Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 7 ก.พ.2569

นักปีนเขาชาวไต้หวัน ลวี่จงฮั่น (呂忠翰) สามารถพิชิตยอดเขา Lhotse ซึ่งเป็นภูเขาสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกได้สำเร็จ(photo:Gamania Cheer Up Foundation)
นักปีนเขาชาวไต้หวัน ลวี่จงฮั่น (呂忠翰) สามารถพิชิตยอดเขา Lhotse ซึ่งเป็นภูเขาสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกได้สำเร็จ(photo:Gamania Cheer Up Foundation)

ลวี่จงฮั่น นักปีนเขาชื่อดังของไต้หวัน เผยประสบการณ์การปีนเขาทั้งในและต่างประเทศ

ลวี่จงฮั่น (呂忠翰) หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “อากั่ว” (阿果) นักปีนเขาชื่อดังของไต้หวัน ย้อนเล่าความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2022 ระหว่างการพิชิตยอดเขาคังเช็นเจองาในทิเบต ภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยความสูง 8,586 เมตร ซึ่งในภารกิจครั้งนั้น เขาไม่ได้หลับตานานถึงสองวัน ปีนเขาต่อเนื่องรวม 31 ชั่วโมง โดยกว่า 9 ชั่วโมงเกิดภาวะความจำขาดหาย สติสัมปชัญญะถูกผลักข้ามขีดจำกัด เข้าสู่โลกที่ยากจะอธิบาย การรับรู้บิดเบือนจนคิดว่าตนเองเสียชีวิตไปแล้ว ความสับสนดังกล่าวนำไปสู่ความคิดอยากกระโดดหน้าผา หรือกลิ้งลงตามเนินหิมะ เพื่อยุติทุกอย่างให้สิ้นสุดลง

知名登山家呂宗翰在攀登干城章嘉犯下了跨越極限的失誤。他說,當時下午2點,天氣很好,只差100公尺就可登頂,想一鼓作氣,設定1小時登頂,但沒想到,登頂時卻花了2個小時,這時體力已到極限,還要下山,當時「我整個嚇到,心想完蛋了,我準備死了,應該沒有機會回到家了」。記者沈能元/攝影

ลวี่จงฮั่น เล่าประสบการณ์ปีนเขาคังเซ้นเจองาในทิเบต(ภาพจาก udn news)

โรงพยาบาลทหารผ่านศึกไทเป (Taipei Veterans General Hospital: TVGH) จัดกิจกรรม “เวทีบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ” เป็นประจำทุกเดือน เพื่อเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาแบ่งปันประสบการณ์ โดยเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 ได้เชิญลวี่จงฮั่น นักปีนเขาชื่อดังของไต้หวัน มาบรรยายในหัวข้อ “ไต่สู่ขีดจำกัด” (攀向極限)

ลวี่จงฮั่นระบุว่า ระหว่างปี 2013–2025 เขาได้ออกเดินทางพิชิตยอดเขาที่มีความสูงกว่า 8,000 เมตร รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง และประสบความสำเร็จในการขึ้นถึงยอด 11 แห่ง ในจำนวนนี้ 10 แห่งเป็นการปีนแบบไม่ใช้ออกซิเจนเสริม ประสบการณ์และวิสัยทัศน์ด้านการผจญภัยของเขา จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การปีนเขาสูงในต่างประเทศของไต้หวัน

เขาย้ำว่า แก่นแท้ของการปีนเขาไม่เคยเป็นเรื่องของการ “พิชิต” ธรรมชาติ หากแต่คือการทำความรู้จักขีดจำกัดของตนเอง พร้อมรักษาความอ่อนน้อมถ่อมตนและความเคารพยำเกรงต่อภูเขา อย่างไรก็ตาม ในการปีนเขาคังเช็นเจองาครั้งนั้น เขายอมรับตรงไปตรงมาว่าได้ก้าวล้ำขีดจำกัดของร่างกาย และนั่นคือความผิดพลาดครั้งสำคัญ

