ทุก ๆ ช่วงฤดูหนาวของไต้หวัน คือฤดูกาลทองของการจับปลาอินทรีในน่านน้ำรอบหมู่เกาะเผิงหู โดยฤดูหนาวนี้มีข่าวฮือฮาอีกครั้ง เมื่อเรือประมงหลงฟู่ฟา หมายเลข 68 (龍富發68號) สามารถจับปลาอินทรีตัวใหญ่ที่สุดของฤดูกาลได้ น้ำหนักสูงถึง 11.7 กิโลกรัม
ปลาอินทรีตัวดังกล่าวมีราคาซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 4,300 เหรียญไต้หวัน รวมมูลค่าขายได้ถึง 50,000 เหรียญไต้หวัน สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความต้องการสูงของปลาอินทรีจากน่านน้ำเผิงหูในช่วงฤดูหนาว ที่ทั้งสด ใหม่ และเนื้อแน่นเป็นพิเศษ
แต่ด้วยปัจจัยทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการเข้าใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้ความต้องการปลาอินทรีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณการจับได้กลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ทำให้ราคาตลาดพุ่งสูง และมีแนวโน้มว่าปลาอินทรีตัวนี้อาจทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยแต่ละปีเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว น้ำหนักและราคาของ “ปลาอินทรีตัวใหญ่ที่สุด” จะแตกต่างกันไป เช่น ฤดูหนาวปี 2024 มีน้ำหนัก 13.1 กิโลกรัม ขายในราคา 91,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนฤดูหนาวปี 2023 มีน้ำหนัก 12.5 กิโลกรัม ขายได้ 80,000 เหรียญไต้หวัน
ปลาอินทรีตัวใหญ่ระดับพรีเมียมที่จัดอยู่ในเกรด “เพชรขาว” (白鑽) เป็นปลาที่หาได้ยาก เนื้อแน่น หวาน และอร่อยเป็นพิเศษ จนได้รับสมญา “วากิวแห่งโลกปลา” จึงกลายเป็นปลาความฝันที่ชาวประมงอาจพบได้เพียงโดยบังเอิญเท่านั้น
สำหรับสาเหตุที่จำนวนปลาอินทรีในเผิงหูลดลงอย่างรวดเร็ว มีข้อสันนิษฐานหนึ่งชี้ไปที่วิธีการทำประมงในปัจจุบันที่ไม่เป็นมิตรต่อทรัพยากร เช่น การใช้อวนลอยที่จับปลาได้ครั้งละจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณปลาลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกข้อสันนิษฐานมองว่า ปลาอินทรีเป็นปลานักล่าที่อพยพย้ายถิ่น มีถิ่นกระจายกว้าง โดยส่วนใหญ่อยู่ตามชายฝั่งทะเลป๋อไห่ของจีน และก่อนจะว่ายผ่านช่องแคบไต้หวัน ก็มักถูกเรือประมงจีนดักจับเสียก่อน ทำให้จำนวนลดลงยิ่งกว่าเดิม
ท้ายที่สุด ปลาอินทรีจุดที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งคนไต้หวันเรียกว่า “ถู่ทัวอวี๋” (土魠魚) หรือในภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “เบกาฮื้อ” จึงเข้ามาแทนที่ตำแหน่ง “ปลาอินทรีเกรดพรีเมียมแห่งเผิงหู”
ส่วนปลาอินทรีเกรดพรีเมียมนี้ นิยมนำมาเจี๋ยนแล้วราดซอสเพียงเล็กน้อย ก็สามารถดึงรสชาติอันยอดเยี่ยมออกมาได้เต็มที่ จนกลายเป็นของโปรดของนักชิมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน หากอยากลิ้มลองรสชาติของปลาชนิดนี้ ต้องยอมจ่ายในราคาสูงจึงจะสมหวัง