Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569

ขุนพลแรงงานไทย ปี 2568 ยอดเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการทำงาน 251 ราย ตกจากที่สูงคร่าชีวิต 70 ราย
ขุนพลแรงงานไทย ปี 2568 ยอดเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการทำงาน 251 ราย ตกจากที่สูงคร่าชีวิต 70 ราย

1. อุบัติเหตุจากการทำงานยังคงสูง! ปี 2568 ทั่วไต้หวันมีจำนวน 251 ราย ตกจากที่สูงคร่าชีวิต 70 ราย ภาคการก่อสร้างหนักสุด กระทรวงแรงงานงัดแผนลดอุบัติภัยเร่งด่วน

      กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงในการทำงานของทุกภาคอุตสาหกรรมประจำปี 2568 โดยระบุว่า ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการทำงานรวมทั้งสิ้น 251 ราย เทียบกับปี 2567 ที่มี 287 ราย ลดลง 36 ราย ขณะที่ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็นร้อยละ 42 ของทั้งหมด และลดลงจากปีก่อนหน้า 40 ราย อย่างไรก็ตาม ในจำนวนดังกล่าว มากถึง 70 ราย หรือคิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 67 เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง

ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)

      จางอี้ปิน ผู้อำนวยการกองวางแผนบูรณาการ กรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างลดลง 40 ราย มาจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัญหาการเร่งรัดงานก่อสร้างอย่างไม่เหมาะสมลดลง ควบคู่กับการที่กระทรวงแรงงานเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบด้านแรงงานในงานก่อสร้าง โดยมุ่งเน้นอันตรายความเสี่ยงสูง เช่น การตกจากที่สูงและอัคคีภัย พร้อมทั้งดำเนินมาตรการกำกับดูแลและให้คำแนะนำอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตจากการตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างยังคงอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 67 หรือ 70 ราย และอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างของภาคเอกชนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70

ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)

      สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7 ราย รวมเป็น 63 ราย คิดเป็นร้อยละ 25 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด จางอี้ปินระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภายในประเทศ ทั้งในด้านทรัพยากรในการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานและความรู้ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัย

ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)

      เมื่อพิจารณาจำแนกตามพื้นที่พบว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา นครไทจงมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงในการทำงาน 36 ราย สูงสุดในไต้หวัน คาดว่าเป็นผลจากการมีโครงการก่อสร้างของภาคเอกชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากปีก่อน 4 ราย รองลงมาคือ นครนิวไทเปและนครเถาหยวน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 32 รายเท่ากัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า นครนิวไทเปลดลง 8 ราย นครเถาหยวนลดลง 2 ราย ส่วนนครเกาสงจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงมากที่สุด 17 ราย ในทางตรงกันข้าม กรุงไทเปมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8 ราย มากที่สุดในบรรดาทุกพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการยกระดับการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานของรัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่ง

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 หรือเทอร์มินอล 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (knews.com.tw)

      การวิเคราะห์ประเภทของสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุพบว่า ภาคการก่อสร้างยังคงเผชิญความเสี่ยงหลักจากอุบัติเหตุการตกจากที่สูง โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากถึง 70 ราย คิดเป็นร้อยละ 67 ของผู้เสียชีวิตในภาคการก่อสร้างทั้งหมด แม้จะลดลงจากปีก่อน 12 ราย แต่สัดส่วนอุบัติเหตุในโครงการของภาคเอกชนยังคงสูงกว่าร้อยละ 70 ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งเสริมความเข้มแข็งต่อไป ส่วนภาคอุตสาหกรรมการผลิต ประเภทอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือการตกจากที่สูงเช่นกัน จำนวน 27 ราย รองลงมาคือการถูกหนีบหรือถูกดึงเข้าเครื่องจักร 10 ราย และอุบัติเหตุจากการถูกชน

กระทรวงแรงงานนอกจากแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว ยังเสนอแผนปฏิบัติการเสริมสร้างการลดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานควบคู่กันไปด้วย (ภาพจาก knews.com.tw)

      กรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยชี้แจงว่า สถิติที่ประกาศเป็นข้อมูลจากกรณีที่หน่วยงานตรวจแรงงานได้รับแจ้งเหตุแล้วส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดทำรายงาน โดยบางกรณียังอยู่ระหว่างการผ่าชันสูตรของอัยการ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานหรือไม่ จึงยังไม่ถูกรวมอยู่ในสถิติ

