สมาคมนวัตกรรมการท่องเที่ยวไต้หวัน (Tourism Innovation Association of Taiwan) เผยแพร่ผลสำรวจเมืองที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ กรุงไทเปคว้าอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงถึง 96% ขึ้นแท่นเมืองที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยมากที่สุดในสายตาชาวต่างชาติ ปัจจัยสำคัญได้แก่ ความสะดวกด้านการคมนาคมและโอกาสในการทำงาน รองลงมาคือนครเถาหยวนและนครนิวไทเปตามลำดับ
เพื่อทำความเข้าใจมุมมองและความคิดเห็นของชาวต่างชาติต่อเมืองต่าง ๆ ในไต้หวัน สมาคมนวัตกรรมการท่องเที่ยวไต้หวันได้ทำการสำรวจเมืองที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ โดยกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในไต้หวันระยะยาว และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนไต้หวันระยะสั้น
กรมการท่องเที่ยว กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเยือนไต้หวันประมาณ 7,857,686 คนครั้ง ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวราว 6.667 ล้านคนครั้ง หรือคิดเป็น 84.85% ที่เดินทางไปเยือนกรุงไทเป ส่วนนครนิวไทเปมีนักท่องเที่ยวประมาณ 4.728 ล้านคนครั้ง คิดเป็น 60.17% อยู่อันดับสอง และนครไทจงมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.411 ล้านคนครั้งคิดเป็น 17.96% อยู่ในอันดับสาม ผลสำรวจเผยว่า 3 เหตุผลหลักที่ชาวต่างชาติเดินทางมาไต้หวัน ได้แก่ มาทำงาน 42.0% คิดเป็นอัตราสูงสุด ตามมาด้วยการท่องเที่ยว 35.8% และการศึกษา 16.4% โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 66% พำนักในไต้หวันมากกว่า 1 ปี แสดงให้เห็นว่าไต้หวันกำลังเปลี่ยนบทบาทจากจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระยะสั้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการตั้งถิ่นฐานระยะยาว
ปัจจัยที่ชาวต่างชาติให้ความสำคัญมากที่สุดในการเลือกเมืองสำหรับอยู่อาศัย ได้แก่ โอกาสในการทำงาน 59.5%, ความสะดวกด้านการคมนาคม 54.9% ทรัพยากรด้านการศึกษา 41% สิ่งแวดล้อมและทัศนียภาพ 37% และทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม 32.9% ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ระบบคมนาคมและโอกาสในการทำงานคือปัจจัยสำคัญที่สุด โดยผลสำรวจเผยว่า ชาวต่างชาติให้ความสำคัญกับ “ความสะดวกในการใช้ชีวิต” และ “โอกาสในการพัฒนา” มากกว่ากิจกรรมท่องเที่ยว สันทนาการและความบันเทิงอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเด่นของชีวิตในเมืองของไต้หวันที่เน้นความสะดวกและประสิทธิภาพ

ความสะดวกด้านการคมนาคมและโอกาสในการทำงาน คือปัจจัยสำคัญในการให้คะแนนเมืองที่น่าอยู่ (ภาพจาก CNA)
อย่างไรก็ดี กรุงไทเป ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ชาวต่างชาติเห็นว่าเหมาะสมแก่การอยู่อาศัยมากที่สุด ด้วยสัดส่วนสูงถึง 96% รองลงมาคือ นครเถาหยวน 65.3% และนครนิวไทเป 63.6% ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรุงไทเปเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง ได้แก่ ระบบคมนาคมที่สะดวกสบาย (81.4%) โอกาสในการทำงาน (67.4%) ความหลากหลายทางวัฒนธรรม (45.3%) ทรัพยากรด้านการศึกษา (26.2%) และบริการด้านภาษา (22.1%)
นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ให้คะแนนความสะดวกในการคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ การแพทย์ การศึกษา และบรรยากาศทางสังคมของกรุงไทเปในระดับสูง โดยสัดส่วนของผู้ที่ตอบว่าพึงพอใจและพึงพอใจอย่างยิ่งมีมากกว่า 90% คุณชิบะ ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไต้หวันให้สัมภาษณ์ว่า การใช้ชีวิตในไทเปสะดวกสบายมาก มีระบบรถไฟใต้ดินที่ดีเยี่ยม มีบริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ และบริการทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ขณะที่ คุณเติ้งฉุยหลิง (鄧垂玲)ชาวเวียดนาม ให้ความเห็นว่า เมืองต่าง ๆ ในไต้หวันมีความสะอาด ปลอดภัยและอบอุ่น เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในเอเชียที่มีทั้งความเป็นสากลและคงไว้ซึ่งความเป็นกันเองของท้องถิ่นได้อย่างลงตัว
หลี่ฉีเยว่ (李奇嶽) ประธานสมาคมนวัตกรรมการท่องเที่ยวไต้หวัน ระบุว่า จากสถิติจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางมาไต้หวันพบว่า กรุงไทเปไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวพำนักอยู่บ่อยที่สุด ด้วยความพร้อมและความเจริญในด้านการคมนาคม ที่พัก บริการด้านภาษา และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้กรุงไทเปกลายเป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนไต้หวันมากที่สุด และเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นพักอยู่นานที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติของกรุงไทเปด้วย
