ราคาคาเคาผันผวนแรง “ช็อกโกแลตแท้” อาจกลายเป็นของหรูในอนาคต
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ราคาคาเคาหรือเมล็ดโกโก้ในตลาดโลกแกว่งตัวรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนเริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงอุตสาหกรรมช็อกโกแลตทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากปัญหาด้านอุปทานและต้นทุนยังไม่คลี่คลาย“ช็อกโกแลตแท้”ที่ทำจากคาเคาแท้ 100% อาจไม่ใช่ขนมสามัญอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็น“สินค้าหรู”สำหรับผู้บริโภคบางกลุ่มเท่านั้น
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กานาและไอวอรีโคสต์ ซึ่งเป็นสองประเทศผู้ผลิตคาเคารายใหญ่ที่สุดของโลก ต้องเผชิญกับสภาพอากาศและปัญหาการเกษตรที่ย่ำแย่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ราคาคาเคาในตลาดโลกจึงผันผวนอย่างหนัก ปลายปีที่ผ่านมา ราคาฟิวเจอร์สคาเคาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 12,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน ก่อนที่ในปี 2025 ราคาจะกลับทิศ ร่วงลงมามากกว่า 50% หลังผลผลิตเริ่มฟื้นตัวบางส่วน
แม้ราคาคาเคาในตลาดล่วงหน้าจะปรับตัวลง แต่ผลกระทบกลับยังคงส่งต่อถึงผู้บริโภคปลายทาง จากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Circana และสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐระบุว่า ภายในระยะเวลา 1 ปีจนถึงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2025 ราคาช็อกโกแลตในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ผู้ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่หลายรายยอมรับในรายงานผลประกอบการว่า ความผันผวนของราคาคาเคาเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต้นทุนและกำไรในระยะยาว
ภายใต้ความไม่แน่นอนของราคา ผู้ผลิตบางรายเริ่มหันมา“ปรับสูตร”เพื่อลดการพึ่งพาคาเคา หนึ่งในกรณีที่ถูกจับตาคือแบรนด์ขนมดังจากอังกฤษ McVitie’ที่ปรับส่วนผสมของสินค้ากลุ่ม Club และ Penguin ให้มีปริมาณคาเคาน้อยลง จนไม่เข้าหลักเกณฑ์การใช้คำว่า“ช็อกโกแลต”บนฉลากได้อีกต่อไป จึงต้องเปลี่ยนมาใช้คำว่า“รสช็อกโกแลต”แทน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนควบคุมต้นทุนของบริษัทแม่ Pladis ค่ะ
ขณะเดียวกัน สตาร์ตอัปจากอิตาลีอย่าง Foreverland กำลังพัฒนา“ช็อกโกแลตทางเลือก จากวัตถุดิบอย่าง ฝักคาโรบ เมล็ดฟักทอง และถั่วลูกไก่ เพื่อให้ได้รสสัมผัสใกล้เคียงช็อกโกแลตแท้ และนำไปใช้ในขนม เบเกอรี่ และไอศกรีม
มัสซิโม ซาบาตินี ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Foreverland ระบุว่า แนวโน้มการลดการใช้คาเคาของผู้ผลิตรายใหญ่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต“ช็อกโกแลตเลียนแบบ”อาจกลายเป็นมาตรฐานของสินค้าราคาย่อมเยา ขณะที่ช็อกโกแลตแท้จะถูกยกระดับเป็นสินค้าพรีเมียม เขายังยกตัวอย่างกระแส“ช็อกโกแลตดูไบ”ที่บางผลิตภัณฑ์มีราคาสูงถึง 80 ยูโรต่อกิโลกรัม ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนภาพอนาคตของตลาดได้อย่างชัดเจน
นอกจากแรงกดดันด้านต้นทุนแล้ว Foreverland และผู้พัฒนาวัตถุดิบทางเลือกยังชี้ว่า อุตสาหกรรมคาเคายังเผชิญโจทย์ใหญ่เรื่องความยั่งยืนและการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ ดังนั้น การหันมาใช้วัตถุดิบทดแทนจึงไม่เพียงช่วยคุมต้นทุน แต่ยังช่วยลดแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานคาเคาในระยะยาวด้วย
ด้าน ดรูว์ เกราฮ์ตี (Drew Geraghty) โบรกเกอร์สินค้าโภคภัณฑ์จาก ICAP ในนิวยอร์กระบุว่า แม้ราคาคาเคาจะเริ่มปรับลง แต่ราคาช็อกโกแลตแท้ในตลาดอาจยังสูงต่อไปอีกระยะ เนื่องจากผู้ผลิตมักล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า และราคาขายปลีกมีช่วงเวลาหน่วงประมาณ 6–8 เดือน
ความผันผวนรุนแรงในอดีตยังทิ้งบาดแผลทางจิตวิทยาให้ผู้ผลิต จนต้องกลับมาทบทวนทั้งขนาดสินค้าและสูตรการผลิตใหม่ทั้งหมด และแม้วันนี้ราคาจะเริ่มลดลงแต่หลายฝ่ายมองว่าอุตสาหกรรมอาจไม่กลับไปเหมือนเดิมอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม นาตาชา ลินฮาร์ต (Natasha Linhart) ซีอีโอของบริษัทค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค Atlante มองว่า สำหรับช็อกโกแลตแท่งแบบดั้งเดิม คาเคายังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่สามารถแทนที่ได้ทั้งหมด เพราะผู้บริโภคยังให้คุณค่ากับรสชาติแท้และความรู้สึกผูกพันที่“ช็อกโกแลตจริง”มอบให้

(ภาพจาก: 義美生機)
ธนาคารธนาคารคาร์เธ่ย์ยูไนเต็ด(Cathay United Bank) คว้า 5 รางวัลใหญ่จาก HR Asia ตอกย้ำองค์กรที่ใส่ใจพนักงานและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ธนาคารกั๋วไท่ซื่อหัว Cathay United Bank เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึด“คนเป็นศูนย์กลาง”อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การใส่ใจความต้องการของพนักงาน การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่น ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้เติบโตในสายอาชีพ ส่งผลให้ธนาคารได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดนิตยสารด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของเอเชีย HR Asia จัดพิธีมอบรางวัล“2025 Asia Best Companies to Work for in Asia”ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยสาขาสิงคโปร์ของธนาคารกั๋วไท่ซื่อหัวสามารถโดดเด่นเหนือองค์กรกว่า 181 แห่ง คว้ารางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และปีนี้ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยการคว้ารางวัลรวมถึง 5 รางวัลใหญ่ ได้แก่
-Asia Best Companies to Work for in Asia รางวัลองค์กรน่าทำงานด้วยยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย
-Technology Empowerment Award รางวัลการเสริมศักยภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยี
-Best Employee Care Award รางวัลองค์กรที่ดูแลพนักงานยอดเยี่ยม
-Workplace Sustainability Award รางวัลสถานที่ทำงานด้านความยั่งยืน
-Asia Best DEI Award รางวัลองค์กรดีเด่นด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม DEI แห่งเอเชีย
โดยเฉพาะรางวัล Technology Empowerment Award ซึ่งธนาคารได้รับเป็นครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาผสานกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับรางวัล Asia Best Companies to Work for in Asia ใช้การประเมินจากแบบสอบถามพนักงานแบบไม่ระบุตัวตน ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กร การมีส่วนร่วมของพนักงาน และความหลากหลายกับการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม เพื่อสะท้อนเสียงและความรู้สึกจริงของคนทำงานภายในองค์กร
ธนาคารกั๋วไท่ซื่อหัว สาขาสิงคโปร์ มีบุคลากรหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ทั้งพนักงานจากไต้หวันที่ไปประจำการต่างประเทศ และบุคลากรท้องถิ่นจากหลายประเทศ โดยสาขานี้นำกลยุทธ์ 3H ได้แก่ Happy Healthy และ Hearty มาใช้ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้าง ผ่านกลไกรับข้อร้องเรียนที่เป็นธรรม พื้นที่ทำงานแบบเปิด และกิจกรรมแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย เพื่อให้เป็นองค์กรที่โอบรับความแตกต่างอย่างแท้จริง
ด้านคุณกัว ลี่หลิง (郭麗玲) ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกั๋วไท่ซื่อหัว สาขาสิงคโปร์ ระบุว่า ธนาคารมุ่งสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยยึด“ความใส่ใจ เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเดินเคียงข้างพนักงานในการทำงานเป็นทีม และขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคง
จากผลสำรวจของ HR Asia ยังชี้ว่า ธนาคารกั๋วไท่ซื่อหัวมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างชัดเจน ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กร (Core) การเติบโตของบุคคล (Self) และความสามัคคีของทีม (Group) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องถึงสามปี และสะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความต้องการของคนทำงานยุคใหม่
ในด้านเทคโนโลยี ธนาคารกั๋วไท่ซื่อหัว สาขาสิงคโปร์ ให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพพนักงานด้านดิจิทัล ผ่านหลักสูตรเฉพาะทางและเครื่องมือ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน ยังดูแลสุขภาพพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ ครอบครัว และสังคม ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาเฟอร์นิเจอร์สำนักงานตามหลักสรีรศาสตร์ การจัดเวิร์กช็อปดูแลกระดูกสันหลัง โภชนาการ และการจัดการอารมณ์ รวมถึงการจัดกิจกรรม Family Day เชิญพนักงานและครอบครัวร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
นอกจากนี้ ธนาคารยังยึดหลัก“ตอบแทนสังคม”ผ่านโครงการ CU Smile CSR Day ระดมพนักงานกว่า 100 คน และตัวแทนจากบริษัทไต้หวันในสิงคโปร์ ร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัคร ช่วยปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่ขาดแคลน ทั้งการทำความสะอาดและทาสีบ้าน สะท้อนการเชื่อมโยงทรัพยากรในท้องถิ่นสู่การทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

(ภาพจาก: 經濟日報)