Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569
สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

      สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะพูดเรื่องราวของการเพาะเลี้ยง “กุ้งก้ามกราม” หรือที่คนไต้หวันเรียกว่า “泰國蝦” (แปลว่า กุ้งไทย) กับธุรกิจบ่อตกกุ้งในไต้หวัน คุณผู้ฟังทราบหรือไม่ว่า ไต้หวันเคยประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์กุ้งกุลาดำด้วยวิธีผสมเทียมเป็นครั้งแรกของโลกมาก่อน โดยตอนนั้นปี ค.ศ. 1968 ดร. เลี่ยวอีจิ่ว (廖一久) และคณะจากสถาบันวิจัยตงกั่ง เมืองผิงตง ได้รับทุนสนับสนุนการเพาะเลี้ยงกุ้งจากมูลนิธิ Rockefeller ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไต้หวันก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับสากล แม้ช่วงก่อนทศวรรษ 1970 ไต้หวันจะประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์กุ้งทะเลหลายชนิด  แต่เพราะการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลมีข้อจำกัดคือต้องเลี้ยงในพื้นที่ชายฝั่งที่มีน้ำเค็มเท่านั้น จึงทำให้เริ่มมีการมองหาวิธีเพาะเลี้ยงกุ้งนำจืดที่มีขอบเขตการเลี้ยงกว้าง (คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้าย)

池塘好蝦|台南七股白蝦、泰國蝦產地,蝦職人超過15年的用心與堅持| 妳好南搞

      แต่เพราะกุ้งน้ำจืดพันธุ์พื้นเมืองของไต้หวันมักมีขนาดเล็กและไม่คุ้มค่าที่จะเพาะเลี้ยง ไต้หวันจึงได้มีการนำเข้าพันธุ์กุ้งก้ามกราม หรือที่คนไต้หวันเรียกว่า  “泰國蝦” (แปลว่ากุ้งไทย) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือมีก้ามยาวสีฟ้าและมีขนาดตัวที่ใหญ่มากมาจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งนั่นถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมนี้ไปอย่างสิ้นเชิง และนำไปสู่การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลาย กุ้งก้ามกรามเหล่านี้ไม่ได้อยู่เพียงในจานอาหาร แต่ยังกลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมในบ่อตกกุ้งทั่วไต้หวัน 

     ในระยะแรกของการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในไต้หวัน กุ้งชนิดนี้ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากต้องแข่งขันกับกุ้งกุลาดำซึ่งมีคุณภาพดีกว่าและมีราคาสูงกว่าในตลาด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงในปี ค.ศ. 1987 เมื่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งกุลาดำของไต้หวันประสบปัญหาโรคระบาดจนล่มสลาย กุ้งก้ามกรามจึงค่อย ๆ กลายเป็นทางเลือกใหม่และเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น

泰國蝦漲翻天!一斤400元「超貴原因」曝他揭:釣蝦場會越來越少| ETtoday生活新聞| ETtoday新聞雲

      แต่กุ้งก้ามกรามก็เผชิญข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากเทคโนโลยีการแช่แข็งในขณะนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้รสชาติของกุ้งเสียไปอย่างมากเมื่อผ่านการแช่แข็ง ส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศได้เหมือนกุ้งกุลาดำ เมื่อไม่สามารถเจาะตลาดบริโภคทั่วไปได้ ชาวประมงจึงจำเป็นต้องหาทางปรับตัวและพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

     ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เมื่อกุ้งก้ามกรามล้นตลาดและจำหน่ายได้ยาก จึงเกิดแนวคิดการนำกุ้งมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ นั่นคือการเปิดบ่อให้ประชาชนเข้ามาตกกุ้ง แทนการนำไปประกอบอาหารเพียงอย่างเดียว มีบันทึกว่าชาวเมืองผิงตงเริ่มคลั่งไคล้กิจกรรมการตกกุ้งก้ามกรามตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 หลังจากผู้เพาะเลี้ยงเปิดบ่อเลี้ยงให้คนทั่วไปสามารถหย่อนเบ็ดตกกุ้งได้โดยตรง หลักฐานนี้สะท้อนให้เห็นว่า บ่อตกกุ้งในไต้หวันมีต้นกำเนิดจากบ่อเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ผิงตงนั่นเอง

