Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ชีพจรเศรษฐกิจ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ชีพจรเศรษฐกิจ 16 กุมภาพันธ์ 2569

บริษัทการเงินขนาดใหญ่ที่จดทะเบียน 7 แห่ง ประกาศผลกำไรปี 2025 โดยมี 6 บริษัทที่ทำสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผลประกอบการตลอดปี 2025 ของกลุ่มบริษัทการเงิน (Financial Holding Companies) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันจำนวน 7 แห่ง ได้ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยภาพรวมพบว่า ในจำนวนนี้มีถึง 6 กลุ่มที่มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเกิน 20,000 ล้านเหรียญไต้หวัน และสามารถทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์พร้อมกัน สะท้อนภาพความแข็งแกร่งของภาคการเงินไต้หวันอย่างชัดเจน

กลุ่มการเงินที่เปิดเผยผลประกอบการในครั้งนี้ ได้แก่ หยวนต้า โฮลดิ้ง (元大金控), เมกะ ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (兆豐金控), เอสัน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (玉山金控), หย่งเฟิง ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (永豐金控), หัวหนาน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (華南金控), เฟิร์สต์ ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (第一金控) และ กั๋วเพี่ยว ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (國票金控)

เมื่อพิจารณาผลประกอบการรายบริษัท พบว่า หยวนต้า โฮลดิ้ง (元大金控 – รหัสหุ้น 2885) เป็นกลุ่มที่มีกำไรสูงสุด โดยในปี 2025 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 36,520 ล้านเหรียญไต้หวัน และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) 2.74 เหรียญไต้หวัน ครองอันดับหนึ่งของกลุ่ม ขณะที่ เมกะ ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (兆豐金控 / Mega Financial Holding) และ เอสัน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (玉山金控) มี EPS อยู่ที่ 2.37 และ 2.12 เหรียญไต้หวัน ตามลำดับ

ในด้านอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิทั้งปี เอสัน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (玉山金控) มีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 31.5% รองลงมาคือ หย่งเฟิง ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (永豐金控) ที่เติบโต 19.2% ส่วน หัวหนาน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (華南金控) อยู่ในอันดับสาม ด้วยอัตราการเติบโต 14%

สำหรับ หยวนต้า โฮลดิ้ง (元大金控) ยังได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากราคาหุ้นและมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 3,180 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 36,520 ล้านเหรียญไต้หวัน และมีกำไรต่อหุ้น 2.74 เหรียญไต้หวัน

ขณะเดียวกัน บริษัทย่อยหลักของหยวนต้า ไม่ว่าจะเป็น หยวนต้า ซีเคียวริตีส์ (元大證券), หยวนต้า แบงก์ (元大銀行) หยวนต้า แอสเซท แมเนจเมนต์ (元大投信) และ หยวนต้า ฟิวเจอร์ส (元大期貨) ต่างมีกำไรทั้งปีทำสถิติสูงสุดพร้อมกัน

โดย หยวนต้า ซีเคียวริตีส์ (元大證券) ได้รับอานิสงส์จากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของตลาดหุ้นไต้หวัน (台股 / Taiwan Stock Market) ในเดือนธันวาคมที่พุ่งสูงถึง 618,100 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจนายหน้าเพิ่มขึ้น เดือนธันวาคมมีกำไรสุทธิ 2,750 ล้านเหรียญไต้หวัน ลดลงจากเดือนก่อนเล็กน้อย 5.4% แต่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 82% ขณะที่กำไรสุทธิสะสมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 24,420 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 15.4%

ด้าน หยวนต้า แบงก์ (元大銀行) รายงานกำไรสุทธิทั้งปีทะลุระดับ 10,000 ล้านเหรียญไต้หวัน อยู่ที่ 10,660 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน

ขณะที่ หย่งเฟิง ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (永豐金控) แม้กำไรสุทธิเดือนธันวาคมจะอยู่ที่ 1,560 ล้านเหรียญไต้หวัน ลดลงจากเดือนก่อน 21.4% แต่เมื่อรวมทั้งปี มีกำไรสุทธิ 26,500 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 19.2% จากปีก่อน และเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีกำไรต่อหุ้น 1.97 เหรียญไต้หวัน

การเติบโตดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ หย่งเฟิง แบงก์ (永豐銀行) และ หย่งเฟิง ซีเคียวริตีส์ (永豐金證券) ซึ่งต่างทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงการเริ่มรับรู้กำไรจาก ธนาคารจิงเฉิง (京城銀行) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025

สำหรับกลุ่มการเงินภาครัฐ หัวหนาน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (華南金控) มีกำไรสุทธิทั้งปี 26,420 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 14% และมีกำไรต่อหุ้น 1.90 เหรียญไต้หวัน ส่วน เฟิร์สต์ ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (第一金控) มีกำไรสุทธิ 26,930 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 6% และมีกำไรต่อหุ้น 1.87 เหรียญไต้หวัน โดยทั้งสองกลุ่มต่างทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ หัวหนาน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (華南金控) สามารถทำกำไรต่อหุ้นแซงหน้า เฟิร์สต์ ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (第一金控) ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี จากการลดการเพิ่มทุนจากกำไรสะสม การควบคุมการขยายตัวของทุนจดทะเบียน และการเติบโตของกำไรจากบริษัทย่อย

ส่วน กั๋วเพี่ยว ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง (國票金控) รายงานกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 2,290 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน และมีกำไรต่อหุ้น 0.63 เหรียญไต้หวัน

รองนายกรัฐมนตรีไต้หวัน เจิ้ง ลี่จวิน (鄭麗君) ระบุว่า ควรเสริมความยืดหยุ่นในการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมยกระดับกลไกสนับสนุน CI ร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น

คุณ เจิ้ง ลี่จวิน (鄭麗君) รองนายกรัฐมนตรีไต้หวัน เป็นประธานการประชุม “คณะกรรมการนโยบายความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 16” เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้รับฟังรายงานสำคัญสองประเด็น ได้แก่ “แผนการจัดตั้งระบบป้องกันและต่อต้านโดรนแบบบูรณาการระดับภูมิภาคสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ” และ “การสังเกตการณ์และแนวทางปรับปรุงการฝึกซ้อมความยืดหยุ่นของเมือง ปี 2025 ในด้านการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงสำคัญ”

คุณเจิ้ง ลี่จวิน ระบุว่า ท่ามกลางความเสี่ยงจากความขัดแย้งในเขตสีเทา ภัยจากสงคราม รวมถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รัฐบาลจะเดินหน้าเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หรือ CI อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการจัดตั้งระบบป้องกันและต่อต้านโดรนในรูปแบบเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ยังจะเร่งยกระดับกลไกการประสานงานระหว่าง CI รัฐบาลท้องถิ่น และหน่วยงานสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ผ่านการเข้าร่วมการฝึกซ้อมในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองอย่างรวดเร็ว และรักษาเสถียรภาพของสังคมและการดำรงชีวิตของประชาชน

ก่อนเริ่มการประชุม คุณเจิ้ง ลี่จวิน ได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่นจากการฝึกซ้อมความยืดหยุ่นของเมือง ปี 2025 พร้อมกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข รวมถึงขอบคุณหน่วยงานกำกับดูแลทุกแห่งที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา

คุณเจิ้ง ลี่จวิน ระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 2025 มีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญจำนวน 35 แห่ง เข้าร่วมการฝึกซ้อมดังกล่าว ร่วมกับ 11 เทศบาลและเขตการปกครองท้องถิ่น ซึ่งต้องอาศัยการวางแผนและการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น พร้อมกันนี้ ยังได้เป็นตัวแทนของ คุณ จัว หรงไท่ (卓榮泰) นายกรัฐมนตรีไต้หวัน กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมอีกครั้ง

คุณเจิ้ง ลี่จวิน กล่าวด้วยว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ด้านการบูรณาการที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยทดสอบความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในเขตสีเทา การเปลี่ยนผ่านจากภาวะปกติสู่ภาวะสงคราม ตลอดจนสถานการณ์ยามเกิดภัยจากสงคราม ทั้งในมิติของความสามารถของ CI ในการรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงาน การประสานงานระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงการยกระดับการประสานงานระหว่างภาคทหารและภาคพลเรือน

รองนายกรัฐมนตรียังชื่นชมว่า ผลการฝึกซ้อมในครั้งนี้อยู่ในระดับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำผลการฝึกไปทบทวน ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องหลังเสร็จสิ้นการฝึก

นอกจากนี้ คุณเจิ้ง ลี่จวิน ยังย้ำว่า การสร้าง “ไต้หวันที่มีความยืดหยุ่น” เป็นเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้รัฐบาลและสังคมสามารถดำเนินงานได้ตามปกติในยามเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดย คุณ ไล่ ชิงเต๋อ (賴清德) ประธานาธิบดีไต้หวัน เคยระบุไว้ในการประชุมคณะกรรมการความยืดหยุ่นด้านการป้องกันของสังคมทั้งระบบ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลจำเป็นต้องบูรณาการทรัพยากรและพลังจากทุกกระทรวงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทบทวนและปรับปรุงแนวทางดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านความมั่นคงของสังคมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยของ CI คุณเจิ้ง ลี่จวิน ระบุว่า ตลอดปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้วางรากฐานที่มั่นคงแล้ว ทั้งการส่งกำลังตำรวจหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสองเข้าประจำการใน CI สำคัญ และการประสานงานกับบุคลากรรักษาความปลอดภัยระดับที่ห้า ซึ่งเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการฝึกซ้อมในรูปแบบ “มีสถานการณ์จำลอง แต่ไม่มีสคริปต์ตายตัว” ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และขยายไปสู่การฝึกซ้อมเชิงบูรณาการระดับเมือง จนเริ่มก่อรูปเป็นระบบการป้องกันที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

หลังรับฟังรายงานแผนการจัดตั้งระบบป้องกันและต่อต้านโดรน คุณเจิ้ง ลี่จวิน กล่าวว่า จากสถานการณ์ซ้อมรบของจีนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ไต้หวันจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้รอบด้านยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยงจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การรุกล้ำด้วยโดรน ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดตั้งกลไกป้องกันและตอบโต้ล่วงหน้า ควบคู่กับการเสริมมาตรการด้านความมั่นคงไซเบอร์

คุณเจิ้ง ลี่จวิน ยังแสดงความหวังให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนรับมืออย่างรอบคอบ นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง และใช้การฝึกซ้อมในอนาคตเป็นเครื่องมือในการยกระดับขีดความสามารถ เพื่อให้ในปีใหม่ ไต้หวันมีแผนเตรียมความพร้อมด้านความยืดหยุ่นที่ครอบคลุมและรอบด้านมากยิ่งขึ้น

สำหรับรายงานการสังเกตการณ์และแนวทางปรับปรุงการฝึกซ้อมความยืดหยุ่นของเมือง ปี 2025 คุณเจิ้ง ลี่จวิน ระบุว่า การฝึกซ้อมดังกล่าวได้ผสานกับการฝึกการระดมกำลังป้องกันประเทศของสำนักงานระดมพลแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมกันทดสอบความสามารถของ CI ในการรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในเขตสีเทา รวมถึงการประสานงานรับมือระหว่าง CI กับรัฐบาลท้องถิ่น

และท้ายที่สุด คุณเจิ้ง ลี่จวิน กล่าวถึงเหตุการณ์ทำร้ายแบบสุ่มที่เกิดขึ้นบริเวณสถานีรถไฟไทเปและย่านหนานซี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นการใช้ความรุนแรงเฉพาะราย แต่หากในอนาคตเกิดการโจมตีในลักษณะเป็นระบบ ความเสียหายอาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐทุกระดับจึงจำเป็นต้องเตรียมการด้วยมาตรฐานสูงสุด ตั้งสมมติฐานสถานการณ์ที่หลากหลาย และเสริมระบบการสั่งการและตอบสนองอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับมือเหตุรุนแรงไปจนถึงการต่อต้านการก่อการร้าย

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解