ปี 2025 ตลาดเมลอนไต้หวันได้ต้อนรับดาวรุ่งหน้าใหม่สองสายพันธุ์ที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ เมลอน “แองเจิล” (เทียนสื่อ-天使) และ “ซิงเฉิง” (星澄) ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของผลไม้ตระกูลแตงที่กำลังก้าวพ้นภาพจำเดิม โดยเมลอนแองเจิลโดดเด่นด้วยเปลือกสีขาวเนียนบาง รสหวานสดชื่น มีค่าความหวานสูงถึง 16–17 องศาบริกซ์ ขณะที่ซิงเฉิงสะดุดตาด้วยเปลือกสีเหลืองทอง แต้มลวดลายสีเขียวคล้ายแสงดาว เนื้อหนา ฉ่ำน้ำ กลิ่นหอมชัด ทั้งสองสายพันธุ์เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างเกษตรกรในนครเกาสงกับบริษัทเมล็ดพันธุ์โนนยูซีด (Known You Seed) ที่มุ่งพัฒนาพันธุ์เมลอนให้ตอบโจทย์รสนิยมผู้บริโภคยุคใหม่

เมลอนแองเจิล(เทียนสื่อ-天使)เปลือกบาง เนื้อหวาน อร่อย
สหกรณ์เกษตรเสียงเฮ่อ (祥鶴農產合作社) ในนครเกาสง ซึ่งมีฐานการผลิตในเขตกังซาน เยี่ยนเฉา และเฉียวโถว เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการผลักดันเมลอนสายพันธุ์ใหม่ หลินลี่หัว (林麗華) ประธานสหกรณ์ เล่าว่า เดิมสหกรณ์ปลูกเมลอนเหม่ยหนงและแตงโมลูกเล็กเป็นหลัก ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 200 เฮกตาร์ แต่เมื่อรสนิยมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว สหกรณ์จึงตั้งคำถามว่า เกาสงจะมีเมลอนสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ได้หรือไม่
ในส่วนของการคัดเลือกสายพันธุ์เริ่มจากการทดลองเมลอนหลายชนิด ก่อนที่เมลอนแองเจิลจะได้รับเลือกอย่างเป็นทางการ หลังทดลองปลูกในฤดูใบไม้ผลิราว 800 ต้น พบว่าผลผลิตดี รสชาติได้รับการยอมรับ และเริ่มมีลูกค้าเจาะจงซื้ออย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงทยอยออกสู่ตลาด ทำให้เมลอนแองเจิลเริ่มมีความเสถียรในเชิงการค้า ขณะเดียวกัน เมลอนซิงเฉิงก็เติบโตอย่างโดดเด่นในเรือนกระจกเขตอาเหลียน เมืองเกาสง เกาจื่อยวน (高子淵) เกษตรกรรุ่นที่สาม กล่าวว่า เพียงเห็นครั้งแรกก็มั่นใจว่ารูปลักษณ์สะดุดตาจะครองใจผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดของขวัญ นอกจากหน้าตา ซิงเฉิงยังมีเนื้อหนา เมล็ดน้อย ความหวานราว 13–14 องศาบริกซ์ และมีกลิ่นหอมชัด อีกทั้งยังแสดงความต้านทานโรคได้ดีเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น
ด้านการพัฒนาเชิงระบบ สวี่จวิ้นเจี๋ย (許竣傑) หัวหน้าฝ่ายการตลาด ระบุว่า เมลอนเปลือกบางมักให้ผลผลิตในฤดูร้อน แต่ผู้บริโภคต้องการเมลอนรสหวานสดชื่นในฤดูหนาวด้วย เมลอนแองเจิลจึงถูกออกแบบให้เป็นเมลอนฤดูหนาว–ฤดูใบไม้ผลิ โดยปรับทั้งพันธุกรรมและวิธีเพาะปลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศไต้หวัน
“แองเจิล” (เทียนสื่อ-天使) และ “ซิงเฉิง” (星澄) กำลังกลายเป็นสายพันธุ์ดาวเด่นในตลาดผลไม้ไต้หวัน จากการผสานนวัตกรรมเมล็ดพันธุ์เข้ากับประสบการณ์ของเกษตรกรท้องถิ่น สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเมลอนซิงเฉิงได้รับแรงบันดาลใจจากเมลอนชาร็องแตส์ของยุโรป ซึ่งมีกลิ่นหอมโดดเด่น แต่ไม่สอดคล้องกับรสนิยมในไต้หวัน บริษัทโนนยูซีดจึงนำลักษณะภายนอกมาปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะกับสภาพอากาศและความต้องการตลาด จนได้เมลอนที่มีกลิ่นหอม รสหวาน และรูปลักษณ์สวยงาม

สมาชิกสหกรณ์เสียงเฮ่อแนะนำเมลอนแองเจิลว่ามีความอร่อยแน่นอน
พานเอินซื่อ (潘恩賜) นักวิจัยของบริษัทโนนยูซีด ระบุว่า เมลอนทั้งสองสายพันธุ์มีจุดเด่นด้านความแข็งแรงของต้น ปลูกง่าย และใช้ระยะเวลาเพาะปลูกราว 35 วัน เร็วกว่าสายพันธุ์ทั่วไป ช่วยลดต้นทุน ความเสี่ยง และการใช้สารเคมีของเกษตรกร ส่วนคุณสวี่จวิ้นเจี๋ย หัวหน้าฝ่ายการตลาด อธิบายว่า ชื่อ “เทียนสื่อ หรือ แองเจิล” สื่อถึงเปลือกสีขาวสะอาดและรสชาติหวานละมุน ขณะที่ “ซิงเฉิง” มาจากลวดลายบนเปลือกที่คล้ายแสงดาว สะท้อนการพัฒนาสายพันธุ์จากยุโรปให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกในไต้หวัน ซึ่งความสำเร็จของเมลอนทั้งสองสายพันธุ์สะท้อนบทบาทของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่นำเทคโนโลยีและแนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ตั้งแต่การคัดเลือกผลผลิตจนถึงการลดการใช้สารเคมีช่วงเก็บเกี่ยว ช่วยยกระดับภาคเกษตรของไต้หวันให้เติบโตอย่างยั่งยืน