ช่วงตรุษจีนถือเป็นเวลาสำคัญของการเริ่มต้นปีใหม่ตามความเชื่อจีน จึงมีข้อห้ามหลากหลายตั้งแต่คืนวันสิ้นปี (除夕) ไปจนถึงวันที่ห้าของปีใหม่ (初五) เพื่อเสริมสิริมงคลและหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้าย โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ Hello Health Group หรือ Hello醫師 ได้สรุปข้อปฏิบัติที่พบบ่อยไว้เป็น 6 ประเภทหลัก
ประการแรก หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคม เช่น ตัดผมหรือตัดเล็บ เพราะเชื่อว่าอาจ “ตัดโชคลาภ” จึงนิยมจัดการให้เรียบร้อยก่อนถึงปีใหม่
ประการที่สอง ระวังการทำของแตกหัก เพราะสื่อถึงการเสียทรัพย์ หากเผลอทำแตกมักกล่าวคำแก้เคล็ด “ซุ่ยซุ่ยผิงอัน” และเก็บเศษไว้ทิ้งในวันที่ห้า
ประการที่สาม เรื่องการเงิน นิยมเคลียร์หนี้ก่อนข้ามปี และหลีกเลี่ยงการยืมหรือทวงเงินช่วงเทศกาล เพื่อลดความตึงเครียดในความสัมพันธ์
ประการที่สี่ งดการทะเลาะ ดุด่า หรือพูดคำไม่เป็นมงคล เพราะเชื่อว่าบรรยากาศที่ดีจะนำพาปีใหม่ที่ราบรื่น
ประการที่ห้า การให้ของขวัญและอั่งเปานิยมเลขคู่ เช่น 2, 6 หรือ 8 สื่อถึงความสมบูรณ์ และมักเลี่ยงเลข 4 ที่พ้องเสียงกับคำว่า “ตาย”
สุดท้าย ความเชื่อเรื่องการบาดเจ็บหรือพบแพทย์ในช่วงปีใหม่ว่าเป็นลางไม่ดี แม้ในทางปฏิบัติด้านสุขภาพ หากเจ็บป่วยก็ควรเข้ารับการรักษาและกินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพราะความปลอดภัยสำคัญกว่าความเชื่อ
โดยสรุป ข้อห้ามเหล่านี้สะท้อนความตั้งใจของผู้คนที่อยากเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความราบรื่น โชคดี และความสัมพันธ์ที่กลมเกลียว ขณะเดียวกันก็ควรปรับใช้ด้วยเหตุผลและไม่ละเลยสุขภาพของตนเอง
ช่วงตรุษจีนตั้งแต่คืนวันสิ้นปี (除夕) ถึงวันที่ห้า (初五) เต็มไปด้วยข้อห้ามและธรรมเนียมที่สะท้อนความหวังให้ปีใหม่ราบรื่น มั่งคั่ง และเป็นสิริมงคล
คืนวันสิ้นปี นิยมเหลืออาหารบางส่วน โดยเฉพาะเมนูปลา เพื่อสื่อความหมาย “เหลือกินเหลือใช้ตลอดปี” (年年有餘) ผักยาวก็มักไม่ตัดให้ขาดเพื่ออวยพรให้อายุยืน อีกธรรมเนียมคือการ “เฝ้าปี” (守歲) เพื่ออวยพรผู้ใหญ่และต้อนรับปีใหม่ ปัจจุบันเพียงอยู่ถึงราว 23.00–01.00 น. ก็ถือว่าได้ฤกษ์ ส่วนการอาบน้ำควรทำให้เสร็จก่อนค่ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาด เพื่อทิ้งสิ่งไม่ดีไว้กับปีเก่า
วันขึ้นปีใหม่ (初一) ห้ามสระผม เพราะคำว่า “ผม” (髮) พ้องเสียงกับ “ร่ำรวย” (發) จึงเกรงว่าจะล้างโชคออกไป หลีกเลี่ยงการกวาดบ้านเพราะเชื่อว่าเป็นการกวาดเงินทองทิ้ง และไม่นอนกลางวันเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยให้ปีใหม่กระตือรือร้นสดใส
วันที่สอง (初二) บางความเชื่อมองว่าเป็นวันเกิดเทพเจ้าแห่งน้ำ จึงเลี่ยงใช้น้ำมาก เช่น ซักผ้า ส่วนการเลี้ยงลูกเขยนิยมจัดช่วงกลางวันเพื่อความเป็นมงคล แม้ปัจจุบันจะยืดหยุ่นตามความสะดวก
วันที่สาม (初三) เรียกว่า “วันสุนัขแดง” (赤狗日) เชื่อว่าเกิดปากเสียงง่าย หลายคนจึงงดไป拜年และพักผ่อนอยู่บ้าน มีความเชื่อให้นอนเร็วเพราะเป็นคืน “หนูแต่งงาน” (老鼠娶親) และบางคติยังงดกินข้าวเพื่อเคารพเทพแห่งธัญพืช
วันที่สี่ (初四) เชื่อว่าเทพเจ้าเตาไฟกลับมาเยี่ยมบ้าน จึงควรอยู่บ้าน รักษาความสะอาดครัว และหลีกเลี่ยงการทะเลาะหรือเดินทางไกล
วันที่ห้า (初五) เรียกว่า “破五” หรือวันสิ้นสุดข้อห้าม หลายบ้านจะนำขยะที่เก็บไว้ตั้งแต่ต้นปีออกไปทิ้ง หมายถึงการส่งเคราะห์และความจนออกจากบ้าน ทั้งนี้ การทิ้งขยะจริงควรดูตามกำหนดการของแต่ละพื้นที่ เพราะช่วงวันที่หนึ่งถึงสามมักงดเก็บขยะ และบางแห่งกลับมาเก็บตามปกติในวันที่สี่หรือหก
โดยสรุป ธรรมเนียมเหล่านี้คือการ “เอาฤกษ์เอาชัย” เพื่อเริ่มต้นปีด้วยพลังบวก แม้หลายข้อจะผ่อนคลายตามยุคสมัย แต่แก่นแท้ยังคงอยู่ที่ความหวังให้ครอบครัวอบอุ่น การเงินมั่นคง และชีวิตราบรื่นตลอดปีใหม่