ธีระ หยาง 亓淞และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-03-01)
“ตำนานร็อก” จ้าวฉวน เปิดตัวผลงานใหม่ 歲月也搶不走的東西 (ซุ่ย-เยว่-เย๋-เชี่ยง-ปู้-โจ่ว-เตอะ-ตง-ซี = สิ่งที่กาลเวลาก็ไม่อาจพรากจาก) มาถ่ายทอดสิ่งหนึ่งในหัวใจของเราที่กาลเวลายังมิอาจพรากไป ผ่านน้ำเสียงอบอุ่นของเขา เราสัมผัสได้ถึงข้อความในเนื้อร้องว่า “ความหนุ่มสาวที่แท้ มิได้เกี่ยวกับวัย หากคือภาวะของจิตใจ” และนับแต่ 我是一隻小小鳥 (หว่อ-ซื่อ-อี-จือ-เสียว-เสียว-เหนี่ยว = ฉันคือนกตัวน้อยๆ ตัวหนึ่ง) ที่เคยมอบกำลังใจแก่แฟนเพลง เขาก็หวังว่าเพลงใหม่นี้จะเป็นพลังให้ทุกคนเช่นกัน โดยนี่คือผลงานที่ลึกซึ้งต่อมิติแห่งกาลเวลาและความทรงจำ เขาใช้น้ำเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ นำพาผู้ฟังเดินผ่านโถงทางเดินแห่งวันวาน เพื่อค้นหาสมบัติที่ซ่อนลึกในหัวใจและไม่เคยเลือนหาย บทเพลงเปิดด้วยท่วงทำนองเปียโนแผ่วเบา ดุจแสงอรุณแรกฉาย ค่อย ๆ ส่องสว่างมุมแห่งความทรงจำ เสียงร้องของเขาดังขึ้นอย่างอบอุ่นปนพร่า แต่เปี่ยมพลังแน่วแน่ เสมือนบอกเราว่า มีบางสิ่งซึ่งแม้กาลเวลาจะโหมกระหน่ำเพียงใด ก็ยังแจ่มชัดดังวันวาน ในเนื้อร้องกล่าวถึงคำมั่นสัญญาในวัยเยาว์ การพบพานครั้งสำคัญในชีวิต หรือหัวใจดวงเดิมที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน “สิ่งที่ช่วงชิงไปไม่ได้” มิใช่วัตถุรูปธรรม หากคือการรวมตัวของความรู้สึกและศรัทธา จ้าวฉวนใช้ถ้อยคำเรียบง่ายแต่เปี่ยมกวี เปลี่ยนอารมณ์นามธรรมให้เป็นภาพที่สัมผัสได้ ให้ผู้ฟังเห็นเรื่องราวของตนเองผ่านทำนอง ช่วงกลางเพลง การเรียบเรียงค่อย ๆ หนาแน่น เสียงเครื่องสายประดุจคลื่นอารมณ์ซัดซ้อน สะท้อนความมุ่งมั่นและความอ่อนโยนที่กาลเวลาไม่อาจพรากจาก

- เพลง 布拉格廣場 (ปู้-ลา-เก๋อ-ก๋วง-ฉ่าง = จัตุรัสปราก) ของไช่อี๋หลินหรือ JOLIN โด่งดังยาวนาน 23 ปี บ่อน้ำอธิษฐานหน้าจัตุรัสเคยเป็นประเด็นร้อน ก่อนจะยืนยันภายหลังว่าเป็นเพียงความเข้าใจคลาดเคลื่อนอันงดงาม บัดนี้เธอเดินทางไกลกว่า 9,000 กิโลเมตรสู่กรุงปราก ประเทศเช็ก พร้อมรับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ในการทำเวอร์ชันใหม่ของ 布拉格廣場 ทั้งเพลงและมิวสิกวิดีโอ เปลี่ยนถึง 5 ลุค งดงามเกินบรรยาย ครั้งนั้นเธอถ่ายทำ MV ที่ไทเป คราวนี้จึงได้สานฝัน เดินทางไปทำงานที่ปรากจริง เยือนจัตุรัสเมืองเก่า ชมนาฬิกาดาราศาสตร์ และล่องเรือในแม่น้ำวอลตาวาเพื่อชมสะพานชาร์ลส์ เมื่อกลับมาเยือนอีกครั้ง เธอเอ่ยถึง “โบสถ์สไตล์โกธิก” และ “หน้าต่างกระจกสี” ในเนื้อเพลงทีละคำ เธอกล่าวว่าการท่องเที่ยวคือช่วงเวลาแห่งการพักหายใจ ชื่นชอบการเดินทางกับเพื่อนสนิทไปสำรวจโลก และสถาปัตยกรรมอันมีเอกลักษณ์คือสิ่งที่เธอมักเก็บภาพไว้ในสายตาเสมอเมื่อเหยียบแผ่นดินยุโรป โดย Jolin ได้เผยแพร่คลิปบน IG พร้อมแคปชั่นว่า “ขอบคุณสายการบินสตาร์ลักซ์ ที่เชิญฉันกลับสู่ปรากอีกครั้ง หลังผ่านไป 23 ปี ได้ย้อนคืนสู่สถานที่เดิม พร้อมฮัมทำนองเดิม เด็กหญิงคนนั้นที่เคยจินตนาการถึงโบสถ์สไตล์โกธิกและบ่อน้ำอธิษฐาน ในวินาทีที่กล่องดนตรีเปิดออก ก็ถูกปลุกให้ตื่นอย่างอ่อนโยน… แล้วคุณล่ะ เคยมีจินตนาการเฉพาะตัวเกี่ยวกับปรากหรือไม่?”

