1. ไต้หวันสั่งคุมเข้ม! สกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติ “ฝึกงานแฝงแรงงานเถื่อน” ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ
เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการได้แก้ไขและประกาศใช้ “ระเบียบการขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนและมาฝึกงานในไต้หวัน” ป้องกันปัญหาการนำนักศึกษาต่างชาติมาใช้เป็นแรงงานราคาถูก พร้อมกำชับว่าหากมีการทำงานจริง ค่าตอบแทนรวมต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หากหน่วยงานฝึกงานฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว กระทรวงเศรษฐการมีอำนาจเพิกถอนหรือยกเลิกหนังสืออนุมัติการฝึกงาน และจะไม่พิจารณาอนุมัติคำขอให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาฝึกงานอีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน

วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เกาสง Chung Shan Industrial & Commercial School : CSIC มีนักศึกษาจากเวียดนาม อินโดนีเซียจำนวนมาก (ภาพจาก twreporter.org)
จากปัญหาอัตราการเกิดต่ำและสังคมผู้สูงอายุที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จึงเปิดให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านแรงงาน ภายใต้ชื่อการฝึกงาน แต่พบว่านักศึกษาเหล่านี้ มักไม่ได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ อีกทั้งค่าตอบแทนยังต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ไม่เพียงแต่ภาคการผลิตเท่านั้น แม้แต่ภาคบริการ เช่น ธุรกิจอาหารและที่พัก รวมถึงธุรกิจเสริมสวย ต่างมีการว่าจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงาน ส่งผลให้ปรากฏปัญหาใช้การฝึกงานบังหน้า ที่แท้จริงแล้วคือการใช้แรงงานค่าแรงถูกอย่างต่อเนื่อง

ไต้หวันคุมเข้ม! สกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติถูกใช้เป็นแรงงานราคาถูก ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ (ภาพจาก ctee.com.tw)
เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของนักศึกษาต่างชาติดังกล่าว ควบคู่กับการตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการไต้หวันจึงได้แก้ไขและประกาศใช้ระเบียบการขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนและมาฝึกงานในไต้หวัน โดยมีการปรับปรุงสาระสำคัญ 5 ประเด็นหลักดังนี้ :
- คุณสมบัติ : ต้องเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง เรียนมาแล้วอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษาก่อนเดินทางเข้ามาในไต้หวัน อายุต้องสอดคล้องกับระดับการศึกษา สาขาที่เรียนต้องสัมพันธ์กับลักษณะการฝึกงาน และต้องมีทักษะภาษาจีนหรืออังกฤษในระดับพื้นฐาน เพื่อให้การฝึกงานเกิดผลอย่างแท้จริง

นักศึกษาจากประเทศอาเซียน ขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจาก twreporter.org)
- ค่าตอบแทน : ในกรณีที่มีการปฏิบัติงานหรือใช้แรงงานนอกเหนือจากการฝึกอบรมวิชาการ ยอดรวมของเงินอุดหนุนและเบี้ยเลี้ยงรายเดือนต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของกระทรวงแรงงาน
- ชั่วโมงการทำงาน : จำกัดเวลาฝึกงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ห้ามทำงานในช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันถัดไป เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากตัวนักศึกษา
- การประกันภัยภาคบังคับ : หน่วยงานที่รับฝึกงานต้องจัดทำประกันภัยที่เหมาะสมให้แก่นักศึกษา ซึ่งรวมถึงประกันอุบัติเหตุกลุ่มหรือประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน
- กลไกการตรวจสอบ : กระทรวงเศรษฐการจะร่วมกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุ่มตรวจสถานประกอบการ หากหน่วยงานฝึกงานฝ่าฝืนข้อกำหนด จะถูกเพิกถอนการอนุมัติการรับฝึกงานทันที และสั่งระงับสิทธิ์การขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าฝึกงานเป็นเวลา 6 เดือน

ไต้หวันคุมเข้ม! ป้องกันปัญหานักศึกษาต่างชาติถูกใช้เป็นแรงงานราคาถูก ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ (ภาพจาก udn.com)
กระทรวงเศรษฐการระบุเพิ่มเติมว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของปีนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ได้มีการปรับปรุงแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยสถานประกอบการและนิติบุคคลสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครฉบับปรับปรุงใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติการลงทุน เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
2. 9 เดือนแรกปี 68 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 8,293 คน เวียดนามอันดับหนึ่ง 4,000 คน ตามด้วยไทยร่วม 1,000 คน คดีฉ้อโกงมากสุด 3,013 คน เมาแล้วขับ 1,869 คน
สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเปิดเผยสถิติชาวต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายและก่อคดีอาชญากรรม ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2568 พบว่า มีชาวต่างชาติก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 8,293 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 95.37 หรือ 7,909 คนเป็นผู้ต้องหาชาวเอเชีย โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะเป็นแรงงานต่างชาติ คดีอาชญากรรมที่ก่อมากที่สุด ได้แก่คดีฉ้อโกง 3,013 คน คิดเป็นอัตราส่วน 36.33% อันดับ 2 เป็นคดีก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ 1,869 คน หรือ 22.54% ตามด้วยคดีลักทรัพย์ 762 คน คิดเป็นอัตราส่วน 9.16% อันดับ 4 คดียาเสพติด 669 คน ครองสัดส่วน 8.07% อันดับ 5 คดีทำร้ายร่างกาย 392 คน ครองสัดส่วน 4.37%

สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันแถลงว่า 9 เดือนแรกของปี 2568 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรม และถูกจับดำเนินคดี มีทั้งสิ้น 8,293 คน ส่วนใหญ่หรือ 7,909 คน อัตราส่วน 95.37% เป็นชาวเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในจำนวนนี้ ชาวเวียดนามก่อคดีมากที่สุด ถูกจับ 3,991 คน คิดเป็นอัตราส่วน 48.12% ตามด้วยอินโดนีเซีย 1,009 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 12.18% ส่วนชาวไทยมาเป็นอันดับ 3 ด้วยจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 1,004 คน ครองสัดส่วน 12.11% อันดับ 4 ได้แก่ชาวฟิลิปปินส์ ก่อคดีและถูกจับ 708 คน ครองสัดส่วน 8.54% ส่วนชาวต่างชาติจากภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ยุโรปอเมริกาและแอฟริกา แต่ภูมิภาคตรวจพบผู้ต้องหา 192 คน คิดเป็นอัตราส่วน 2.32%

อย่างไรก็ตาม ที่น่าจับตามากที่สุดได้แก่ ชาวมาเลเซียก่อคดีเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ถูกจับกุม 417 คน เพิ่มขึ้นจาก 216 คนจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 มากถึง 201 คน หรือเพิ่มขึ้น 93.06% ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง ขณะที่ชาวเวียดนามก่อคดีมีแนวโน้มลดลง จากไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ที่มี 1,398 คน ลดลงเป็น 1,314 คนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568
หากคำนวณจากยอดจำนวนผู้ต้องหาของแรงงานของแต่ละสัญชาติที่ก่อคดีอาชญากรรม แรงงานเวียดนามก่อคดี 1.35% แรงงานไทยก่อคดี 1.39% อินโดนีเซีย 0.31% ฟิลิปปินส์ 0.4% จะเห็นได้ว่าแรงงานไทยก่อคดีอาชญากรรมมากกว่าแรงงานเวียดนาม ส่วนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก่อคดีและสร้างปัญหาน้อยสุด
สำนักงานตำรวจกล่าวว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา พบผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง หน่วยงานต้นสังกัดจึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อหรือเข้าไปพัวพันกับขบวนการฉ้อโกง โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายและความตระหนักรู้ในการป้องกันตนเอง จัดทำ “สื่อประชาสัมพันธ์ต่อต้านการฉ้อโกงสำหรับชาวต่างชาติ” ในหลายภาษา ใช้กรณีตัวอย่างที่เข้าใจง่าย อธิบายถึงผลกระทบร้ายแรงของการเข้าไปเป็นผู้รับจ้างกระทำความผิดในขบวนการฉ้อโกง หรือการให้ยืมบัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)

ตำรวจเมืองจางฮั่วตรวจตราตามร้านค้าที่ให้บริการแรงงานต่างชาติ ป้องกันปัญหาอาญาชกรรม (ภาพจากสถานีตำรวจจางฮั่ว)
เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีของชาวต่างชาติถูกขบวนการฉ้อโกงนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงของสภาบริหาร ได้เร่งกำกับและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงิน และหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อหารือมาตรการแก้ปัญหาเชิงบูรณาการระหว่างกระทรวง โดยอาศัยการเชื่อมโยงระบบข้อมูลข้ามหน่วยงาน ลดโอกาสที่ชาวต่างชาติจะตกเป็นเป้าหมายในการจัดหาบัญชีม้าให้กับขบวนการฉ้อโกง หากตรวจพบความผิดปกติของกระแสเงินในบัญชี สามารถดำเนินการอายัดบัญชีได้ทันที เสริมความเข้มแข็งในการบริหารความเสี่ยงของบัญชีการเงิน และขจัดช่องโหว่ด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย
นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านงานตำรวจในระดับนานาชาติ รัฐบาลได้จัดการประชุม “เวทีความร่วมมือด้านตำรวจระหว่างประเทศ 2568 – สัมมนาการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน” โดยมีประเด็นการหารือครอบคลุมด้าน “การฉ้อโกงและการค้ามนุษย์” “กระแสเงินผิดกฎหมายและการฟอกเงิน” “อาชญากรรมทางไซเบอร์” และ “อาชญากรรมยาเสพติด” ไต้หวันยังคงเดินหน้ากระชับความร่วมมือข้ามชาติในด้านการแบ่งปันข่าวกรอง การติดตามจับกุมผู้หลบหนีคดี และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อพัฒนากลไกการป้องกันและปราบปรามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เชื่อมโยงประสบการณ์ของไต้หวันกับมาตรฐานสากล และคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างรอบด้าน
3. จับ 5 ผีน้อยไทยพร้อมนายหน้าลอบทำงานปูกระเบื้องไซต์งานสร้างบ้านที่ซินจู๋ ค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองซินจู๋ รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า มีชาวต่างชาติที่ผิดกฎหมายอยู่ในบริเวณไซต์งานก่อสร้างอาคารพักอาศัยรวมแห่งหนึ่งในเมืองซินจู๋ หลังจากเจ้าหน้าที่สืบสวนและเก็บหลักฐานหลายครั้ง จึงจับกุมชาวไทย 5 คน พบเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่พำนักเกินกำหนด 14 วันและทำงานผิดกฎหมาย