來來釣蝦場| 食尚玩家

      แม้การเปิดบ่อให้ตกปลาและตกกุ้งจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การตกกุ้งกลับมีเสน่ห์เฉพาะตัว เนื่องจากใช้แรงน้อยและสามารถตกกุ้งได้รวดเร็วกว่าการตกปลา ผู้เล่นสามารถตกกุ้งจำนวนมากได้ภายในเวลาเพียงประมาณสองชั่วโมง จึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง นอกจากนี้ กุ้งก้ามกรามที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง และทนทาน ยังเหมาะกับการเลี้ยงในบ่อปูนในเขตเมืองมากกว่ากุ้งชนิดอื่นอีกด้วย

      เมืองผิงตงถือเป็นแหล่งผลิตกุ้งก้ามกรามที่สำคัญของไต้หวัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.5 พันล้านเหรียญไต้หวันต่อปี อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงไม่กี่ปีก่อน ส่งผลให้ร้านอาหารและบ่อตกกุ้งจำนวนมากต้องปิดให้บริการ กุ้งก้ามกรามจึงค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก ราคาตกต่ำจนผู้เพาะเลี้ยงจำนวนไม่น้อยประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก

台灣旅圖資訊|瘋蝦休閒釣蝦場

     ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว เฉินเยี่ยนจื้อ (陳彥志) อดีตเจ้าหน้าที่กรมประมง ซึ่งเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อรับช่วงกิจการต่อจากพ่อตาที่มีอายุมากแล้ว ตัดสินใจลงทุนกว่า 5 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อนำเข้าเทคโนโลยีการแช่แข็งขั้นสูงมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยประสบการณ์จากการทำงานในอุตสาหกรรมประมงน้ำลึก เฉินเยี่ยนจื้อได้นำระบบทำความเย็นแบบ “Binary Refrigeration System” ซึ่งปกติใช้กับปลาทูน่าระดับพรีเมียม มาประยุกต์ใช้กับกุ้งก้ามกราม โดยติดตั้งเครื่องแช่แข็งที่ใช้สารทำความเย็นสองชนิดร่วมกัน จนสามารถลดอุณหภูมิลงได้ต่ำถึง -60 องศาเซลเซียส เทคโนโลยีนี้ช่วยรักษาความสดของกุ้งไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เนื้อกุ้งเละหรือยุ่ยเหมือนการแช่แข็งแบบทั่วไป อีกทั้งยังยืดอายุการเก็บรักษาได้นานถึง 2 ปี ทำให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานกุ้งก้ามกรามที่สดใหม่ได้ตลอดทั้งปี

台中梧棲漁港買3斤泰國蝦 回家濾水竟「少半斤」

     ในด้านมูลค่าตลาดปัจจุบัน กุ้งก้ามกรามของไต้หวันมีราคาขายปลีกทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 250–480 เหรียญไต้หวันต่อกิโลกรัม ขณะที่กุ้งเกรดพรีเมียมซึ่งผ่านนวัตกรรมการแช่แข็งแบบพิเศษสามารถทำราคาสูงได้มากกว่านั้นถึงเท่าตัว ขณะเดียวกัน ธุรกิจบ่อตกกุ้งในเขตเมืองใหญ่ก็ได้ปรับบทบาทจากแหล่งอาหารไปสู่กิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์ โดยมีอัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ราว 350–450 เหรียญไต้หวันต่อชั่วโมง ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กุ้งก้ามกรามได้เดินทางมาไกลจากการเป็นเพียงอาหาร กลายเป็นทั้งสินค้ามูลค่าสูงและส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมความบันเทิงร่วมสมัยที่ผู้คนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้อย่างเป็นรูปธรรมในสังคมไต้หวัน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解