1. เป็นไปได้ไหม? กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศปฏิรูปใหญ่ ตั้งเป้า 3 ปี ยกเลิกค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ
กระทรวงแรงงานไต้หวันเดินหน้าปฏิรูปสิทธิแรงงานครั้งใหญ่ ต่อเนื่องจากการลงนามข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าขจัดภาระหนี้สินของแรงงานต่างชาติ ผ่านนโยบายค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวเป็นศูนย์ พร้อมห้ามนายจ้างยึดเอกสารประจำตัว และยกระดับเสรีภาพในการจัดตั้งสหภาพแรงงานหรือสิทธิการรวมกลุ่มของแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

พิธีลงนามข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกา (ภาพจาก knews.com.tw)
นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวันจัดแถลงข่าว ชี้แจงมาตรการดำเนินงานระยะต่อไปภายหลังการลงนามข้อตกลงดังกล่าวว่า ภาระหนี้สินที่เกิดจากการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในอัตราที่สูงเกินควรของบริษัทจัดหางาน คือต้นตอสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีออกนอกระบบกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และสร้างความไม่มั่นคงต่อตลาดแรงงานในภาพรวม กระทรวงจึงกำหนดให้ "การขจัดหนี้สินแรงงานต่างชาติ" เป็นวาระเร่งด่วนของการปฏิรูปครั้งนี้ โดยจะประกาศแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

นายหงเซินฮั่น (คนที่ 2 จากซ้าย) รมว. แรงงานไต้หวันจัดแถลงข่าวระบุว่า ภาระหนี้สินที่เกิดจากการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานในอัตราที่สูงเกินควร คือต้นตอสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนี (ภาพจาก knews.com.tw)
สาระสำคัญของมาตรา 3.9 ในข้อตกลงดังกล่าว ระบุห้ามใช้แรงงานบังคับโดยเด็ดขาด พร้อมปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกับหลักสากล และกำหนดเส้นตาย 3 ปี ให้ไต้หวันยกเลิกการเรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติ ห้ามนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานยึดหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตัวตนของแรงงาน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเรือประมงนอกชายฝั่ง ตลอดจนผลักดันนโยบาย "0 ค่าบริการจัดหางาน" ให้บรรลุผลภายในกำหนดเวลาดังกล่าว รวมทั้งแก้ไขกฎหมายเพื่อลดเกณฑ์การจัดตั้งสหภาพแรงงานในโรงงานด้วย

นายหงเซินฮั่น (คนที่ 2 จากซ้าย) รมว. แรงงานไต้หวันจัดแถลงข่าวระบุว่า ภาระหนี้สินที่เกิดจากการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานในอัตราที่สูงเกินควร คือต้นตอสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนี (ภาพจาก knews.com.tw)
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินของแรงงานต่างชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเสนอกลไกหลัก 3 แนวทางที่จะดำเนินการควบคู่กัน ได้แก่ หนึ่ง ให้นายจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหางานทั้งหมดแทนแรงงานต่างชาติ สอง ใช้ระบบจัดส่งโดยรัฐหรือการจ้างตรงแบบรัฐต่อรัฐ และสาม ให้นายจ้างดำเนินการรับสมัครและว่าจ้างเองโดยตรง โดยไม่ผ่านบริษัทจัดหางาน ทั้งนี้ ในระยะ 3 ปีแรก จะใช้แนวทางให้คำปรึกษาและส่งเสริมความเข้าใจเป็นหลัก เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมได้ปรับตัวก่อนการบังคับใช้เต็มรูปแบบ

กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวและต่อสัญญาในอัตราสูง เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (eventsinfocus.org)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเน้นย้ำว่า ประชาคมโลกให้ความสนใจประเด็น "แรงงานขัดหนี้" หรือการบังคับใช้แรงงานแทนการชำระหนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแรงงานต่างชาติไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนโตตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน อัตราการหลบหนีออกนอกระบบจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ กระทรวงแรงงานจะประกาศ "แนวทางปฏิบัติสำหรับการป้องกันการบังคับใช้แรงงานในสถานประกอบการ" พร้อมเสนอร่างกฎหมายห้ามยึดเอกสารสำคัญของแรงงานเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงเศรษฐการ เพื่อให้คำแนะนำแก่ภาคอุตสาหกรรมและสร้างความเข้าใจเรื่องแรงงานบังคับอย่างเป็นระบบ

แรงงานเวียดนามชูป้ายแสดงรายการค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ซึ่งสูง 5,000-7,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (eventsinfocus.org)
นอกเหนือจากสิทธิแรงงานต่างชาติ ข้อตกลงฉบับนี้ยังครอบคลุมการปรับลดเกณฑ์การจัดตั้งสหภาพแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงภาคการประมง เพื่อป้องกันไม่ให้เงื่อนไขที่เข้มงวดเกินไปกลายเป็นอุปสรรค พร้อมเปิดช่องให้จัดตั้งสหพันธ์แรงงานข้ามพื้นที่ได้ และกำหนดกลไกการลงคะแนนเสียงนัดหยุดงานที่โปร่งใส เพื่อให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มและสร้างอำนาจต่อรองในระดับประเทศได้อย่างแท้จริง

กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวและต่อสัญญาในอัตราสูง เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (ภาพจาก coolloud.org.tw)
กระทรวงแรงงานระบุว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะยึดกรอบข้อตกลงการค้าไต้หวัน-สหรัฐฯ เป็นแนวทางหลัก โดยให้ความสำคัญกับภาคการผลิตและการประมงเป็นลำดับแรก ใช้หลักการเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ก่อน แล้วค่อยขยายผลเป็นขั้นตอน เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานในประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวและต่อสัญญาในอัตราสูง เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (eventsinfocus.org)
2. บริการด้วยหัวใจ! แรงงานไทยดื่มหนักทำกระเป๋าสตางค์ตกในแท็กซี่ ตำรวจเถาหยวนช่วยตามคืนเงินสดและเอกสารสำคัญครบถ้วน
เหตุการณ์ประทับใจเกิดขึ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา เมื่อแรงงานไทยอายุ 30 ปีรายหนึ่ง ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนในเขตจงลี่จนเมา ก่อนโดยสารแท็กซี่กลับที่พักในเขตหยางเหมย แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เผลอทิ้งกระเป๋าสตางค์ไว้บนรถโดยไม่รู้ตัว ภายในกระเป๋ามีทั้งเงินสด บัตรถิ่นที่อยู่ และเอกสารสำคัญหลายรายการ แรงงานรายนี้จึงรีบขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจโย่วซือ เขตหยางเหมย นครเถาหยวน ซึ่งสามารถติดตามของคืนได้ครบถ้วนในเวลาอันรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจโย่วซือเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อตำรวจสายตรวจได้รับแจ้งเหตุ จึงรีบเข้าให้การปลอบขวัญแรงงานไทยที่มีอาการวิตกกังวล พร้อมสอบถามรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ได้ความว่าแรงงานรายนี้เดินทางไปร่วมงานสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในย่านจงลี่ และเรียกแท็กซี่กลับหอพักในเขตหยางเหมย แต่เพราะความมึนเมาทำให้ขณะลงจากรถไม่ได้ตรวจสอบสัมภาระ จนกระเป๋าสตางค์หล่นทิ้งไว้บนรถโดยไม่รู้ตัว กว่าจะพบว่ากระเป๋าหายก็กลับถึงที่พักแล้ว และไม่สามารถจำหมายเลขทะเบียนรถหรือบริษัทต้นสังกัดของแท็กซี่คันดังกล่าวได้ มีเพียงจุดที่ลงรถและช่วงเวลาโดยประมาณเท่านั้น

สถานีตำรวจโย่วซือ เขตหยางเหมย นครเถาหยวน
เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่แรงงานลงรถ จนสามารถระบุหมายเลขทะเบียนแท็กซี่คันดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว และรีบประสานงานไปยังคนขับเพื่อตรวจสอบภายในรถ ซึ่งโชเฟอร์ยืนยันว่าพบกระเป๋าสตางค์ตกอยู่จริง เจ้าหน้าที่จึงนัดหมายจุดส่งมอบและพาแรงงานไทยรายดังกล่าวไปรับคืน เมื่อเปิดตรวจสอบพบว่าเงินสดและเอกสารสำคัญทุกรายการยังครบถ้วน สร้างความดีใจให้แก่แรงงานไทยรายนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยกล่าวขอบคุณทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนขับแท็กซี่ซ้ำหลายครั้ง พร้อมยอมรับว่าเสียใจกับความประมาทของตนเอง

