Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569

คุมเข้มสกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติ “ฝึกงานแฝงแรงงานเถื่อน” ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ
คุมเข้มสกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติ “ฝึกงานแฝงแรงงานเถื่อน” ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ

1. ไต้หวันสั่งคุมเข้ม! สกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติ “ฝึกงานแฝงแรงงานเถื่อน” ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ

      เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการได้แก้ไขและประกาศใช้ “ระเบียบการขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนและมาฝึกงานในไต้หวัน” ป้องกันปัญหาการนำนักศึกษาต่างชาติมาใช้เป็นแรงงานราคาถูก พร้อมกำชับว่าหากมีการทำงานจริง ค่าตอบแทนรวมต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หากหน่วยงานฝึกงานฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว กระทรวงเศรษฐการมีอำนาจเพิกถอนหรือยกเลิกหนังสืออนุมัติการฝึกงาน และจะไม่พิจารณาอนุมัติคำขอให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาฝึกงานอีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน

วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เกาสง Chung Shan Industrial & Commercial School : CSIC มีนักศึกษาจากเวียดนาม อินโดนีเซียจำนวนมาก (ภาพจาก twreporter.org)

      จากปัญหาอัตราการเกิดต่ำและสังคมผู้สูงอายุที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จึงเปิดให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านแรงงาน ภายใต้ชื่อการฝึกงาน แต่พบว่านักศึกษาเหล่านี้ มักไม่ได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ อีกทั้งค่าตอบแทนยังต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ไม่เพียงแต่ภาคการผลิตเท่านั้น แม้แต่ภาคบริการ เช่น ธุรกิจอาหารและที่พัก รวมถึงธุรกิจเสริมสวย ต่างมีการว่าจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงาน ส่งผลให้ปรากฏปัญหาใช้การฝึกงานบังหน้า ที่แท้จริงแล้วคือการใช้แรงงานค่าแรงถูกอย่างต่อเนื่อง

ไต้หวันคุมเข้ม! สกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติถูกใช้เป็นแรงงานราคาถูก ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ (ภาพจาก ctee.com.tw)

      เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของนักศึกษาต่างชาติดังกล่าว ควบคู่กับการตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการไต้หวันจึงได้แก้ไขและประกาศใช้ระเบียบการขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนและมาฝึกงานในไต้หวัน โดยมีการปรับปรุงสาระสำคัญ 5 ประเด็นหลักดังนี้ :

      - คุณสมบัติ : ต้องเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง เรียนมาแล้วอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษาก่อนเดินทางเข้ามาในไต้หวัน อายุต้องสอดคล้องกับระดับการศึกษา สาขาที่เรียนต้องสัมพันธ์กับลักษณะการฝึกงาน และต้องมีทักษะภาษาจีนหรืออังกฤษในระดับพื้นฐาน เพื่อให้การฝึกงานเกิดผลอย่างแท้จริง

นักศึกษาจากประเทศอาเซียน ขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจาก twreporter.org)

      - ค่าตอบแทน : ในกรณีที่มีการปฏิบัติงานหรือใช้แรงงานนอกเหนือจากการฝึกอบรมวิชาการ ยอดรวมของเงินอุดหนุนและเบี้ยเลี้ยงรายเดือนต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของกระทรวงแรงงาน

      - ชั่วโมงการทำงาน : จำกัดเวลาฝึกงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ห้ามทำงานในช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันถัดไป เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากตัวนักศึกษา

      - การประกันภัยภาคบังคับ : หน่วยงานที่รับฝึกงานต้องจัดทำประกันภัยที่เหมาะสมให้แก่นักศึกษา ซึ่งรวมถึงประกันอุบัติเหตุกลุ่มหรือประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน

      - กลไกการตรวจสอบ : กระทรวงเศรษฐการจะร่วมกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุ่มตรวจสถานประกอบการ หากหน่วยงานฝึกงานฝ่าฝืนข้อกำหนด จะถูกเพิกถอนการอนุมัติการรับฝึกงานทันที และสั่งระงับสิทธิ์การขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าฝึกงานเป็นเวลา 6 เดือน

ไต้หวันคุมเข้ม! ป้องกันปัญหานักศึกษาต่างชาติถูกใช้เป็นแรงงานราคาถูก ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ (ภาพจาก udn.com)

      กระทรวงเศรษฐการระบุเพิ่มเติมว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของปีนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ได้มีการปรับปรุงแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยสถานประกอบการและนิติบุคคลสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครฉบับปรับปรุงใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติการลงทุน เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

2. 9 เดือนแรกปี 68 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 8,293 คน เวียดนามอันดับหนึ่ง 4,000 คน ตามด้วยไทยร่วม 1,000 คน คดีฉ้อโกงมากสุด  3,013 คน เมาแล้วขับ 1,869 คน

      สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเปิดเผยสถิติชาวต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายและก่อคดีอาชญากรรม ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2568 พบว่า มีชาวต่างชาติก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 8,293 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 95.37 หรือ 7,909 คนเป็นผู้ต้องหาชาวเอเชีย โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะเป็นแรงงานต่างชาติ คดีอาชญากรรมที่ก่อมากที่สุด ได้แก่คดีฉ้อโกง 3,013 คน คิดเป็นอัตราส่วน 36.33% อันดับ 2 เป็นคดีก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ 1,869 คน หรือ 22.54% ตามด้วยคดีลักทรัพย์ 762 คน คิดเป็นอัตราส่วน 9.16% อันดับ 4 คดียาเสพติด 669 คน ครองสัดส่วน 8.07% อันดับ 5 คดีทำร้ายร่างกาย 392 คน ครองสัดส่วน 4.37%

      สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันแถลงว่า 9 เดือนแรกของปี 2568 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรม และถูกจับดำเนินคดี มีทั้งสิ้น 8,293 คน ส่วนใหญ่หรือ 7,909 คน อัตราส่วน 95.37% เป็นชาวเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยในจำนวนนี้ ชาวเวียดนามก่อคดีมากที่สุด ถูกจับ 3,991 คน คิดเป็นอัตราส่วน 48.12% ตามด้วยอินโดนีเซีย 1,009 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 12.18% ส่วนชาวไทยมาเป็นอันดับ 3 ด้วยจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 1,004 คน ครองสัดส่วน 12.11% อันดับ 4 ได้แก่ชาวฟิลิปปินส์ ก่อคดีและถูกจับ 708 คน ครองสัดส่วน 8.54% ส่วนชาวต่างชาติจากภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ยุโรปอเมริกาและแอฟริกา แต่ภูมิภาคตรวจพบผู้ต้องหา 192 คน คิดเป็นอัตราส่วน 2.32%

      อย่างไรก็ตาม ที่น่าจับตามากที่สุดได้แก่ ชาวมาเลเซียก่อคดีเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ถูกจับกุม 417 คน เพิ่มขึ้นจาก 216 คนจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 มากถึง 201 คน หรือเพิ่มขึ้น 93.06% ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง ขณะที่ชาวเวียดนามก่อคดีมีแนวโน้มลดลง จากไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ที่มี 1,398 คน ลดลงเป็น 1,314 คนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568

      หากคำนวณจากยอดจำนวนผู้ต้องหาของแรงงานของแต่ละสัญชาติที่ก่อคดีอาชญากรรม แรงงานเวียดนามก่อคดี 1.35% แรงงานไทยก่อคดี 1.39% อินโดนีเซีย 0.31% ฟิลิปปินส์ 0.4% จะเห็นได้ว่าแรงงานไทยก่อคดีอาชญากรรมมากกว่าแรงงานเวียดนาม ส่วนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก่อคดีและสร้างปัญหาน้อยสุด

      สำนักงานตำรวจกล่าวว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา พบผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง หน่วยงานต้นสังกัดจึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อหรือเข้าไปพัวพันกับขบวนการฉ้อโกง โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายและความตระหนักรู้ในการป้องกันตนเอง จัดทำ “สื่อประชาสัมพันธ์ต่อต้านการฉ้อโกงสำหรับชาวต่างชาติ” ในหลายภาษา ใช้กรณีตัวอย่างที่เข้าใจง่าย อธิบายถึงผลกระทบร้ายแรงของการเข้าไปเป็นผู้รับจ้างกระทำความผิดในขบวนการฉ้อโกง หรือการให้ยืมบัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)

ตำรวจเมืองจางฮั่วตรวจตราตามร้านค้าที่ให้บริการแรงงานต่างชาติ ป้องกันปัญหาอาญาชกรรม (ภาพจากสถานีตำรวจจางฮั่ว)

      เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีของชาวต่างชาติถูกขบวนการฉ้อโกงนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงของสภาบริหาร ได้เร่งกำกับและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงิน และหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อหารือมาตรการแก้ปัญหาเชิงบูรณาการระหว่างกระทรวง โดยอาศัยการเชื่อมโยงระบบข้อมูลข้ามหน่วยงาน ลดโอกาสที่ชาวต่างชาติจะตกเป็นเป้าหมายในการจัดหาบัญชีม้าให้กับขบวนการฉ้อโกง หากตรวจพบความผิดปกติของกระแสเงินในบัญชี สามารถดำเนินการอายัดบัญชีได้ทันที เสริมความเข้มแข็งในการบริหารความเสี่ยงของบัญชีการเงิน และขจัดช่องโหว่ด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย

      นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านงานตำรวจในระดับนานาชาติ รัฐบาลได้จัดการประชุม “เวทีความร่วมมือด้านตำรวจระหว่างประเทศ 2568 – สัมมนาการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน” โดยมีประเด็นการหารือครอบคลุมด้าน “การฉ้อโกงและการค้ามนุษย์” “กระแสเงินผิดกฎหมายและการฟอกเงิน” “อาชญากรรมทางไซเบอร์” และ “อาชญากรรมยาเสพติด” ไต้หวันยังคงเดินหน้ากระชับความร่วมมือข้ามชาติในด้านการแบ่งปันข่าวกรอง การติดตามจับกุมผู้หลบหนีคดี และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อพัฒนากลไกการป้องกันและปราบปรามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เชื่อมโยงประสบการณ์ของไต้หวันกับมาตรฐานสากล และคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างรอบด้าน

3. จับ 5 ผีน้อยไทยพร้อมนายหน้าลอบทำงานปูกระเบื้องไซต์งานสร้างบ้านที่ซินจู๋ ค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองซินจู๋ รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า มีชาวต่างชาติที่ผิดกฎหมายอยู่ในบริเวณไซต์งานก่อสร้างอาคารพักอาศัยรวมแห่งหนึ่งในเมืองซินจู๋ หลังจากเจ้าหน้าที่สืบสวนและเก็บหลักฐานหลายครั้ง จึงจับกุมชาวไทย 5 คน พบเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่พำนักเกินกำหนด 14 วันและทำงานผิดกฎหมาย

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)

      เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบชาวไทยทั้ง 5 ตั้งเต็นท์อาศัยอยู่ในไซต์งานก่อสร้างเพื่อลดโอกาสถูกตรวจพบ แต่ละคนมีเต็นท์เป็นของตัวเองและอยู่กันคนละหลัง พร้อมติดผ้าม่านหน้าประตู ปูกระดาษแข็ง ผ้าห่มและจัดวางของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างง่าย นอกจากนี้ยังใช้นั่งร้านเป็นที่ตากผ้า ใช้ชีวิตในไซต์งานก่อสร้างราวกับบ้านของตัวเอง คล้ายกับฉากในภาพยนตร์เรื่องชนชั้นปรสิตที่กำลังแสดงอยู่ต่อหน้าต่อตา โดยผู้ที่อาศัยอยู่นานที่สุดพำนักมาแล้ว 2 เดือน ส่วนระยะเวลาสั้นที่สุดอยู่มา 1 สัปดาห์

 

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)

      ไซต์งานก่อสร้างดังกล่าวเป็นอาคารพักอาศัยหลายชั้น มีบันไดขึ้นไปยังชั้นบน รอบข้างเต็มไปด้วยวัสดุก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จ สภาพแวดล้อมแม้จะไม่สกปรก แต่ไม่ถึงกับสะอาด ชาวไทยทั้ง 5 คนถูกจ้างให้ทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานก่อสร้างนี้ โดยได้รับค่าจ้างวันละประมาณ 900-3,000 เหรียญไต้หวัน ขึ้นอยู่กับความชำนาญและผลงานที่เสร็จสิ้น

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)

      เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เมื่อชาวไทยทั้ง 5 คนที่พำนักเกินกำหนด เมื่อพบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ไม่เพียงไม่หลบหนี แต่กลับวางงานที่ทำอยู่ ถือเบียร์ไปซ่อนตัวในซอกมุม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า นายราชันย์ (นามสมมติ) หนึ่งในชาวไทยที่ถูกจับ ซึ่งพำนักในไต้หวันเกินกำหนดมากกว่า 1 ปี ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความชักชวนเพื่อนร่วมชาติที่อยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย ด้วยถ้อยคำจูงใจ เช่น ค่าจ้างสูง งานสบาย และรายได้ดี เพื่อมาทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานดังกล่าวร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หลังถูกจับกุม นายราชันย์ ยืนยันว่า เพียงแค่แนะนำให้เพื่อนร่วมชาติมีงานทำ ไม่ได้เก็บค่านายหน้าแม้แต่เหรียญเดียว แต่พฤติกรรมโพสต์ข้อความรับสมัครคนงานในสื่อโซเชียลเข้าข่ายจัดหางานโดยผิดกฎหมายการจ้างงาน กองแรงงานซินจู๋ ลงโทษปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนนายจ้างซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างถูกปรับ 150,000 เหรียญไต้หวันในข้อหาจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แรงงานไทยทั้ง 5 ถูกส่งไปกักตัวยังสถานกักกันเมืองซินจู๋ เพื่อรอการส่งกลับประเทศหลังจากเสียค่าปรับแล้ว

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)

      โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเรียกร้องให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายในการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเคร่งครัด และรับผิดชอบในการกำกับดูแลแรงงาน พร้อมย้ำว่าทางการจะเดินหน้าปราบปรามแรงงานต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดควบคู่กับการสืบสวนเครือข่ายนายหน้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

 

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)

      ทั้งนี้ ตามกฎหมายการจ้างงาน ผู้ใดเป็นสื่อกลางให้แรงงานต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 100,000–500,000 เหรียญไต้หวัน หากกระทำโดยมีเจตนาแสวงหากำไร อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการจ้างงานหรือให้ที่พักพิงแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解