ธีระ หยาง 亓淞และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-02-01)
โปรเจกต์คัฟเวอร์ที่ค่าย ร็อก เรคคอร์ดส์ ผลักดันอย่าง Rock Records Clash Bands 2 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว 911 (玖壹壹) ร่วมมือกับวงพั่งพั่งถวน หรือ PAPUN BAND นำบทเพลงคลาสสิกของ อู๋ป่าย & ไชน่า บลู (伍佰&China Blue) อย่าง 浪人情歌 (ล่าง เหริน ฉิง เกอ – เพลงรักคนพเนจร) มาตีความใหม่ หลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจคงไว้ซึ่งองค์ประกอบความเป็นไต้หวัน ที่ อู๋ป่าย และ 911 มีร่วมกัน พร้อมผสานกลิ่นอายพังก์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ PAPUN BANDเพื่อสร้างเวอร์ชันเรียบเรียงใหม่ทั้งหมด ในปีนั้น อู๋ป่าย เกิดแรงบันดาลใจขึ้นระหว่างขับรถ และใช้เวลาเพียงไม่นานก็แต่งทั้งคำร้องและทำนองของเพลงรักคนพเนจร เสร็จสมบูรณ์ เดิมตั้งใจเขียนให้ เกาหมิงจวิ้นเป็นคนร้อง แต่กลับถูกส่งคืน อู๋ป่าย จึงตัดสินใจนำกลับมาขับร้องด้วยตนเอง และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทำให้ผลงานที่เคย “ถูกตีกลับ” ชิ้นนี้ โด่งดังต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ฟังเวอร์ชั่นเก่าเพื่อเปรียบเทียบได้ที่นี่เลยคับ
เมื่อต้องเผชิญกับบทเพลงระดับตำนานเช่นนี้ 911 และ PAPUN BAND ต่างแบกรับแรงกดดันไม่น้อยในกระบวนการดัดแปลง โดย หยางชง สมาชิกวง 911 กล่าวว่า “ค่อนข้างกลัว เพราะไม่ว่าจะปรับอย่างไร ก็รู้สึกว่ายากจะก้าวข้ามต้นฉบับของอาจารย์อู๋ป่ายได้” ขณะที่ ชุนเฟิง เป็นแฟนตัวยงของ อู๋ป่าย และเคยเดินทางไปชมคอนเสิร์ตหลายครั้ง ดังนั้น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ หยางชง เข้าร่วมเรียบเรียงดนตรีด้วยตนเอง โดยเร่งจังหวะเพลงที่เดิมค่อนข้างเนิบให้เร็วขึ้น และผสานองค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์กับจังหวะที่หนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911 ด้าน PAPUN BAND ก็กล่าวตรงไปตรงมาว่า เพลงรักคนพเนจรของอาจารย์อู๋ป่ายแทบจะเป็นเพลงชาติที่ไร้เทียมทาน หากยังเดินในแนวร็อกเหมือนเดิม ไม่ว่าเราจะปรับอย่างไร ก็จะดูเหมือนแค่การคัฟเวอร์” PAPUN BAND ยังเล่าว่า ในช่วงทำเดโมที่ใส่ท่อนแร็ปของ เจี้ยนจื้อ สมาชิกวง 911 เข้าไป เดิมมีความกังวลต่อปฏิกิริยาของอาจารย์อู๋ป่าย แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบรับทันที และท่อนดังกล่าวก็ช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับผลงานเรียบเรียงใหม่นี้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เริ่มหารือจนถึงการปล่อยผลงานอย่างเป็นทางการ ใช้เวลากว่าหนึ่งปีเต็ม กระบวนการอัดเสียงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดย PAPUN BAND กล่าวชื่นชมความเป็นมืออาชีพของ ชุนเฟิง ระหว่างการบันทึกเสียง เนื่องจาก อู๋ป่าย คือศิลปินในดวงใจของเขา การอัดร้องจึงทั้งตื่นเต้นและตึงเครียด จน PAPUN BAND หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ไม่คิดเลยว่าสภาพเสียงของเขาจะดีขนาดนี้ ยิ่งร้องยิ่งมีพลัง ถึงขั้นคิดว่าให้เขาร้องทั้งเพลงไปเลยก็ได้!”

- คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ “60+” ของซุปตาร์อย่าง จางเสวียโหย่ว ที่เดินสายทั่วโลกยาวนานกว่าสองปี ได้ปิดฉากลงเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ฮ่องกงด้วยการแสดงรอบที่ 324 เขายังหยอกล้อกับแฟนๆ ว่าตัวเองกลายเป็น “คนว่างงาน” ไปแล้ว โดยในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ดาราสาวไต้หวันระดับเทพอย่าง ซูฉี ได้มาร่วมปรากฏตัวในวิดีโอช่วงคั่นของคอนเสิร์ต ก็ได้เล่าถึงความทรงจำการตามเชียร์ จางเสวียโหย่ว เมื่อ 27 ปีก่อนผ่านโซเชียล พร้อมเผยภาพถ่ายที่เธอเคยอิงแอบอยู่กับไอดอลในวันวาน ซึ่ง ซูฉี เล่าว่า เธอเป็น FC ของ จางเสวียโหย่ว มานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่เพลงแห่งความเจ็บปวดจากเพลงจูบลา (吻別) ไปจนถึงความใจเต้นจากเพลงจดหมายรัก” (情書) เธอย้อนความทรงจำไปถึงปี 1997 ที่เพิ่งเดินทางไปทำงานที่ฮ่องกง ผู้จัดการในเวลานั้นจัดเซอร์ไพรส์อย่างลึกลับ พาเธอไปชมมิวสิคัล ทะเลสาบหมาป่าหิมะ (雪狼湖) ที่ จางเสวียโหย่ว แสดงนำ ในวันเกิดของเธอ นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้เห็นไอดอลร้องและแสดงบนเวทีตรงหน้า ทำให้เธอซาบซึ้งเป็นอย่างมาก แม้ภาษากวางตุ้งของเธอจะยังไม่ดีนัก “สำหรับฉันในเวลานั้น มันเหมือนความฝันที่เป็นจริง ชัดๆ และสิ่งที่ทำให้เธอไม่มีวันลืมยิ่งกว่านั้นคือ หลังการแสดงจบลง เธอถูกพาไปหลังเวทีเพื่อพบกับไอดอล ซูฉี บรรยายว่าขณะนั้นตกตะลึงจนเหมือนเคลิ้มฝัน พร้อมอุทานว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นจางเสวียโหย่ว “ตัวเป็นๆ” และเมื่อจางเสวียโหย่ว ทราบว่าวันนั้นเป็นวันเกิดของเธอ ก็พิเศษถึงขั้นมอบกุหลาบและแอปเปิลอวยพรวันเกิด ทำให้เธอดีใจจนอึ้งไปเลย ภายหลังเมื่อเห็นภาพถ่ายร่วมกัน เธอยังหัวเราะแซวตัวเองว่าลุคในวันนั้นยังดูใสซื่อ “นั่นคือร่องรอยชีวิตที่น่ารักที่สุดใบแรก ระหว่างฉันกับไอดอล”

- เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง “ไร้รูป” (無形) ที่นำแสดงโดย ฟ่งเสี่ยวเยว่ (鳳小岳) หนุ่มลูกครึ่งไต้หวัน-อังกฤษ (ซ้าย) และ เมธิกา จีรนรภัทร (葉芷妤) หรือเจน ดาราสาวชาวไทย ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว โดยมีผู้กำกับ ซีเยว่หลง (ขวา-奚岳隆) นำทีมนักแสดง ทั้ง ฟ่งเสี่ยวเยว่ และ เมธิกา จีรนรภัทร มาร่วมงาน ซึ่ง เจน เมธิกา นักแสดงลูกครึ่งไต้หวัน–ไทย โด่งดังเป็นอย่างมากจากซีรีส์ไทยของ Netflix ในบทบาทของ เสี่ยวหยู จากเรื่องสงครามส่งด่วน แม้จะพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ด้วยการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน เธอจึงหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “บางครั้งภาษาจีนกับภาษาไทยก็สลับกันไม่ทันจริงๆ” เจน เมธิกา เผยว่า รู้สึกมีความสุขมากที่ได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ต่อให้ต้องถ่ายทำทั้งคืนจนถึงเช้า ก็ยังรู้สึกว่าสนุกและตื่นเต้น เธอยังบอกอีกว่า ทีมงานไต้หวันกับทีมงานไทยแทบไม่มีความแตกต่างกันในขั้นตอนการถ่ายทำ แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ อุปกรณ์การถ่ายทำของทีมงานไต้หวันที่มีความหลากหลายและครบครันมาก ด้าน ฟ่ง เสี่ยวเยว่ ที่ได้ร่วมงานกับ เมธิกา ในครั้งนี้ กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ทุกวันมีแต่เรื่องน่าประหลาดใจ” แม้ซีรีส์ “สงครามส่งด่วน” จะทำให้เมธิกา เป็นที่จับตามอง แต่เขามองว่า “แค่ตัวตนของเธอเองก็เปี่ยมด้วยออร่าอยู่แล้ว คนที่มีออร่า ก็ย่อมเปล่งประกายอยู่เสมอ” ขณะที่ผู้กำกับ ซีเยว่หลง ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ก็กล่าวชื่นชมเมธิกา จีรนรภัทร ว่าเป็น คนที่มีความเป็นมืออาชีพระดับเต็มร้อย เธอเป็นนักแสดงที่สมควรได้รับความสนใจจากคนทั้งโลก”
