โรงงานน้ำตาลเป่ยกั่ง เมืองหยุนหลิน ในเขตอุทยานวัฒนธรรมฮ่าวคู่ เป่ยกั่ง 1911(北港1911好庫文化產業園區-北港糖廠)พลิกโฉมสู่จุดชมแสงสีแห่งใหม่ ด้วยผลงานล่าสุดของศิลปินหยางซื่ออี้ในธีม “แสงมงคลแห่งเมฆา” (光之祥雲) ที่นำกระจกสีอำพันมารังสรรค์เป็น “ผลึกน้ำตาลก้อนสี่เหลี่ยม” สะท้อนรากเหง้าอุตสาหกรรมน้ำตาลกว่าร้อยปี ผสานศรัทธาต่อเจ้าแม่มาจู่อย่างกลมกลืน
ผลงานจะเปิดไฟทุกวันเวลา 18.00–22.00 น. และถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลโคมไฟเป่ยกั่งปี 2026 เชื้อเชิญผู้คนมาสัมผัสเสน่ห์หวานละมุนของเป่ยกั่ง ท่ามกลางจังหวะเคลื่อนไหวอ่อนช้อยของแสงและเงาที่ปลุกชีวิตพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้เปล่งประกายอีกครั้ง
ผลงานสร้างสรรค์โดยศิลปินชาวหยุนหลิน หยางซื่ออี้(楊士毅) ใช้ “ผลึกน้ำตาล” เป็นแรงบันดาลใจหลัก ถ่ายทอดความหวาน ความรุ่งเรือง และความทรงจำของยุคน้ำตาลเฟื่องฟู ผ่านกระจกสีอำพันที่เรียงซ้อนกันเป็นรูปทรง “ก้อนน้ำตาลสี่เหลี่ยม” แปรรูปเป็นเมฆมงคลสามก้อนโบยบิน เส้นสายปลายเมฆสะท้อนชายคาโค้งของศาลเจ้าเป่ยกั่งเฉาเทียน( 北港朝天宮) สื่อถึงการหลอมรวมระหว่างความศรัทธาต่อเจ้าแม่มาจู่กับรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่น ราวแสงพรที่โปรยลงสู่ผู้มาเยือนทุกคน
โรงงานน้ำตาลเป่ยกั่งก่อตั้งในปี 1909 และปิดกิจการในปี 2005 ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารประวัติศาสตร์ และทยอยฟื้นฟูโกดัง 24 หลังบนพื้นที่กว่า 11 เฮกตาร์ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านนโยบายอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมของเมืองหยุนหลิน “แสงมงคลแห่งเมฆา” จึงไม่ใช่เพียงงานศิลป์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการคืนชีพพื้นที่อุตสาหกรรมเก่า สู่การเป็นอุทยานวัฒนธรรมร่วมสมัย
กลางวัน กระจกอำพันสะท้อนประกายใสราวผลึกน้ำตาลต้องแสงอาทิตย์ ครั้นยามค่ำคืนตั้งแต่ 18.00–22.00 น. ผลงานจะเปิดไฟทุกวัน พร้อมการแสดงแสงเงาหมุนเวียนทุก 15 นาที ประกอบด้วยแสงเคลื่อนไหว 3 นาที แสงนิ่ง 9 นาที และโหมดสว่างเต็มรูปแบบ 3 นาที เปลี่ยนโครงสร้างกระจกให้กลายเป็น “หมู่เมฆแห่งแสง” ที่เคลื่อนไหวอ่อนช้อย เชื้อเชิญผู้คนเดินชม ถ่ายภาพ และสัมผัสประสบการณ์ศิลปะแบบมีปฏิสัมพันธ์
ทางเทศบาลเมืองวางแผนเชื่อมโยงผลงานชิ้นนี้เข้ากับเทศกาลโคมไฟเป่ยกั่งปี 2026 โดยบูรณาการเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างย่านเมืองเก่า ศาลเจ้า และเขตโรงงานน้ำตาล เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นจุดเช็กอินและศูนย์รวมกิจกรรมวัฒนธรรมตลอดปี
การปรากฏตัวของ “แสงมงคลแห่งเมฆา” จึงเปรียบเสมือนประกายหวานจากอดีตที่ถูกหลอมใหม่ด้วยศิลปะร่วมสมัย พิสูจน์ว่าโรงงานน้ำตาลอายุกว่าร้อยปีสามารถแปลงร่างเป็นเวทีแห่งแสง เงา และศรัทธา พร้อมปลุกพลังการท่องเที่ยวและความภาคภูมิใจของเป่ยกั่งให้กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง