ไต้หวันเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลตรุษจีนแล้ว ดังนั้นการเดินทางสัญจรไปมาในไต้หวันช่วงนี้ก็จะคึกคักเป็นพิเศษ ประชาชนส่วนใหญ่ต่างพากันออกมาจับจ่ายใช้สอยเตรียมพร้อมสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ต้องเตรียมก็คือการไปธนาคารเพื่อแลกธนบัตรใหม่สำหรับนำมาใช้ใส่ซองอั่งเปามอบให้กับสมาชิกในครอบครัวในช่วงวันตรุษจีนนั่นเอง แต่การวิธีการใส่ซองของคนไต้หวันจะใส่แบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เพราะการให้ซองอั่งเปาในงานมงคลสำหรับคนไต้หวันก็คือคำอวยพรในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง วันนี้เราจึงมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการใส่ซองอั่งเปาตามธรรมเนียมปฏิบัติของคนไต้หวันมาฝากกัน

1. พ่อแม่และผู้ปกครอง โดยปกติแล้ว อั่งเปาสำหรับพ่อแม่มักจะมีมูลค่าสูงที่สุด แนะนำให้อยู่ในเรท 3,600-16,000 เหรียญไต้หวัน โดยตัวเลขที่นิยมมากที่สุดคือ 6,600 (สื่อถึง ความราบรื่นในทุกด้าน) และ 8,800 (สื่อถึง ความร่ำรวยมั่งคั่ง) ซึ่งล้วนเป็นตัวเลขมงคลที่แสดงถึงความกตัญญู
2. ปู่ย่าตายาย หรือผู้อาวุโสในครอบครัว เรทจะอยู่ที่ประมาณ 3,600-6,600 เหรียญไต้หวัน เน้นที่การแสดงความเคารพและความกตัญญูเป็นหลักตามกำลังทรัพย์ ทั้งยังสามารถให้เลข 9 ที่มีเสียงพ้องกับคำว่ายาวนานในภาษาจีน เพื่อเป็นการอวยพรให้ผู้อาวุโสมีอายุยืนยาวได้ด้วย
3. ลูกหลานของตนเอง จะใส่เรทตามช่วงอายุ ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง600-3,600 เหรียญไต้หวัน ตามความเหมาะสม
4. ลูกหลานของญาติหรือเพื่อนสนิท กลุ่มนี้จะเป็นการมอบแบบพอเป็นพิธี เรทแนะนำจึงอยู่ระหว่าง 200-1,200 เหรียญไต้หวัน ไม่ควนใส่จำนวนเงินที่สูงเกินไป เพื่อเลี่ยงการสร้างความกดดันหรือการเปรียบเทียบกันระหว่างญาติมิตร
5. คู่รักหรือคู่สมรส ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และสถานการณ์ของแต่ละคู่ รวมถึงกำลังทรัพย์ส่วนบุคคลด้วย จำนวนเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่เป็นการให้เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการแสดงถึงความใส่ใจมากกว่า

นอกจากนี้ยังมีในส่วนข้อห้ามหรือข้อควรระวังบางประการที่อยากนำบอกเล่ากัน ประกอบด้วย
1. ควรให้เป็นเลขคู่ แต่ต้องหลีกเลี่ยงเลข 4 โดยเด็ดขาด
2. ต้องใช้ซองอั่งเปาใบใหม่และบรรจุด้วยธนบัตรใหม่เอี่ยม ไม่ต้องปิดผนึกซอง ห้ามธนบัตร ห้ามให้เงินมากกว่าผู้ใหญ่ในครอบครัว และห้ามเปิดซองต่อหน้าผู้ให้
3. การให้ซองอั่งเปาแก่ผู้อาวุโสเรียกว่าถือเป็นเงินต่ออายุ ดังนั้นจำนวนเงินที่ให้ควรเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ไม่ควรลดลง

อีกหนึ่งประเด็นที่จะนำมาบอกเล่ากันก็คือ การจ่ายเงินโบนัสเพราะหลายบริษัทในไต้หวันจะนิยมจ่ายเงินโบนัสในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน โดยเรามีผลสำรวจสถานการณ์การจ่ายเงินโบนัสของภาคธุรกิจต่างๆ ในไต้หวันประจำปีนี้ มาบอกเล่าให้ฟังกัน
เว็บไซต์ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ yes123 ระบุว่า ปีนี้มีบริษัทที่ยืนยันจ่ายโบนัสประจำปีสูงถึง 92.8% โดยค่าเฉลี่ยเงินโบนัสอยู่ที่ประมาณ 1.44 เดือน ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 17 ปี โดยภาคอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มดาวรุ่งของการจ่ายเงินโบนัส (ค่อนข้างสูง) ประกอบด้วย ด้านการเงินการธนาคาร ประกันภัย บัญชีและสถิติเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน โดยครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 13 แล้ว รองลงมาคือ ด้านการขนส่งโลจิสติกส์และคลังสินค้าเฉลี่ยประมาณ 2.44 เดือน, ด้านการผลิต เทคโนโลยี และสารสนเทศเฉลี่ยประมาณ 2.25 เดือน, ด้านอาหาร ที่พัก และการท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณ 1.89 เดือน, ด้านการแพทย์ พยาบาล และเทคโนโลยีชีวภาพเฉลี่ยประมาณ 1.5 เดือน

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในกลุ่มดาวร่วง (ได้เงินโบนัสค่อนข้างต่ำ) ได้แก่ ด้านสื่อมวลชน การประชาสัมพันธ์และโฆษณาเฉลี่ยประมาณ 0.4 เดือน, ด้านวิชาการ การศึกษาและกวดวิชาเฉลี่ยประมาณ 0.53 เดือน, ด้านการกษตร ป่าไม้ ประมง เหมืองแร่ สิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาเฉลี่ยประมาณ 0.78 เดือน, ด้านการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ยประมาณ 0.93 เดือน และด้านกฎหมาย การเมือง สวัสดิการสังคม และศาสนาเฉลี่ยประมาณ 1.11 เดือน