สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้มีสองประเด็นมาเล่าสู่กันฟัง เริ่มกันที่ประเด็นแรกเกี่ยวข้องกับเทศกาลตรุษจีน เพราะเมื่อเกิดการรวมตัวของเหล่าญาติมิตรในช่วงเทศกาลตรุษจีนทีไร สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือการเจอกับคำถามที่เหมือนเป็นการแสดงความห่วงใยใส่ใจจากบรรดาญาติพี่น้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคำถามเหล่านี้คลายกับการโดนสอบสวน จนอาจทำให้หลายคนถึงกับนั่งไม่ติด รู้สึกประหม่า และไม่รู้จะรับมืออย่างไรดี คนไต้หวันจำนวนไม่น้อยจึงพยายามหาวิธีรับมือและคลี่คลายสถานการณ์อย่างประนีประนอมโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์หรือความรู้สึกของอีกฝ่าย ซึ่งจากผลสำรวจของเว็บไซต์ Social Lab ไต้หวัน เกี่ยวกับคำถามที่ไม่ชอบมากที่สุดในช่วงเทศกาลตรุษจีนใด พบว่า
1. ถ้าเป็นชายที่แต่งงานมีครอบครัว จะไม่ชอบคำถามเกี่ยวกับเงินเดือน เงินโบนัส ตำแหน่งหน้าที่การงาน และสถานะการเงินของครอบครัว
2. ถ้าเป็นหญิงที่แต่งงานมีครอบครัว จะไม่ชอบถูกถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือการตั้งครรภ์
3. ถ้าเป็นผู้ชายโสดหรือผู้หญิงโสด จะไม่ชอบถูกถามเรื่องมีแฟนรึยัง เมื่อไหร่จะแต่งงาน ตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้คนไต้หวันยังได้มีการแนะนำ 5 เคล็ดลับในการแก้ไขสถานการณ์ที่น่ากระอั่กกระอ่วนจากคำถามเหล่านี้ ประกอบด้วย 1.ให้พยายามตีสนิทไว้ก่อน 2.พยายามตอบคำถามแบบเน้นภาพรวมไม่ลงรายละเอียด 3.นอบน้อมถ่อมตน 4.พยายามบ่ายเบี่ยงประเด็นความสนใจ และ 5.พยายามตอบให้กระชับตัดจบเร็ว
ประเด็นที่สอง เกี่ยวข้องกับการประกาศร่างแก้ไขกฎระเบียบการจัดการบัญชีเงินฝากเพื่อสกัดกั้นบัญชีต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายของคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวัน (FSC) โดยได้เพิ่มการขยายเกณฑ์พิจารณาบัญชีต้องสงสัยเพิ่มเป็น 14 รายการ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบศูนย์แจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัย ที่สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งในที่นี้มีส่วนที่เกี่ยวข้องของชาวต่างชาติที่เปิดบัญชีไต้หวัน แล้วต่อมาถ้าเกิดกรณีเอกสารยืนยันตัวตนที่ใช้ในการเปิดบัญชีถูกเพิกถอนขณะที่ยังไม่หมดอายุ, บัตรถิ่นที่อยู่หมดอายุ หรือธนาคารได้รับแจ้งว่าเป็นบุคคลสูญหาย บัญชีดังกล่าวจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มบัญชีต้องสงสัยเช่นกัน โดยกลุ่มบัญชีต้องสงสัยจะถูกเฝ้าระวังติดตามการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง และหากพบสถานการณ์ต้องสงสัยที่มีความร้ายแรงหรือเร่งด่วน ธนาคารสามารถแจ้งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดได้ทันที เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการสอบสวนได้เร็วขึ้น เพื่อจะได้ตัดกระแสการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายได้ทันเวลา และช่วยเสริมความร่วมมือรในการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามอาชญากรรมร่วมกัน คาดกฎระเบียบใหม่จะมีผลใช้บังคับเร็วที่สุดในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้

นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาทางคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของไต้หวัน ยังได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติโดยมีมติร่วมกันว่า หากแรงงานต่างชาติสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือยกเลิกสัญญาจ้างเดินทางออกนอกประเทศ หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หรือถูกจับกุมและควบคุมตัวจากการทำงานผิดกฎหมาย รวม 4 กรณีดังกล่าว บัญชีธนาคารจะถูกอายัดและระงับการทำธุรกรรมทันที และขอให้บริษัทจัดหางานช่วยเตือนและอำนวยความสะดวกให้แรงงานต่างชาติปิดบัญชีให้เรียบร้อยก่อนเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติที่ได้รับการว่าจ้างใหม่หรือมีเหตุผลทางกฎหมายที่จะเดินทางกลับเข้ามาทำงานอีก สามารถยื่นขอเปิดใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีไปรษณีย์อีกครั้งได้ตามขั้นตอนปกติ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาต้นตอบัญชีม้าที่เกิดจากแรงงานต่างชาติซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70%