ลวี่จงฮั่นเล่าว่า ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณบ่ายสองโมง สภาพอากาศดีมาก และเหลือระยะทางเพียงราว 100 เมตรก็จะถึงยอดเขา เขาจึงตัดสินใจรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ตั้งเป้าว่าจะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในการขึ้นถึงยอด แต่ในความเป็นจริงกลับใช้เวลานานถึงสองชั่วโมง เมื่อไปถึงยอดเขา ร่างกายก็ถึงขีดจำกัดโดยสิ้นเชิง ทว่าภารกิจยังไม่จบ เพราะยังต้องเริ่มการลงเขา

ตอนนั้นผมตกใจมาก คิดในใจว่าแย่แล้ว นี่อาจเป็นจุดจบ ผมคงไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีก” เขาเล่าว่า ความคิดในหัวขณะนั้นมีเพียงอย่างเดียว คือ ต้องลงเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ระหว่างการลงเขา ลวี่จงฮั่นพบกับนักปีนเขาชาวอินเดียคนหนึ่ง ซึ่งปีนโดยใช้ออกซิเจนเสริม เขาพูดกับอีกฝ่ายตรง ๆ ว่า “ผมปีนแบบไม่ใช้ออกซิเจน แต่คุณยังเดินช้ากว่าผมอีก แสดงว่าสภาพร่างกายคุณแย่มาก คุณต้องลงเขาทันทีนะ พี่ชาย ผมช่วยคุณไม่ได้จริง ๆ”

ทว่าเพียงพูดจบ ความอ่อนล้าก็ถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง สติและความคิดแทบไม่หลงเหลือ ก่อนที่เขาจะหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับพบว่าตัวเองยังคงเดินอยู่ท่ามกลางหิมะ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวทันที—ซวยแล้ว…ผมตายไปแล้วแน่ ๆ”

知名登山家呂宗翰返國後,嚴重手指凍傷、肺栓塞送至台北榮總治療,當時右手小指、無名指還接受了腹部皮瓣移植術,將受傷手指「種」在肚皮上,經過3、4個月的治療,終於慢慢康復。記者沈能元/攝影

ลวี่จงฮั่นรักษานิ้วมือถูกหนาวกัดรุนแรงและลิ่มเลือดอุดตันในปอด แพทย์ผ่าตัดนิ้วก้อย-นิ้วนางขวา โดบฝังนิ้วไว้กับหน้าท้อง ฟื้นตัวหลัง 3–4 เดือน

เมื่อย้อนคิดกลับไป ลวี่จงฮั่นกล่าวว่า ในเวลานั้นเขาอยู่ในสภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง นิ้วมือเกิดอาการหนาวกัดรุนแรง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ขณะเดียวกัน สติสัมปชัญญะก็ถูกผลักข้ามขีดจำกัด เข้าสู่โลกที่ไม่คุ้นเคยและยากจะอธิบาย

ผมอยากกระโดดหน้าผา หรือปล่อยตัวกลิ้งลงเนินหิมะ เพื่อให้ทุกอย่างจบลง” เขาเล่า แต่เกิดความหวาดกลัวในวินาทีที่จะกระโดดจากหน้าผา ทำให้เขาล้มเลิกความคิดนั้น สุดท้าย ด้วยจิตใจที่ฉุกคิดในทางที่ดีงามได้ประคองเขาลงจากภูเขา และกลับไปถึงค่ายฐานในประเทศเนปาลได้อย่างปลอดภัย

หลังเดินทางกลับประเทศ ลวี่จงฮั่นถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกไทเป จากอาการนิ้วมือหนาวกัดอย่างรุนแรง และภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด  นิ้วก้อยและนิ้วนางข้างขวาจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยแพทย์นำมือที่บาดเจ็บไป “ฝัง” ไว้บริเวณหน้าท้อง เพื่อให้ผิวหนังและหลอดเลือดได้รับการหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หลังการรักษาที่ยาวนานราว 3–4 เดือน อาการของเขาจึงค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น

