Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

ชีพจรเศรษฐกิจ 26 มกราคม 2569
ชีพจรเศรษฐกิจ 26 มกราคม 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐถูกมองว่าจะผันผวนหนักต่อเนื่องในปี 2026 จากแรงดึงสองด้าน ระหว่างกระแสลงทุน AI กับความกังวลเรื่องฟองสบู่ที่ทำให้นักลงทุนลังเลว่าจะเข้าตลาดดีหรือไม่

    ช่วงราวปีครึ่งที่ผ่านมา ตลาดมีลักษณะเหมือนรถไฟเหาะ คือร่วงแรงแล้วเด้งกลับเร็ว สะท้อนว่าความคาดหวังของตลาดเปลี่ยนไวมาก ข่าวลบทำให้เทขายได้ทันที แต่ข่าวบวกก็ทำให้กลับมาซื้อเพราะกลัวตกรอบได้ไม่แพ้กัน นักวิเคราะห์มองว่า AI อาจทำให้ตลาดเข้าสู่วัฏจักร “พุ่งแรง–ย่อลึก” เพราะช่วงแรกเงินทุนไหลเข้าจากความตื่นเต้น ราคาหุ้นวิ่งนำหน้ากำไรจริง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดเริ่มเห็นข้อเท็จจริงว่าการนำ AI ไปสร้างรายได้ต้องใช้เวลา ต้นทุนลงทุนสูง และการแข่งขันรุนแรง จึงเกิดการปรับฐานแรงเป็นระยะ ก่อนจะกลับมาขึ้นอีกครั้งเมื่อผลประกอบการเริ่มรองรับ

     ปัจจัยที่ทำให้ความผันผวนลามทั้งตลาดได้ง่าย คือหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และหุ้นชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI มีน้ำหนักสูงในดัชนีหลัก เมื่อหุ้นกลุ่มนี้ขยับขึ้นลง จึงเหมือนดึงตลาดทั้งกระดานให้แกว่งตาม หากหุ้นชิปปรับฐานแรง ตลาดอาจตีความว่าอุปสงค์ AI ชะลอ หรือราคาขึ้นมาเร็วเกินไปจนต้องล็อกกำไร และมักเห็นผลตามมาคือดัชนีความผันผวน VIX (VIX) หรือ “ดัชนีความกลัว” พุ่งขึ้น เพราะนักลงทุนแห่ซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในตลาดออปชัน (Options)

    ด้าน UBS ชี้ว่าในปี 2025 ตลาดเด่นเรื่อง “การหมุนเวียนเงินทุน” และ “การกระจุกตัว” คือเงินไหลสลับกลุ่มตามธีม และไปกองในหุ้นผู้นำไม่กี่ตัว ทำให้ดัชนีรวมดูนิ่งกว่าความจริงในรายตัว แต่ความเสี่ยงไม่ได้หายไป เพียงถูกซ่อนอยู่ และหากปัจจัยมหภาคอย่างดอกเบี้ย เงินเฟ้อ หรือความเสี่ยงถดถอยกลับมากดพร้อมกัน หุ้นจำนวนมากอาจลงพร้อมกันจนความผันผวนระเบิดได้

     ในเชิงกลยุทธ์ สถาบันการเงินบางแห่งเสนอ “เดิมพันความผันผวน” มากกว่าทายทิศทาง เช่น UBS มองว่าหุ้นเทคฯ ใน Nasdaq 100 (Nasdaq 100) มีโอกาสเหวี่ยงแรงกว่าตลาดรวม จึงมีแนวคิดซื้อความผันผวนของ Nasdaq 100 และขายความผันผวนของ S&P 500 (S&P 500) ขณะที่ JP Morgan ประเมินว่าค่ากลาง VIX ในปี 2026 อาจอยู่ราว 16–17 แต่สามารถพุ่งเป็นช่วง ๆ ได้เมื่อความไม่แน่นอนสูงขึ้น ส่วน Citigroup เตือนว่ากลยุทธ์ Dispersion trade ที่เล่นความผันผวน “หุ้นรายตัว” เทียบกับ “ดัชนีรวม” ได้รับความนิยมมากขึ้นในยุค AI แต่เริ่มแออัด และช่วงปรับพอร์ตต้นปีอาจทำให้ตลาดตั้งราคาความเสี่ยงของหุ้นรายตัวแพงกว่าดัชนีต่อเนื่องได้ (ภาพบนจาก: 商周)

(ภาพจาก: 經濟日報)

เงินทุนไหลเข้าหาสินทรัพย์หลบภัย ดันทองคำ–เงินพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่

    ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทำให้โลหะมีค่ากลับมาเป็นสินทรัพย์หลบภัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาทองคำและราคาเงินพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่แพลทินัมปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน

    ราคาทองคำสปอตทะลุจุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม โดยระหว่างวันขยับขึ้นสู่ราว 4,384.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจลดดอกเบี้ยได้ถึง 2 ครั้งในปี 2026 หลังข้อมูลเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังแสดงท่าทีสนับสนุนนโยบายดอกเบี้ยต่ำเชิงรุก ซึ่งโดยทั่วไปเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยอย่างทองคำและเงิน

    ด้านราคาเงินพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 68.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงเก็งกำไรและภาวะอุปทานตึงตัวต่อเนื่อง หลังเหตุการณ์ชอร์ตสควีซครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคม โดยตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้มีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่แพลทินัมและพัลลาเดียมก็ปรับขึ้นราว 3% เช่นกัน

     นอกเหนือจากปัจจัยด้านดอกเบี้ย ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งหนุนความต้องการสินทรัพย์หลบภัย หลังสหรัฐเพิ่มมาตรการกดดันด้านพลังงานต่อเวเนซุเอลา และเกิดเหตุยูเครนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของ “กองเรือเงา” รัสเซียในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นครั้งแรก

    ในภาพรวมทั้งปี โลหะมีค่ากำลังปิดปีอย่างโดดเด่น โดยทองคำและเงินมีโอกาสทำผลตอบแทนรายปีสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1979 จากแรงซื้อของธนาคารกลางและเงินทุนที่ไหลเข้า ETF ทองคำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แพลทินัมทะลุระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ได้แรงหนุนจากอุปทานตึงตัวในลอนดอน การย้ายโลหะไปเก็บในสหรัฐเพื่อลดความเสี่ยงด้านภาษี และดีมานด์จากจีนที่ยังแข็งแกร่ง

(ภาพจาก: 旺得富)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解