โอกาสธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมของไต้หวัน ปี 2026 โอกาศเติบโตครั้งใหญ่ และข้อควรระวังการใช้แบตเตอรี่
อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเทียมของไต้หวันในปี 2026 กำลังเผชิญโอกาสเติบโตครั้งสำคัญ จากเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ และแนวโน้มการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนที่ลดการพึ่งพาจีน ประธานสมาคมแบตเตอรี่ไต้หวันระบุว่า ความต้องการจากยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ศูนย์ข้อมูล AI ไปจนถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลให้ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการรีไซเคิล เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้รับแรงหนุนจากเงินอุดหนุนและนโยบาย ESG ทำให้ไต้หวันมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแบตเตอรี่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของการใช้งานแบตเตอรี่ลิเทียมในชีวิตประจำวัน ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เมโทรไทเปจึงประกาศงดการใช้พาวเวอร์แบงก์ภายในสถานีและบนขบวนรถ หลังเกิดเหตุแบตเตอรี่ลุกไหม้หลายครั้ง โดยเตือนว่า หากการใช้งานหรือการเก็บรักษาอย่างไม่เหมาะสมก่อให้เกิดไฟไหม้จนกระทบต่อการเดินรถ จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายตามกฎหมาย ผู้โดยสารควรหลีกเลี่ยงการใช้พาวเวอร์แบงก์ในพื้นที่สถานี เก็บแบตเตอรี่ให้ห่างจากวัตถุโลหะ และระมัดระวังการพกพา
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พาวเวอร์แบงก์หรืออุปกรณ์แบตเตอรี่ลิเทียมที่เก็บทิ้งไว้นาน อาจเสื่อมสภาพ บวม ลัดวงจร และลุกไหม้เองได้ แม้ไม่ได้ชาร์จไฟ การชาร์จทิ้งไว้ขณะนอนหรือการใช้งานใกล้ความร้อนล้วนเพิ่มความเสี่ยง หากพบความผิดปกติควรหยุดใช้งานทันที และนำแบตเตอรี่ใช้แล้วไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี โดยปิดขั้วโลหะด้วยเทปก่อนส่งคืนที่จุดรับรีไซเคิล เพื่อยกระดับความปลอดภัยควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน