Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

ขุนพลแรงงานไทย ปี 68 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 1.9 แสนสาย ช่วยทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 3,000 ราย
ขุนพลแรงงานไทย ปี 68 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 1.9 แสนสาย ช่วยทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 3,000 ราย

1. ปี 68 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 1.9 แสนสาย ช่วยทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 3,000 ราย แรงงานเวียดนามใช้บริการมากสุด 35.7% แรงงานไทย 3.6% 

      กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยผลการดำเนินงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ในปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 194,185 สาย เทียบกับ  202,747 สายของปี 2567 ลดลงประมาณ 4.3% ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่หรือ 87% เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษา ซึ่งส่วนใหญ่สอบถามปัญหาการย้ายงาน การให้บริการของล่าม ตามด้วยปัญหาในสัญญาจ้าง อาทิ ค่าที่พักอาหาร การยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น และแรงงานเวียดนามโทรศัพท์ใช้บริการมากที่สุด แรงงานไทยใช้บริการน้อยที่สุด ส่วนคนไต้หวันใช้บริการแจ้งข้อมูลแรงงานผิดกฎหมายเป็นส่วนใหญ่

สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดปีโดยไม่เว้นวันหยุด

      กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานแถลงว่า ขั้นตอนการให้บริการของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์แล้ว จะส่งให้กองแรงงานท้องที่ผ่านระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้กองแรงงานท้องที่ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาภายในเวลากำหนด นอกจากนี้ ยังประสานกับหน่วยงาน NGO จัดหาบ้านพักฉุกเฉินหรือนำส่งรักษาพยาบาล สำหรับแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนหรือถูกทำร้ายร่างกาย โดยมีล่ามคอยเป็นเพื่อนช่วยแปลภาษาและแก้ไขข้อพิพาทด้วย ทั้งนี้ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน ให้บริการทั้งแรงงานต่างชาติ แรงงานท้องถิ่น นายจ้างและบริษัทจัดหางาน โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีคนท้องถิ่นโทรศัพท์ใช้บริการประมาณ 31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแรงงานผิดกฎหมายและการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย ประมาณ 6.6% เป็นการสอบถามข้อระเบียบในการว่าจ้าง ชั่วโมงการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติจากนายจ้างและบริษัทจัดหางาน

สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษาจำนวน 45 คน คอยให้บริการรับโทรศัพท์จากแรงงานต่างชาติตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด

      กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการที่หลากหลายตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากทางโทรศัพท์แล้ว ยังให้บริการสอบถามข้อมูล ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องทุกข์หรือขอความช่วยเหลือผ่านข้อความของกลุ่ม Line@ 1955 แบบเรียลไทม์เป็นภาษาจีน ภาษาไทย เวียดนาม อังกฤษและอินโดนีเซีย

บรรยากาศภายในห้องทำงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955

      กรมพัฒนากำลังแรงงานเปิดเผยข้อมูลพบว่า ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 194,185 สาย ในจำนวนนี้เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอรับคำปรึกษา 169,162 สายหรือประมาณ 87.11% ของโทรศัพท์ที่ใช้บริการทั้งหมด ในส่วนของการร้องทุกข์ทั่วไปจำนวน 23,979 สาย โทรศัพท์ขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉิน 1,044 สาย ส่งให้กองแรงงานท้องที่ดำเนินการต่อโดยผ่านระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ ช่วยแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างได้สำเร็จ 2,541 ราย ทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายและเงินสิทธิประโยชน์อื่น ๆ 3,035 คดี

การทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955

      จากการวิเคราะห์ช่วงเวลาที่แรงงานต่างชาติโทรศัพท์ขอรับคำปรึกษาหรือร้องเรียนต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มากที่สุด หรือ 51.1% โทรศัพท์ในช่วงนอกเวลาทำงาน ซึ่งรวมวันหยุดและกลางคืน สำหรับชาติที่โทรศัพท์ใช้บริการมากสุดได้แก่ เวียดนาม 35.7% ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 20.3% ฟิลิปปินส์ 9% ส่วนแรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.6% นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว สายด่วน 1955 ยังเปิดให้แรงงานท้องถิ่นใช้บริการด้วย มีชาวไต้หวันโทรศัพท์ใช้บริการ 31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแรงงานผิดกฎหมายและการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย ส่วนนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ที่โทรศัพท์สอบถามกฎระเบียบ ข้อบังคับด้านการบริหารแรงงานต่างชาติมี 6.6% แสดงว่า การให้บริการแบบไม่มีวันหยุดตลอด 24 ชั่วโมง สอดคล้องกับความต้องการของแรงงานต่างชาติและผู้ใช้บริการชาวไต้หวัน

คณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานของไทยเดินทางมาดูงานที่สายด่วน 1955

      กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 นอกจากเป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างแล้ว ยังมีบริการด้านต่าง ๆ อาทิ การรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาการทำงานและการใช้ชีวิตในไต้หวัน รวมทั้งเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญ 5 ภาษาคอยให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดปีโดยไม่เว้นวันหยุด จากเดิมที่ให้บริการเฉพาะแรงงานต่างชาติ ต่อมาเพิ่มบริการนายจ้าง บริษัทจัดหางาน และแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานต่างชาติ

2. รายงานชี้แรงงานต่างชาติสอบใบขับขี่เพิ่ม 1.5 เท่าในรอบ 5 ปี อุบัติเหตุพุ่งตาม ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 13,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนขาดความรู้กฎหมาย ไม่คุ้นสภาพถนน เสนออุดหนุนอบรมขับขี่และคุ้มครองประกัน

      นับตั้งแต่มีการผ่อนคลายเกณฑ์การสอบใบอนุญาตขับขี่สำหรับแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าสอบเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่าในรอบ 5 ปี ขณะที่สถิติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในกลุ่มชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมมากกว่า 13,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ระบบการสอบใบขับขี่ของไต้หวัน "สอบง่าย แต่ใช้งานจริงยาก" แรงงานต่างชาติไม่คุ้นเคยกฎหมายและสภาพถนน กลายเป็นความเสี่ยงแฝง จึงเสนอให้นายจ้างสนับสนุนการอบรมขับขี่อย่างเป็นทางการ และบังคับใช้การประกันภัยอย่างจริงจัง เพื่อลดความสูญเสีย

      ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติสอบใบอนุญาตขับขี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าสอบเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด กรมทางหลวงรายงานว่า จำนวนชาวต่างชาติที่เข้าสอบเพิ่มจาก 20,183 คนในปี พ.ศ. 2566 เป็น 31,133 คนในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่า โดยพื้นที่ในความดูแลของกองทะเบียนยานยนต์ซินจู๋ ซึ่งมีแรงงานต่างชาติจำนวนมาก เพิ่มจาก 1,496 คนเป็น 3,752 คน เติบโตถึง 2.5 เท่าในรอบ 5 ปี

เจ้าหน้าที่กองทะเบียนยานยนต์เขตซินจู๋ พื้นที่รับผิดชอบรวมนครเถาหยวนด้วย กำลังให้ความรู้แก่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติที่สมัครสอบใบขับขี่ (ภาพจาก chinatimes.com)

      การวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากการยกเลิกข้อกำหนด "หนังสือยินยอมจากนายจ้าง" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ทำให้ขั้นตอนการซื้อรถและสอบใบขับขี่ง่ายขึ้น ประกอบกับกองทะเบียนยานยนต์จัดทำคลังข้อสอบหลายภาษา ช่วยเพิ่มความเป็นอิสระในการซื้อรถและเข้าสอบของแรงงานต่างชาติ

      ผู้ประกอบการโรงเรียนสอนขับรถในเถาหยวนรายหนึ่งเปิดเผยว่า ผู้สมัครสอบส่วนใหญ่เป็นแรงงานสัญชาติเวียดนาม นอกจากใช้เพื่อการเดินทางส่วนตัวแล้ว ยังมีไม่น้อยที่นายจ้างออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดและพาเข้าสอบเป็นกลุ่ม เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการแรงงาน โรงเรียนสอนขับรถอีกแห่งระบุว่า เถาหยวนมีโครงการเมืองการบินและนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก นายจ้างบางรายจึงพาแรงงานเข้าสอบใบอนุญาตขับรถบรรทุกหรือรถยนต์ เพื่อเอื้อต่อการทำงาน

แรงงานต่างชาติสอบใบขับขี่เพิ่ม 1.5 เท่าในรอบ 5 ปี ขณะที่อุบัติเหตุพุ่งตาม ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 13,000 ราย (ภาพจาก chinatimes.com)

      แม้จำนวนผู้เข้าสอบจะเพิ่มสูง แต่อัตราการสอบผ่านยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติเข้าสอบประมาณ 152,000 คน แต่สอบผ่านเพียง 93,000 คน อัตราการผ่านเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 61.5 โดยแรงงานเวียดนามมีอัตราผ่านสูงสุดที่ร้อยละ 71.3 รองลงมาคืออินโดนีเซีย ขณะที่แรงงานฟิลิปปินส์มีอัตราผ่านเพียงร้อยละ 52.0

      กองทะเบียนยานยนต์เถาหยวนวิเคราะห์ว่า แรงงานต่างชาติมีข้อจำกัดด้านเวลาเนื่องจากภาระงาน ทำให้ส่วนใหญ่ฝึกซ้อมได้เฉพาะวันหยุดหรือช่วงเย็น ส่งผลให้การเตรียมตัวไม่เพียงพอ

สนามสอบข้อเขียนที่กองทะเบียนยานยนต์จางฮั่ว (ภาพจากกองทะเบียนยานยนต์จางฮั่ว)

      กระแสการสอบใบขับขี่ที่เพิ่มขึ้นยังมาพร้อมความเสี่ยงแฝง รายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินระบุว่า จำนวนชาวต่างชาติที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในไต้หวันเพิ่มจาก 6,213 คนในปี พ.ศ. 2562 เป็นมากกว่า 13,000 คนในปี พ.ศ. 2567 เพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่า สัดส่วนต่ออุบัติเหตุทั้งประเทศเพิ่มจากร้อยละ 1.36 เป็นร้อยละ 2.47 โดยพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่สุดได้แก่ ไทจง เถาหยวน นิวไทเป และไถหนาน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และจักรยานไฟฟ้า

สนามสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ (ภาพจาก supermoto8.com)

      ผู้บริหารโรงเรียนสอนขับรถในพื้นที่ซินจู๋เห็นว่า การเพิ่มขึ้นของอุบัติเหตุในกลุ่มแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มาจากความไม่คุ้นเคยกับสภาพถนนและเส้นทาง ขณะที่ศาสตราจารย์ด้านการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวตง (NYCU) ระบุว่า ระบบสอบใบขับขี่ของไต้หวันง่ายเกินไป แต่เนื้อหาข้อสอบกลับละเอียดจุกจิก และละเลยการสอนแนวคิดการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง อีกทั้งกฎจราจรของไต้หวันมีความซับซ้อน เช่น การจราจรแบบผสมผสานระหว่างรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ และการเลี้ยวซ้ายแบบสองจังหวะ หากนายจ้างไม่เสริมสร้างความรู้ให้แก่แรงงาน ก็เท่ากับปล่อยให้พนักงานเผชิญความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

สนามสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ภาคสนาม

      ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ภาครัฐร่วมมือกับนายจ้าง จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อจูงใจให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ในระบบอย่างเป็นทางการ พร้อมผลักดันการคุ้มครองประกันให้ครอบคลุมอย่างแท้จริง จึงจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน

      ด้านกรมทางหลวงยืนยันว่า จะเดินหน้าขยายบริการหลายภาษาอย่างต่อเนื่อง และร่วมมือกับตำรวจในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างชาติรวมตัวจำนวนมาก เพื่อเข้มงวดในการตรวจจับการฝ่าฝืนกฎหมายของผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าต่อไป

3. มาตรการใหม่แก้ปัญหาขายบัญชีม้าเกลื่อน! คณะกรรมการกำกับการเงินไต้หวันตัดสินใจอายัดบัญชีบัญชีธนาคารแรงงานต่างชาติเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ

      ปัญหาบัญชีม้าที่เกิดจากแรงงานต่างชาติยังคงทวีความรุนแรง ทำให้คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของไต้หวัน ( FSC) ต้องออกมาตรการเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังได้เชิญธนาคารรัฐวิสาหกิจมาหารือเรื่องการป้องกันการฉ้อโกง โดยมีการพิจารณาให้ประชาชนต้องแสดงใบหน้าเต็มรูปแบบขณะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ล่าสุด  FSC ได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานและมีมติร่วมกันว่า หากแรงงานต่างชาติสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือยกเลิกสัญญาจ้างเดินทางออกนอกประเทศ หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หรือถูกจับกุมและควบคุมตัวจากการทำงานผิดกฎหมาย รวม 4 กรณีดังกล่าว สถาบันการเงินจะดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารทันที เพื่อแก้ไขปัญหาบัญชีม้าที่เกิดจากแรงงานต่างชาติซึ่งมีจำนวนมากเกินไป

      ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจพบว่า ปัจจุบันบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของบัญชีม้าที่เพิ่มขึ้นใหม่ในระยะหลัง ทำให้คณะกรรมการกำกับสถาบันการเงินต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแรงงานต่างชาติอาจเดินทางกลับมาทำงานในไต้หวันอีกในอนาคต การปิดบัญชีถาวรจะสร้างความไม่สะดวกอย่างมาก จึงเลือกใช้วิธีอายัดบัญชีและระงับธุรกรรมชั่วคราวแทน

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องบัญชีม้าจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      สำหรับกรณีที่แรงงานต่างชาติยังมีเงินสงเคราะห์จากรัฐบาล ค่าจ้างที่นายจ้างยังจ่ายไม่ครบ หรือเงินภาษีคืนจากกรมสรรพากร ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ จะใช้วิธีเดียวกับที่กระทรวงการคลังดำเนินการในปัจจุบัน คือออกเช็คคืนเงินภาษี มอบให้นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานนำไปขึ้นเงินแล้วโอนคืนให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศไปแล้ว

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องบัญชีม้าจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า ฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศเมื่อครบสัญญา การหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และการถูกควบคุมตัวจากการกระทำผิดแล้ว ขั้นตอนต่อไป เพื่อให้ธนาคารสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินได้มอบหมายให้ศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (JCIC) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงแรงงาน สมาคมธนาคาร และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จัดทำโครงสร้างฐานข้อมูลสำหรับสถาบันการเงิน เพื่อบันทึกข้อมูลดังกล่าวและใช้เป็นเกณฑ์ในการควบคุมบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติ พร้อมทั้งให้สมาคมธนาคารพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขในสัญญาเปิดบัญชีของแรงงานต่างชาติ เช่น การยินยอมให้ธนาคารอายัดบัญชีโดยอัตโนมัติเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องบัญชีม้าจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานจะกำชับให้บริษัทจัดหางานแจ้งแรงงานต่างชาติว่า หากมีกรณีครบหรือยกเลิกสัญญาแล้วเดินทางออกนอกประเทศ หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หรือถูกจับกุม บัญชีธนาคารจะถูกอายัดและระงับการทำธุรกรรมทันที และขอให้บริษัทจัดหางานช่วยเตือนและอำนวยความสะดวกให้แรงงานต่างชาติปิดบัญชีให้เรียบร้อยก่อนเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติได้รับการว่าจ้างใหม่หรือมีเหตุผลทางกฎหมายที่จะเดินทางกลับเข้ามาทำงานอีก สามารถยื่นขอเปิดใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีไปรษณีย์อีกครั้งได้ตามขั้นตอนปกติ

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องบัญชีม้าจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解