ความร่วมมือไต้หวัน–สหรัฐฯ ดันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ก้าวอีกขั้น เมื่อ ASE Technology Holding (日月光投控) ในฐานะผู้ลงทุน จับมือกับ Ainos บริษัท AI ประยุกต์จากสหรัฐฯ และ Mirle (盟立) ผู้เชี่ยวชาญระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ของไต้หวัน พัฒนาหุ่นยนต์ยุคใหม่ที่ “มีประสาทรับกลิ่น” และเริ่มส่งมอบแล้ว ถือเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมที่หุ่นยนต์อาศัยเพียงการมองเห็นและการได้ยิน ทำให้การรับรู้เข้าใกล้มนุษย์มากขึ้น
หลินซื่อตง (林世東) ประธานบริหาร Mirle ระบุว่า ความต้องการตลาดพุ่งสูง มีทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกเข้าสู่ขั้นทดสอบ (POC) และบางรายเริ่มใช้งานจริงแล้ว นอกจากนี้ Mirle ยังร่วมกับ Aspeed (信驊) ติดตั้งกล้อง Cupola360 ให้หุ่นยนต์ มอบการมองเห็น 360 องศาไร้จุดบอด เสริม “ดวงตาอัจฉริยะ” ควบคู่ “จมูกอัจฉริยะ”
หัวใจสำคัญคือการผสานแพลตฟอร์ม AI Nose ของ Ainos เข้ากับหุ่นยนต์มนุษย์และหุ่นยนต์สี่ขาของ Mirle ขยายขอบเขตการใช้งานครอบคลุมโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ โรงงานอัตโนมัติ การลาดตระเวนในโรงพยาบาล การตรวจสอบสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความปลอดภัยชุมชนและชายแดน
Ainos ซึ่งจดทะเบียนในตลาด Nasdaq และมี ASE ถือหุ้นเกือบ 20% ได้นำ AI Nose ไปใช้ในโรงงานเครือ ASE เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเคมีในอากาศ ยกระดับสู่โรงงานอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตชิป
ไช่ฉวินเสียน(蔡群賢) CEO ของ Ainos ชี้ว่า โลกจริงยังมี “สัญญาณผ่านกลิ่น” อีกมากที่หุ่นยนต์ไม่เคยรับรู้ การเติมประสาทรับกลิ่นจึงเปิดมิติใหม่ให้ AI ขณะที่หลินซื่อตงเสริมว่า ในโรงงานชิปที่มีก๊าซพิษจำนวนมาก หุ่นยนต์สามารถตรวจจับการรั่วไหล แปลงกลิ่นเป็นข้อมูลดิจิทัล ส่งขึ้นคลาวด์วิเคราะห์ได้ทันที ลดความเสี่ยงต่อมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ
มองไกลกว่านั้น เทคโนโลยีนี้ยังต่อยอดสู่การแพทย์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยการแยกแยะกลิ่น เช่น อาหารหรือเครื่องหอม เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของหุ่นยนต์ที่ “มองเห็น ได้ยิน และดมกลิ่นได้” อย่างแท้จริง