      กระทรวงแรงงานย้ำว่า นอกจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว ยังได้เสนอแผนปฏิบัติการเสริมสร้างการลดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานควบคู่กัน โดยในภาคการก่อสร้าง จะบูรณาการร่วมกับสำนักงานบริหารที่ดินและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย นำประเด็นความปลอดภัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบและสุ่มตรวจงานก่อสร้าง รวมถึงเสริมสร้างการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางผ่านเจ้าของโครงการ และขยายการเปิดเผยข้อมูลอุบัติเหตุร้ายแรงต่อสาธารณชน ส่วนภาคอุตสาหกรรมการผลิต จะใช้แนวทางร่วมมือกับสมาคมและองค์กรวิชาชีพในการเข้าไปให้คำปรึกษาในสถานประกอบการ โดยมุ่งเน้นวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดเล็ก สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และพัฒนาเครื่องมือประเมินความเสี่ยงในรูปแบบออนไลน์

      ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านศูนย์เผยแพร่ข้อมูลอุบัติเหตุร้ายแรงและการกระทำผิดกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานแล้ว และจะปรับปรุงข้อมูลเป็นรายไตรมาสอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออาศัยการตรวจสอบจากสังคมและการระดมทรัพยากร สู่การสร้างระบบคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานที่รัดกุมและครอบคลุมยิ่งขึ้น

2. ผลสำรวจปี 68 ค่าจ้างรวมโอทีเฉลี่ยของแรงงานต่างชาติภาคการผลิต 3.5 หมื่น/เดือน ผู้อนุบาล 2.4 หมื่น นายจ้างหนักใจเรื่องภาษาและความร่วมมือมากที่สุด

      จากสถิติ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันมีจำนวน 865,811 คน เพื่อให้ทราบถึงสภาพการทำงาน รายได้และปัญหาอุปสรรคที่เกิดกับนายจ้างและแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดทำการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ ปรับปรุงแก้ไขต่อไป ล่าสุด กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศผลการสำรวจ “การบริหารจัดการและการใช้แรงงานต่างชาติ” ระหว่างเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ปี 2568 พบว่า แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต มีค่าจ้างประจำและค่าโอทีเฉลี่ยเดือนละ 35,000 เหรียญไต้หวัน เทียบกับปี 2567 เพิ่มขึ้นประมาณ 1,600 เหรียญต่อเดือน หรือร้อยละ 4.7 ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่เป็นค่าจ้างประจำ เช่น เงินโบนัส เงินเพิ่มตามเทศกาลและเงินรางวัลจากการทำงาน ตลอดปีเฉลี่ย 15,000 เหรียญ ลดลงจากผลการสำรวจครั้งก่อน 600 เหรียญ หรือร้อยละ 3.6 ในส่วนของผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือน มีรายได้โดยเฉลี่ยเดือนละ 24,000 เหรียญไต้หวันเพิ่มขึ้น 400 เหรียญ

      รายงานการสำรวจสภาพการบริหารจัดการและการใช้แรงงานต่างชาติฉบับล่าสุด ซึ่งทำการสำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 มีนายจ้างที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสำรวจ 8,545 ชุด เป็นนายจ้างภาคการผลิต 4,523 ชุด นายจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือน 4,022 ชุด รายงานการสำรวจพบว่า ปัญหาที่ทำให้นายจ้างไม่สบายใจมากที่สุด ยังคงเป็นด้านภาษา หรือการสื่อสารไม่เข้าใจ ตามมาด้วยการปรับตัวหรือความร่วมมือไม่สูง

แรงงานไทยในโรงงานปั้มโลหะที่เขตหยางเหมย นครเถาหยวน

      ผลการสำรวจด้านเงินค่าจ้างปรากฏว่า ค่าจ้างประจำของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 30,000 เหรียญไต้หวัน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 เพิ่มขึ้นประมาณ 3.6% หรือเพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ สาเหตุหลักที่เพิ่มขึ้นมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ขณะที่ค่าโอทีเฉลี่ยประมาณ 5,100 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 500 เหรียญ หรือร้อยละ 11.8 เมื่อรวมค่าจ้างประจำและค่าล่วงเวลาแล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ 35,000 เหรียญ เพิ่มขึ้น 1,600 เหรียญ หรือร้อยละ 4.7 นอกจากนี้ ยังมีรายได้ที่ไม่ใช่เป็นค่าจ้างประจำอีกปีละประมาณ 15,000 เหรียญ ลดลงจากผลการสำรวจครั้งก่อน 600 เหรียญหรือร้อยละ 3.6