- สุดยอด! จากผู้ชมวันแรกเพียง 5 คน ภาพยนตร์ไต้หวันเรื่อง SUNSHINE WOMEN's CHOIR (คลิกชมหนังตัวอย่าง) ยังคงรักษากระแสรายได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงวันหยุดตรุษจีนปีมะเมีย แนวโน้มหลังจากนี้ยังคงพุ่งสูง ภายหลังสร้างสถิติใหม่ให้แก่วงการภาพยนตร์ไต้หวันในคืนก่อนวันตรุษจีน โดยในช่วงวันหยุดยาวก็สามารถทำรายได้ทะลุหนึ่งร้อยล้านได้อย่างงดงาม ปัจจุบันยอดสะสมแตะ 650 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นภาพยนตร์ไต้หวันที่ทำรายได้จากการเข้าฉายสูงที่สุดตลอดกาล ผู้กำกับ หลินเสี้ยวเชียน ยังได้นำข่าวดีที่รายได้ทะลุ 600 ล้านไปบอกแก่ องเชี่ยนยวี่ ดาราสาวรุ่นใหญ่ เธอหัวเราะพลางกล่าวว่าซาบซึ้งจนแทบ “เป็นลมอีกครั้ง” ภาพยนตร์หนึ่งเรื่องสามารถสัมผัสหัวใจผู้คนได้มากมายถึงเพียงนี้ สำหรับพวกเราแล้ว นับเป็นเกียรติอย่างหาที่เปรียบมิได้ ด้านผู้เขียนบท หลี่อันเสียน ก็ถูกผู้คนจากทุกสารทิศซักถามถึงความเป็นไปได้ของภาคต่อในช่วงตรุษจีน ทั้งผู้กำกับและผู้เขียนบทร่วมกันกล่าวว่า “จากวันแรกที่มีผู้ชมเพียง 5 คน จนถึงวันนี้ที่มียอดเข้าชม 2.3 ล้านคน การที่ภาพยนตร์หนึ่งเรื่องสามารถแตะต้องหัวใจผู้คนได้มากมายเช่นนี้ สำหรับพวกเราแล้ว คือเกียรติสูงสุด” ตั้งแต่ช่วงฉายรอบปากต่อปากแรกเริ่ม จำนวนผู้ชมในโรงมีเพียงสามถึงห้าคนเท่านั้น เมื่อผู้กำกับ หลินเสี้ยวเชียน และผู้เขียนบท หลี่วอันเซวียน พานักแสดงในเรื่องอย่าง เฉินอี้หาน อันซินหย่า เหมียวเข่อหลี่ จงซินหลิง รวมถึงนักแสดงหน้าใหม่ เหอม่านซี เข้าร่วมกิจกรรมพบปะผู้ชมหลังฉาย ต่างก็รู้สึกกังวลไม่น้อย เพราะสัปดาห์แรกทำเงินเพียงประมาณ 10 ล้าน แม้ช่วงเริ่มต้นจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ผู้กำกับและผู้เขียนบทยังคงเดินสายร่วมกับเหล่านักแสดงต่อเนื่องเป็นเวลาสองถึงสามสัปดาห์ เดินทางจากเหนือจรดใต้เพื่อทำกิจกรรมหลังฉาย รวมทั้งไปยังตลาดกลางคืนชื่อดังทั่วไต้หวันเพื่อขอแรงสนับสนุนจากผู้ชม ลดระยะห่างระหว่างภาพยนตร์กับคนดู การเคลื่อนไหวเหล่านี้ช่วยกระตุ้นกระแสและคำชื่นชมแบบปากต่อปาก ทำให้รายได้เริ่มฟื้นตัว และท้ายที่สุดส่งผลให้ยอดผู้ชมทั่วไต้หวันทะลุ 2.3 ล้านคน สร้างปาฏิหาริย์ใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไต้หวันอีกครั้ง เมื่อกระแสปากต่อปากแพร่ขยาย ผู้ชมจำนวนมากแบ่งปันคลิปและข้อความว่าร้องไห้ไม่หยุด ร้องจนเหนื่อย ร้องจนใช้กระดาษทิชชูหมดทั้งห่อ หรือแม้แต่ก่อนดูจะมั่นใจว่าไม่ร้องไห้แน่ แต่สุดท้ายกลับปล่อยโฮ ภาพเหล่านี้ถูกแชร์กระหน่ำบนแพลตฟอร์มอย่าง Thread และ IG จนเต็มหน้าฟีด อีกทั้งโรงภาพยนตร์ยังจัดเตรียมกระดาษทิชชูให้ผู้ชมใช้ฟรี กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของภาพยนตร์ที่กำลังเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วไต้หวันอยู่ในขณะนี้