แรงงานไทย (กลาง) กล่าวขอบคุณทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนขับแท็กซี่ซ้ำหลายครั้ง หลังได้กระเป๋าสะตางค์คืนมาภ่ยในเวลาอันรวดเร็ว
โฆษกสถานีตำรวจหยางเหมยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดหลักการให้บริการประชาชนอย่างเต็มกำลังภายใต้ขอบเขตหน้าที่ โดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ และดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นใจ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากเตือนประชาชนว่า ในช่วงที่มีการสังสรรค์ดื่มฉลอง ไม่ว่าจะโดยสารแท็กซี่หรือระบบขนส่งสาธารณะใดก็ตาม ควรตรวจสอบทรัพย์สินส่วนตัวให้ครบถ้วนทุกครั้งก่อนลงจากรถ เพื่อป้องกันการสูญหายและหลีกเลี่ยงความเดือดร้อนที่อาจตามมา
3. รวบหนุ่มอินโดฯ หลบหนีนายจ้างทำงานเป็นดีเจไนต์คลับ เบื้องหลังเป็นเอเย่นต์ขายอยาไอซ์ให้แรงงานต่างชาติรายใหญ่
สถานีตำรวจเหรินอ้ายในเมืองหนานโถวเปิดเผยว่า จากการสืบสวนขยายผลคดีจับกุมแรงงานต่างชาติที่เสพยาเสพติดก่อนหน้านี้ ทำให้พบว่าต้นตอการจำหน่ายยาเป็นแรงงานอินโดนีเซียวัย 36 ปี ซึ่งเป็นแรงงานหลบหนี มีชื่อเล่นว่า “อาซิ่น” โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ และยังทำงานเป็นดีเจในไนต์คลับย่านไทจง ใช้โอกาสดังกล่าวสร้างเครือข่ายในหมู่แรงงานต่างชาติ พร้อมชักชวนแรงงานถูกกฎหมายมาเป็นเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติด ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน สมุดบัญชี และหลักฐานอื่น ๆ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และควบคุมตัวไว้ที่สถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนานโถว

ตำรวจจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายทำงานเป็นดีเจไนต์คลับ ที่แท้เป็นเอเย่นต์ขายอยาไอซ์ให้แรงงานต่างชาติรายใหญ่ (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
โฆษกสถานีตำรวจเหรินอ้ายแถลงว่า "อาซิ่น" เป็นชาวอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานโรงงานที่ไต้หวัน แต่ได้หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2568 จากนั้นได้เร่ร่อนมาเช่าห้องพักซ่อนตัวในย่านชุมชนใจกลางเมืองในนครไทจง กลางคืนทำงานเป็นดีเจในไนต์คลับของแรงงานต่างชาติจนเป็นที่รู้จักในวงการ ทุกคืนวันศุกร์และวันเสาร์ เขาอาศัยการทำงานในสถานบันเทิงสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มต่าง ๆ จนกลายเป็นสมาชิกเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยจำหน่ายยาเสพติดประเภทที่ 2 คือเมทแอมเฟตามีน หรือที่รู้จักกันในชื่อยาไอซ์ ส่วนในวันธรรมดาจะชักชวนแรงงานถูกกฎหมายมาเป็นลูกข่ายช่วยกระจายยาเพื่อแสวงหาผลกำไร ส่งผลให้ยาเสพติดระบาดอย่างหนักในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

ตำรวจจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายทำงานเป็นดีเจไนต์คลับ ที่แท้เป็นเอเย่นต์ขายอยาไอซ์ให้แรงงานต่างชาติรายใหญ่ (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
จากการติดตามพฤติกรรมระยะยาวและใช้เทคโนโลยีในการสืบสวน ตำรวจพบว่าแรงงานอินโดนีเซียรายนี้ใช้บทบาทดีเจเป็นเครื่องมือขยายเครือข่าย และใช้กิจกรรมสังสรรค์เป็นช่องทางจำหน่ายยาเสพติด ทั้งยังมีความระมัดระวังสูงมาก หลังจากหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและเริ่มประกอบอาชีพค้ายาเสพติด เขาเปลี่ยนที่พักบ่อยครั้ง เคลื่อนย้ายไปมาระหว่างย่านใจกลางเมืองไทจงและพื้นที่รอบนอก ทำให้การติดตามจับกุมมีความยากลำบาก

ตำรวจจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายทำงานเป็นดีเจไนต์คลับ ที่แท้เป็นเอเย่นต์ขายอยาไอซ์ให้แรงงานต่างชาติรายใหญ่ (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ตำรวจหนานโถวตรวจพบที่หลบซ่อนที่ชัดเจนของอาซิ่น จึงประสานกำลังข้ามเขตไปวางแผนจับกุมในนครไทจง เมื่อผู้ต้องหากำลังจะขับรถออกจากที่พัก ตำรวจเข้าควบคุมตัวได้สำเร็จ พร้อมยึดอุปกรณ์เสพยาไอซ์ ถุงแบ่งบรรจุ และสมุดบัญชีรายการซื้อขายยาเป็นของกลาง

ของกลางที่ยึดได้ (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
โฆษกสถานีตำรวจเหรินอ้ายย้ำว่า แม้ "อาซิ่น" จะหลบซ่อนตัวอย่างแยบยลจนทำให้ชุดสืบสวนต้องทำงานอย่างหนัก แต่ในที่สุดก็สามารถติดตามจับกุมและทำลายเส้นทางลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติสายนี้ได้สำเร็จ ทั้งนี้ หลังสอบปากคำได้ส่งสำนวนคดีให้สำนักงานอัยการหนานโถวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมเตือนว่าไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีสัญชาติใด หากก่ออาชญากรรมในไต้หวัน ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น