ผลสำรวจปี 68 ค่าจ้างรวมโอทีเฉลี่ยของแรงงานต่างชาติภาคการผลิต 3.5 หมื่น/เดือน นายจ้างหนักใจเรื่องภาษาและความร่วมมือมากที่สุด (ภาพจาก udn.com)

      ด้านเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติภาคการผลิตในเดือนที่สำรวจคือมิถุนายน 2568 มีวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์รวม 9 วัน ลดลงจากปีก่อน 2 วัน ขณะที่ชั่วโมงทำงานปกติอยู่ที่ 168.2 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16 ชั่วโมง และชั่วโมงทำงานล่วงเวลาเฉลี่ย 28.3 ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 1.4 ชั่วโมง โดยมีสาเหตุหลักจากโอกาสทางธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กระตุ้นให้บางอุตสาหกรรมการผลิตมีการทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้น รวมชั่วโมงทำงานทั้งหมดเฉลี่ย 196.5 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17.4 ชั่วโมง

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าเถาหยวนสายสีเขียว (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)

      สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ได้รับค่าจ้างเฉลี่ย 24,000 เหรียญ ในจำนวนนี้เป็นค่าจ้างประจำเฉลี่ย 21,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 400 เหรียญ ผู้อนุบาลในครัวเรือนที่ทำงานต่อเนื่องตลอดปี มีรายได้อื่นที่ไม่ใช่ค่าจ้างประจำ (เช่น โบนัสหรือเงินพิเศษที่ไม่ได้จ่ายเป็นรายเดือน) เฉลี่ย 7,100 เหรียญ ใกล้เคียงกับผลการสำรวจครั้งก่อน ด้านเวลาทำงาน เดือนมิถุนายน 2568 มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยวันละ 10.1 ชั่วโมง ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าเช่นกัน

ผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ปี 2568 ได้รับค่าจ้างเฉลี่ย 24,000 เหรียญ/เดือน

      ด้านปัญหาและอุปสรรคในการบริหารแรงงานต่างชาตินั้น นายจ้างภาคการผลิต ร้อยละ 34.3 ระบุว่าประสบปัญหาในการใช้แรงงานต่างชาติ ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ “การสื่อสารด้านภาษา” ร้อยละ 23.2 รองลงมาคือ “การสื่อสารและความร่วมมือในการทำงาน” เช่น การปรับตัวหรือความร่วมมือไม่สูง ร้อยละ 12.6 และ “ทัศนคติหรือวินัยในการทำงานไม่เหมาะสม” ร้อยละ 11.4 ส่วนนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลประสบปัญหาร้อยละ34.4 ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ “การสื่อสารด้านภาษา” ร้อยละ 24.5 รองลงมาคือ “การใช้โทรศัพท์มือถือหรือพูดคุยส่วนตัวมากเกินไป” ร้อยละ 10.1 รวมถึง “การสื่อสารและความร่วมมือในการทำงาน” ร้อยละ 9.2 และ “ทัศนคติหรือวินัยในการทำงานไม่เหมาะสม” ร้อยละ 7.4

3. ผีน้อยไทยที่ฮัวเหลียนเมาสุราขี่จักรยานไฟฟ้าตกคูน้ำเสียชีวิต จับนายจ้างย้ายศพอำพราง อ้างไม่รู้จักแค่ขับรถผ่านพบโดยบังเอิญ

      เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา พบศพชายเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่ข้างคูน้ำริมถนนในหมู่บ้านฝูซิง ตำบลรุ่ยสุ่ย เมืองฮัวเหลียน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบผู้เสียชีวิตเป็นชายสัญชาติไทย อายุ 34 ปี เดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ก่อนหลบหนีและอยู่เกินกำหนดวีซ่าเป็นเวลานานหนึ่งปี สาเหตุการเสียชีวิตยังต้องรอผลการชันสูตรจากพนักงานอัยการ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศพชายไทยซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ริมคูน้ำ ศีรษะมีบาดแผลฉีกขาด ใบหน้ามีรอยถลอก บาดแผลมีลักษณะน่าสงสัย (ภาพจากสถานีตำรวจฮัวเหลียน)

      จุดเกิดเหตุโดยรอบเป็นไร่สับปะรดและไร่ขิง ไม่มีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบศพนอนคว่ำหน้าอยู่ริมคูน้ำ ศีรษะมีบาดแผลฉีกขาด ใบหน้ามีรอยถลอก บาดแผลมีลักษณะน่าสงสัย จึงประสานฝ่ายพิสูจน์หลักฐานและกองกำกับการสืบสวนอาชญากรรมเข้าตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตเป็นชายสัญชาติไทย อายุ 34 ปี มาจากจังหวัดบึงกาฬ วีซ่าหมดอายุและพำนักอย่างผิดกฎหมาย อีกทั้งมีเกษตรกรในพื้นที่จำได้ว่า ผู้ตายเคยทำงานอยู่ในไร่นาใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศพชายไทยซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ริมคูน้ำ ศีรษะมีบาดแผลฉีกขาด ใบหน้ามีรอยถลอก บาดแผลมีลักษณะน่าสงสัย (ภาพจากสถานีตำรวจฮัวเหลียน)

