับสมัครแรงงานภาคการผลิต เพิ่มบัญชีรายชื่อยืนยันการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นรายเดือนอย่างน้อย 2,000 เหรียญไต้หวัน
สำหรับภาคการผลิต กระทรวงแรงงานเพิ่มกลไกจัดสรรโควตาแรงงานต่างชาติเพิ่มเติม โดยซูอวี้กั๋วระบุว่า ภายใต้ระบบเดิม หากนายจ้างปรับขึ้นค่าจ้าง 2,000 เหรียญให้แรงงานท้องถิ่น 1 คน จะสามารถจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มได้อีก 1 คน นอกเหนือจากโควตาเดิม สูงสุดไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานที่เอาประกันภัยแรงงาน และเพดานรวมโควตาแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตเพิ่มจากร้อยละ 40 เป็นร้อยละ 45

ขณะเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานฝีมือต่างชาติ นายจ้างในภาคการผลิตสามารถยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ทั้งหมด โดยขยายเพดานการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจากเดิมที่อนุญาตเพียงร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 100 อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมแรงงานต่างชาติทั่วไป แรงงานฝีมือ และผู้ชำนาญการต่างชาติทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนพนักงานรวม เพื่อรักษาสมดุลโครงสร้างแรงงาน
ในส่วนกลไกการนำเข้าจากต่างประเทศ แรงงานฝีมือชาวต่างชาติจะดำเนินการผ่านศูนย์รับสมัครกำลังแรงงานต่างชาติ โดยใช้รูปแบบการจ้างงานแบบรัฐต่อรัฐ ศูนย์ดังกล่าวจะรับผิดชอบการสรรหา รวมถึงประสานกับประเทศต้นทางในการจัดฝึกอบรมและทดสอบทักษะ หลังจากนายจ้างดำเนินการหาคนในประเทศและนำเข้าแรงงานแล้ว ยังสามารถมอบหมายให้บริษัทจัดหางานเป็นผู้ให้บริการต่อได้ โดยมีการกำหนดอัตราค่าบริการอย่างชัดเจน

นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย เมืองหยุนหลิน)
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติกล่าวอีกว่า บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บค่าลงทะเบียนและจัดหางานจากนายจ้างในอัตราเท่ากับค่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 เดือน และค่าบริการรายปีจากนายจ้าง 2,000 เหรียญไต้หวันต่อปี ขณะเดียวกันสามารถเรียกเก็บค่าบริการจากแรงงานฝีมือชาวต่างชาติในไต้หวันได้ปีละ 2,000 เหรียญไต้หวัน
การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ยังเปิดทางให้ธุรกิจที่พักและงานขนถ่ายสินค้าในท่าเรือพาณิชย์สามารถจ้างแรงงานฝีมือชาวต่างชาติและนำเข้าจากต่างประเทศได้โดยตรง หากนายจ้างปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานท้องถิ่น 2,000 เหรียญไต้หวันต่อคน จะได้รับโควตาแรงงานฝีมือเพิ่มอีก 1 คน สูงสุดไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนพนักงานท้องถิ่นตามรายชื่อผู้เอาประกันภัยแรงงาน

แรงงานกึ่งฝีมือชาวฟิลิปปินส์ที่โรงงานในจางฮั่ว (ภาพจาก newstaiwan.net)
สำหรับแรงงานฝีมือชาวต่างชาติในภาคธุรกิจโรงแรมและที่พัก ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไป หรือสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 2 ปี พร้อมผ่านการทดสอบความสามารถด้านภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน A2 ขึ้นไป ด้านการตรวจสอบ กระทรวงแรงงานจะกำหนดให้นายจ้างระบุชัดเจนว่าปรับขึ้นค่าจ้างให้แรงงานท้องถิ่นรายใด และภายหลังการนำเข้าแรงงานฝีมือ จะตรวจสอบว่ามีการปรับขึ้นระดับฐานค่าจ้างของแรงงานท้องถิ่นตามที่กองทุนประกันภัยแรงงานประกาศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ขั้น หากพบว่าไม่มีการปรับขึ้นจริง จะเพิกถอนการจ้างแรงงานฝีมือชาวต่างชาติทันทีในอัตรา 1 ต่อ 1 โดยไม่ให้ระยะเวลาแก้ไข
นอกจากนี้ กฎระเบียบด้านการอยู่อาศัยและการตรวจสุขภาพยังได้รับการผ่อนคลาย โดยแรงงานฝีมือชาวต่างชาติสามารถจัดหาที่พักอาศัยได้ด้วยตนเอง จากเดิมที่เป็นหน้าที่ดูแลของนายจ้าง เปลี่ยนเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ส่วนแรงงานฝีมือที่พำนักในไต้หวันเกิน 3 ปี จะลดความถี่ในการตรวจสุขภาพ เหลือเพียงการตรวจสุขภาพเมื่อยื่นขออนุญาตจ้างงานแต่ละครั้ง หรือตลอดสัญญา 3 ปีตรวจเพียงครั้งเดียวขณะยื่นขอจ้างหรือต่อสัญญา ไม่ต้องตรวจทุก 6 เดือนเหมือนในอดีตอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม แรงงานกึ่งฝีมือในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้อนุบาลแบบรายชั่วโมง ยังต้องเข้ารับการเอกซเรย์ปอดเพื่อตรวจวัณโรคและตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำทุก 6 เดือนตามเดิม