อาหารหมดอายุ = มูลค่าเป็นศูนย์ ทำไมธุรกิจอาหารต้องพึ่ง AI บริหารสต๊อกมากกว่าที่เคย
ธุรกิจค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารคืออุตสาหกรรมที่ต้องแข่งกับเวลา สินค้าทุกชนิดมีอายุการเก็บรักษา ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในกระบวนการทำงานอาจกลายเป็นความสูญเสียเต็มจำนวนได้ ถูเจียซิง(塗家興) ประธานสมาคมอีคอมเมิร์ซและสตาร์ทอัพไต้หวัน (TeSA) ระบุว่า “การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง” ในอุตสาหกรรมอาหารแตกต่างจากสินค้าคงทนทั่วไป เพราะเมื่ออาหารหมดอายุจะสูญเสียมูลค่าโดยสิ้นเชิง จึงต้องอาศัยกระบวนการที่แม่นยำและการจัดการที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องมือดิจิทัลและ AI ได้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ภาคธุรกิจลดต้นทุนที่สูญหายจากช่องว่างของกระบวนการทำงาน เปลี่ยน “การปรับเล็กน้อย” ให้กลายเป็น “ก้าวกระโดดครั้งใหญ่” และกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในอุตสาหกรรมอาหาร
หนึ่งในกรณีตัวอย่างคือบริษัท “ซื่อทงวัตถุดิบ” (四通食材)ซึ่งประสบความสำเร็จในการปฏิวัติการบริหารจัดการด้วยการนำระบบบริหารสต๊อกอัจฉริยะด้วย AI ซื่อทงวัตถุดิบดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอาหารและของแห้ง จัดหาวัตถุดิบให้กับโรงงานอาหารและผู้ประกอบการร้านอาหารต่าง ๆ ก่อนนำ AI มาใช้ บริษัทยังพึ่งพากระบวนการทำงานด้วยแรงงานคนเป็นจำนวนมาก เช่น การจัดการลำดับการรับเข้า–จ่ายออกด้วยมือ ทำให้ยากต่อการปฏิบัติตามหลัก “เข้าก่อนออกก่อน (FIFO)” การตรวจสอบคำสั่งซื้อใช้เวลาทำงานมากกว่า 400 ชั่วโมงต่อเดือน อีกทั้งระบบเดิมมีความสามารถในการค้นหาจำกัด เพียงพิมพ์ผิดก็ไม่สามารถค้นหาสินค้าได้ ส่งผลให้การควบคุมวันหมดอายุไม่แม่นยำ และก่อให้เกิดความสูญเสียจากสินค้าอาหารหมดอายุมากกว่า 200,000 เหรียญไต้หวันต่อปี
เมื่อซื่อทงวัตถุดิบร่วมมือกับบริษัทเทียนก้วนอินฟอร์เมชัน (天冠資訊)เพื่อนำระบบบริหารสต๊อกอัจฉริยะด้วย AI มาใช้ การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ได้แก่ ประการแรก ระบบจะจัดสรรล็อตการจ่ายสินค้าโดยอัตโนมัติตามวันหมดอายุ เปลี่ยนกระบวนการจาก “คนค้นหาสต๊อก” เป็น “ระบบจัดสต๊อกให้อัตโนมัติ” ประการที่สอง ระบบค้นหามีความฉลาดมากขึ้น ไม่ว่าพิมพ์ผิดก็ยังสามารถค้นหาสินค้าด้วยการจับคู่คำหลักแบบใกล้เคียง เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และประการที่สาม ระบบสามารถผสานข้อมูลแนวโน้มการจ่ายสินค้า ข้อมูลย้อนหลัง ใบสั่งซื้อ และใบจัดซื้อ เพื่อคาดการณ์ความต้องการในอนาคต ช่วยลดความเสี่ยงจากการสั่งซื้อมากเกินไปหรือสินค้าขาดสต๊อก
หลังการนำระบบมาใช้ ซื่อทงวัตถุดิบเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน AI ช่วยบริหารวันหมดอายุได้อย่างแม่นยำและจ่ายสินค้าอัตโนมัติตามล็อต ลดปริมาณสินค้าที่ต้องทิ้งลงอย่างมาก ความสูญเสียจากสินค้าหมดอายุลดลงจากปีละ 200,000 เหรียญไต้หวัน เหลือเพียง 30,000 เหรียญไต้หวัน งานเปรียบเทียบสต๊อกและยืนยันคำสั่งซื้อที่เคยใช้เวลากว่า 400 ชั่วโมงต่อเดือน ลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสาม อีกทั้งความสามารถในการคาดการณ์ของระบบยังช่วยให้การจัดซื้อแม่นยำขึ้น ลดภาระการถือครองสต๊อก และบรรเทาความตึงตัวด้านเงินทุน ซื่อทงวัตถุดิบระบุว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งดีขึ้น แต่คือ “จังหวะการดำเนินงานทั้งระบบถูกปรับให้ลงตัว” การบริหารชัดเจนขึ้น สต๊อกโปร่งใสขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้บริษัทสามารถทุ่มเทให้กับการบริการลูกค้าและการขยายธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น