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)
เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบชาวไทยทั้ง 5 ตั้งเต็นท์อาศัยอยู่ในไซต์งานก่อสร้างเพื่อลดโอกาสถูกตรวจพบ แต่ละคนมีเต็นท์เป็นของตัวเองและอยู่กันคนละหลัง พร้อมติดผ้าม่านหน้าประตู ปูกระดาษแข็ง ผ้าห่มและจัดวางของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างง่าย นอกจากนี้ยังใช้นั่งร้านเป็นที่ตากผ้า ใช้ชีวิตในไซต์งานก่อสร้างราวกับบ้านของตัวเอง คล้ายกับฉากในภาพยนตร์เรื่องชนชั้นปรสิตที่กำลังแสดงอยู่ต่อหน้าต่อตา โดยผู้ที่อาศัยอยู่นานที่สุดพำนักมาแล้ว 2 เดือน ส่วนระยะเวลาสั้นที่สุดอยู่มา 1 สัปดาห์

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)
ไซต์งานก่อสร้างดังกล่าวเป็นอาคารพักอาศัยหลายชั้น มีบันไดขึ้นไปยังชั้นบน รอบข้างเต็มไปด้วยวัสดุก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จ สภาพแวดล้อมแม้จะไม่สกปรก แต่ไม่ถึงกับสะอาด ชาวไทยทั้ง 5 คนถูกจ้างให้ทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานก่อสร้างนี้ โดยได้รับค่าจ้างวันละประมาณ 900-3,000 เหรียญไต้หวัน ขึ้นอยู่กับความชำนาญและผลงานที่เสร็จสิ้น

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เมื่อชาวไทยทั้ง 5 คนที่พำนักเกินกำหนด เมื่อพบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ไม่เพียงไม่หลบหนี แต่กลับวางงานที่ทำอยู่ ถือเบียร์ไปซ่อนตัวในซอกมุม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า นายราชันย์ (นามสมมติ) หนึ่งในชาวไทยที่ถูกจับ ซึ่งพำนักในไต้หวันเกินกำหนดมากกว่า 1 ปี ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความชักชวนเพื่อนร่วมชาติที่อยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย ด้วยถ้อยคำจูงใจ เช่น ค่าจ้างสูง งานสบาย และรายได้ดี เพื่อมาทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานดังกล่าวร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หลังถูกจับกุม นายราชันย์ ยืนยันว่า เพียงแค่แนะนำให้เพื่อนร่วมชาติมีงานทำ ไม่ได้เก็บค่านายหน้าแม้แต่เหรียญเดียว แต่พฤติกรรมโพสต์ข้อความรับสมัครคนงานในสื่อโซเชียลเข้าข่ายจัดหางานโดยผิดกฎหมายการจ้างงาน กองแรงงานซินจู๋ ลงโทษปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนนายจ้างซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างถูกปรับ 150,000 เหรียญไต้หวันในข้อหาจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แรงงานไทยทั้ง 5 ถูกส่งไปกักตัวยังสถานกักกันเมืองซินจู๋ เพื่อรอการส่งกลับประเทศหลังจากเสียค่าปรับแล้ว

5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเรียกร้องให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายในการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเคร่งครัด และรับผิดชอบในการกำกับดูแลแรงงาน พร้อมย้ำว่าทางการจะเดินหน้าปราบปรามแรงงานต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดควบคู่กับการสืบสวนเครือข่ายนายหน้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
5 ผีน้อยไทยลักลอบทำงานปูกระเบื้องในไซต์งานสร้างบ้านพักอาศัยที่ซินจู๋ รับค่าจ้างวันละ 900 เหรียญ ตั้งเต็นท์นอนกันคนละหลัง ราวกับบ้านตัวเอง (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขาซินจู๋)
ทั้งนี้ ตามกฎหมายการจ้างงาน ผู้ใดเป็นสื่อกลางให้แรงงานต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 100,000–500,000 เหรียญไต้หวัน หากกระทำโดยมีเจตนาแสวงหากำไร อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการจ้างงานหรือให้ที่พักพิงแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน