พุทรา ผลไม้เด่นประจำฤดูหนาวของไต้หวัน โดดเด่นด้วยเปลือกเขียวมรกตมันเงา เนื้อหวานกรอบฉ่ำน้ำ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น พุทราน้ำผึ้ง พุทราอินเดีย หรือพุทราเขียว
ปี 2019 สถาบันวิจัยการเกษตร(Taiwan Agricultural Research Institute)สาขาทดลองพืชสวนเขตร้อนโฟ่งซาน พัฒนาพันธุ์ “ไถหนงหมายเลข 13-เสวี่ยลี่” (雪麗) และเปิดให้ใช้สิทธิ์อย่างเป็นทางการ หลังเร่งส่งเสริมการปลูกต่อเนื่อง 5–6 ปี วันนี้ระบบจัดการเพาะปลูกเริ่มลงตัว ให้ผลคุณภาพสูง คว้ารางวัลจากหลายเวทีประกวด ดังนั้น “เสวี่ยลี่” จึงกลายเป็นพุทราน้ำผึ้งสายพันธุ์ใหม่ที่มาแรงที่สุด รสชาติเข้มข้น เนื้อเนียนละเอียด ถูกใจผู้บริโภค ทั้งเหมาะกินสดและมอบเป็นของขวัญ
จุดเด่นอยู่ที่การพัฒนาพันธุ์โดยคำนึงถึงทั้งรสชาติ ความสะดวกของเกษตรกร และศักยภาพการตลาด เป็นพันธุ์สุกเร็ว ให้ผลไว สร้างคุณค่าร่วมกันครบวงจรตั้งแต่สวนถึงมือผู้บริโภค
ฤดูพุทราในไต้หวันเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนของปีถัดไป ช่วงต้นฤดู (พฤศจิกายน–ธันวาคม) เดิมนิยมใช้พันธุ์ “จงเย่” (中葉) หรือ “ซานมู่” (三木) กระตุ้นดอกด้วยแสงไฟเพื่อเร่งผลผลิต แต่ผลที่ได้มักเปลือกหนา รสฝาด หวานต่ำ เนื้อแข็ง น้ำไม่มาก ทำให้ความต้องการบริโภคลดลง อุตสาหกรรมจึงมองหาพันธุ์ที่ให้ผลเร็ว สุกไว และคุณภาพสม่ำเสมอ ซึ่ง “ไถหนงหมายเลข 13 – เสวี่ยลี่” เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อย่างลงตัว
ไถหนงหมายเลข 13 – เสวี่ยลี่ ออกดอกและสุกเร็วโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟ ติดผลดี ใบเล็กพ่นยาง่าย ประหยัดแรงงาน ควบคุมโรคแมลงได้มีประสิทธิภาพ ช่วงเก็บเกี่ยวยาว ให้ผลใหญ่และผลผลิตรวมสูง รสหวานปนเปรี้ยว กลิ่นรสดี เนื้อเนียนละเอียด ช่วยลบภาพจำว่าพุทราต้นฤดูคุณภาพไม่ดี อีกทั้งความสุกเร็วคุณภาพสูงยังเปิดโอกาสส่งออกช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ เป็นของขวัญต่างประเทศได้
ผลทรงกลมคล้ายแอปเปิล ฐานเว้าเล็กน้อยตั้งวางได้ไม่กลิ้ง ดูสะดุดตาและมีมูลค่าทางการตลาด ภายใต้การจัดการที่ดี น้ำหนักเฉลี่ยราว 150 กรัม (ประมาณ 4 ขีด) มีสัดส่วนมากกว่า 80% ผลสุกแล้วแขวนคาต้นได้นาน ยืดระยะเก็บเกี่ยว ลดแรงกดดันด้านแรงงานและการระบายสินค้า นอกจากนี้ ผิวมีชั้นไขธรรมชาติ เงางาม ไม่เกิดจุดสีน้ำตาลง่าย คุณภาพสม่ำเสมอ ขนาดผลใกล้เคียงกัน แม้เป็นผลต้นฤดู ก็ไม่สุกเหลืองเร็วหรือเกิดกลิ่นผิดปกติ ต้นให้ผลดกพอเหมาะ ลดภาระการตัดแต่ง ช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการได้คล่องตัวขึ้น