      นายเฉิน ชายชาวไต้หวันอายุ 38 ปี ผู้แจ้งเหตุให้การกับตำรวจว่า พบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำอยู่ข้างคูน้ำเวลาประมาณ 16.00 น. และเป็นเพียงผู้ขับรถผ่านมาพบโดยบังเอิญ อย่างไรก็ตาม ตำรวจสอบสวนเกษตรกรและผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง พบว่าที่พักของแรงงานไทยมีรถจอดอยู่ โดยหนึ่งในนั้นจดทะเบียนในชื่อของนายเฉิน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถาม นายเฉินอ้างว่ากล้องบันทึกภาพหน้ารถไม่มีภาพ และได้ถอดการ์ดหน่วยความจำออก อีกทั้งหลังเกิดเหตุ ผู้อยู่อาศัยรายอื่นในบ้านหลังเดียวกันได้รีบย้ายออกไปอย่างผิดปกติ ทำให้ตำรวจเกิดความสงสัยว่าคำให้การมีพิรุธ

ตำรวจชี้จุดที่พบศพชายไทย (ภาพจากสถานีตำรวจฮัวเหลียน)

      ต่อมาทีมสอบสวนใช้จิตวิทยาทำให้นายเฉินเปิดใจยอมนำการ์ดหน่วยความจำกล้องบันทึกภาพหน้ารถมามอบให้ พร้อมยอมรับว่าเป็นนายจ้างของผู้ตาย ส่วนที่ให้การเท็จเนื่องจากเกรงว่าจะถูกลงโทษหนักจากการจ้างชาวต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย สำหรับเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต นายเฉินระบุว่า ช่วงบ่ายวันเกิดเหตุได้มีการปิ้งย่างและดื่มสุราร่วมกัน จากนั้น ผู้ตายขี่จักรยานไฟฟ้าออกไปหลังมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา และเกิดอุบัติเหตุพลัดตกคูน้ำจนจมน้ำเสียชีวิต นายเฉินระบุว่า หลังทราบเหตุได้ขับรถออกตามหา พบจักรยานไฟฟ้าของแรงงานไทย และร่างผู้ตายนอนอยู่ในคูน้ำเสียชีวิตแล้ว ด้วยความกังวลว่า จะถูกตรวจพบตนจ้างแรงงานผิดกฎหมายและถูกปรับหนัก จึงชวนเพื่อนช่วยกันยกศพขึ้นจากคูน้ำ อำพรางสถานที่เกิดเหตุ ซ่อนจักรยานไฟฟ้าที่ให้ผู้ตายยืม และแจ้งความโดยแต่งเรื่องว่าขับรถผ่านพบศพโดยบังเอิญ เพื่อพยายามตัดความเกี่ยวข้องและชี้นำการสอบสวนของตำรวจ

ตำรวจพบรถจักรยานไฟฟ้าคันหนึ่ง จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ (ภาพจากสถานีตำรวจฮัวเหลียน)

      ตำรวจระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายจ้างชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำลายพยานหลักฐาน จึงได้ส่งตัวนายเฉินดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงยังต้องรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการจากอัยการ

ตำรวจฮัวเหลียนแถลงผลคืบหน้าคดีชายไทยเสียชีวิตในคูน้ำ จับนายจ้างย้ายศพอำพราง อ้างไม่รู้จักแค่ขับรถผ่านพบโดยบังเอิญ (ภาพจากสถานีตำรวจฮัวเหลียน)

      ด้านเกษตรกรในพื้นที่ตำบลรุ่ยสุ่ยเปิดเผยว่า ปัญหาขาดแคลนแรงงานในชนบทมีความรุนแรง ปัจจุบันการเก็บส้มโอ เก็บชา รวมถึงการเก็บและปลูกสับปะรด ล้วนต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมาย โดยบางครั้งเพียงโทรศัพท์เรียกก็สามารถมาทำงานกันเป็นกลุ่มใหญ่และทำงานได้อย่างรวดเร็ว ส่วนสถานะทางกฎหมายของแรงงานนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่มิได้ตรวจสอบให้ชัดเจน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解