หลี่ฉีเยว่ ระบุว่า ไต้หวันได้กลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศในเอเชียที่สำคัญ หากสามารถพัฒนาบริการด้านภาษา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และขยายทรัพยากรด้านการศึกษาระหว่างประเทศ จะช่วยให้กรุงไทเปครองตำแหน่ง “เมืองน่าอยู่ที่สุดในเอเชีย” ได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ หลี่ฉีเยว่ยังกล่าวว่า กรุงไทเปเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของชาวต่างชาติทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการอยู่อาศัย ดังนั้นไทเปจึงต้องเร่งพัฒนาสภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตให้สะดวก หลากหลาย และเป็นมิตร เพื่อยกระดับความพึงพอใจของชาวต่างชาติ และเสริมสร้างอิทธิพลของกรุงไทเปในเวทีการแข่งขันเมืองระดับโลกต่อไป
ชาวไต้หวันยกให้นครไทจง เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุด
จากการรวบรวมผลสำรวจหลายแหล่งและความคิดเห็นของชาวไต้หวัน พบว่า นครไทจง กรุงไทเป มักถูกยกให้เป็นเมืองอันดับต้นๆ ที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยที่สุดสำหรับชาวไต้หวัน ชาวไต้หวัน เนื่องจากมองว่านครไทจงเป็นเมืองที่จังหวะชีวิตและค่าครองชีพเป็นมิตรกับผู้คนมากกว่าไทเป มีสภาพอากาศคงที่ ระบบคมนาคมครบครันทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้า
รองลงมาคือกรุงไทเป ชาวไต้หวันให้ความเห็นว่า แม้กรุงไทเปจะมีค่าที่พักและค่าครองชีพสูง แต่ด้วยทรัพยากรที่หนาแน่น ทั้งในด้านการแพทย์ การศึกษา ระบบขนส่ง และโอกาสการจ้างงาน จึงถูกยกให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ เช่นกัน
สิ่งที่น่าสังเกตคือ นครนิวไทเป และนครเถาหยวน เนื่องด้วยทำเลใกล้กรุงไทเปและราคาที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้มากกว่า จึงกลายหนึ่งในเมืองที่ผู้คนย้ายออกจากเมืองหลวงและไปอยู่ที่นี่ ซึ่งสองเมืองนี้มีประชากรย้ายเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เถาหยวนเร่งสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้อพยพ บูรณาการ Big data สนับสนุนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ (ภาพจาก เทศบาลนครเถาหยวน)
เถาหยวนเร่งสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้อพยพ บูรณาการ Big data สนับสนุนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
นายจางซั่นเจิ้ง (張善政) ผู้ว่าการนครเถาหยวน เปิดเผยว่า ในอนาคตทางเทศบาลนครเถาหยวนจะทำการบูรณาการข้อมูลของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และครอบครัวอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และขอความร่วมมือข้ามหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจและเข้าถึงความต้องการของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อาศัยอยู่ในนครเถาหยวนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หวังว่า การสร้างฐานข้อมูลที่ครอบคลุม จะช่วยให้ค้นพบปัญหาที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เผชิญได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และจัดสรรทรัพยากรได้ตรงจุด พร้อมทั้งส่งเสริมด้านการศึกษา การจ้างงาน เพื่อสนับสนุนครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และบุตรหลานได้อย่างครบวงจร

นายจางซั่นเจิ้ง (張善政) ผู้ว่าการนครเถาหยวน (ภาพจาก เทศบาลนครเถาหยวน)
กองแรงงาน นครเถาหยวน ระบุว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันมาอย่างยาวนาน ปัจจุบัน นครเถาหยวนมีแรงงานต่างชาติสูงกว่า 130,000 คน สูงสุดในไต้หวัน ในส่วนของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ สถิติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า เถาหยวนมีประชากรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่ที่ 70,239 คน สูงเป็นอันดับสองของประเทศ ด้วยจำนวนประชากรต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทศบาลเถาหยวนจึงมุ่งมั่นดำเนินนโยบายและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และสร้างเมืองที่เคารพ เป็นมิตร และเปิดกว้างต่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างแท้จริง
กองกิจการสตรีและเด็ก นครเถาหยวน ระบุว่า เทศบาลนครเถาหยวนส่งเสริมมาตรการดูแลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีวิต การจ้างงาน การแพทย์ การศึกษา และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ผ่านการบูรณาการทรัพยากรข้ามหน่วยงาน และดูแลเอาใจใส่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เพิ่งมาอยู่ไต้หวัน ผ่านศูนย์ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ 36 แห่งในแต่ละตำบล ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการที่ต้องการอย่างสะดวกและรู้สึกอุ่นใจ เดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้างนครเถาหยวนให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ต่อไป