นอกจากการปีนเขาสูง ปัจจุบันลวี่จงฮั่นยังทุ่มเทให้กับการส่งเสริมการศึกษาเรื่องการปีนเขา เขาหวังว่าในอนาคตรัฐจะจัดกิจกรรมอย่าง “สัปดาห์การปีนเขา” เพื่อจัดสรรช่วงเวลาอย่างเป็นระบบให้กลุ่มการศึกษาได้ยื่นขอขึ้นเขา เขามองว่าไต้หวันยังขาดวัฒนธรรมการผจญภัย และกล่าวว่า “ความเข้มแข็งของประเทศ อยู่ที่ความอยากรู้อยากเห็นและความกล้าของประชาชนต่อการผจญภัย” เขาเรียกร้องให้ปลูกฝังแนวคิดดังกล่าวตั้งแต่ระดับรากฐาน ตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมย้ำว่า “คุณยอมรับความรับผิดชอบได้มากแค่ไหน คุณก็จะได้เสพอิสรภาพมากเท่านั้น”

ในช่วงท้ายของการบรรยาย ลวี่จงฮั่นกล่าวว่า โลกใบนี้มีคุณค่าสองลักษณะ หนึ่งคือการแสวงหาการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ อีกแบบคือการแข่งขันเปรียบเทียบระหว่างมนุษย์ด้วยกัน แต่เขาเห็นว่า “ชีวิตควรเปลี่ยนจากการพึ่งพาความเชื่อของผู้อื่น มาเป็นความเชื่อมั่นในตัวเอง”

台北榮總院長陳威明(左)說,台灣有許多厲害的人,在不同領域發光發熱,呂忠翰(右)的故事十分激勵人心,他引用已過世名導齊柏林「看見台灣」紀錄片中,吳念真旁白的一句話,「如果你覺得台灣就是如此,那是因為你站的不夠高」。記者沈能元/攝影

เฉินเวยหมิง ผู้อำนวยการ รพ.ทหารผ่านศึกไทเป(ภาพซ้าย) ชี้เรื่องราวของลวี่จงฮั่นเป็นแรงบันดาลใจที่สะท้อนความสามารถของคนไต้หวัน

ทุกคนควรหันกลับมามองคุณค่าการมีอยู่ของตนเอง ค้นหาความงาม แบ่งปัน และเชื่อมั่นในความเป็นไปได้ของตน โดยไม่จำเป็นต้องใส่ใจว่าเรายืนอยู่สูงแค่ไหน ขอเพียงรักษาความเคารพต่อชีวิตและความหลงใหลเอาไว้ เขากล่าวว่า ทุกคนควรมีชีวิตดั่งขุนเขา—มีทั้งความกว้าง ความลึก และความสูง มอบมุมมองให้ผู้อื่น และเป็นที่พึ่งพาซึ่งกันและกัน เมื่อภูเขาทุกลูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็นประเทศแห่งขุนเขา

ด้านเฉินเวยหมิง (陳威明) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึกไทเป กล่าวว่า ไต้หวันมีผู้คนมากความสามารถที่เปล่งประกายในหลากหลายสาขา และเรื่องราวของลวี่จงฮั่นนับเป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่ง เขายังยกคำบรรยายจากสารคดี มองเห็นไต้หวัน (Seeing Taiwan/看見台灣) ของผู้กำกับผู้ล่วงลับ ฉีป๋อหลิน ซึ่งเขียนโดยอู๋เนี่ยนเจินว่า ถ้าคุณคิดว่าไต้หวันก็เป็นแค่นี้ นั่นเป็นเพราะคุณยืนอยู่ไม่สูงพอ”

เขายังชี้ให้เห็นว่า ตลอดการบรรยาย ลวี่จงฮั่นไม่เคยใช้คำว่า “พิชิต” (征服) แม้แต่ครั้งเดียว สะท้อนถึงความเคารพยำเกรงและความสำนึกในคุณค่าของภูเขาสูงอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ไต้หวันมีภูเขาที่สูงกว่า 3,000 เมตร มากกว่า 260 ลูก จึงขอแนะนำให้ผู้ที่คิดจะขึ้นเขาผ่านการฝึกฝนอย่างรอบด้าน เพื่อจะได้สัมผัสและชื่นชมความงดงามของขุนเขาได้อย่างปลอดภัย

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解