1. แรงงานไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ระบบประกันภัยแรงงานไต้หวันจ่ายเงินทดแทนและเงินช่วยเหลือค่าทำศพแก่ทายาทหรือไม่?
มีผู้ฟังสอบถามเรื่องประกันภัยแรงงานว่า น้องสาวซึ่งทำงานที่ไต้หวันผูกคอเสียชีวิตในโรงงาน จะต้องดำเนินการขั้นตอนอะไรบ้างและในกรณีนี้ จะมีสิทธิ์ในประกันภัยแรงงานไหม?
คำตอบ: แรงงานไทยในไต้หวันซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยแรงงานหากเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ทายาทหรือผู้จัดการศพ ยังคงมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือและเงินทดแทน เพราะตามกฎหมายประกันภัยแรงงานของไต้หวัน (Labor Insurance Act) การฆ่าตัวตาย ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นในการจ่ายเงินกรณีเสียชีวิต เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้เอาประกันจงใจทำให้เสียชีวิตเพื่อหวังเงินประกันเท่านั้น ดังนั้นการฆ่าตัวตายทั่วไป ยังมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือและเงินทดแทนดังนี้:

1. เงินช่วยเหลือค่าทำศพ ได้รับเงินก้อนเท่ากับ 5 เท่าของเงินเดือนที่เอาประกัน (ส่วนใหญ่เท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2569 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 29,500 เหรียญ ดังนั้นค่าทำศพจะอยู่ที่ 147,500 เหรียญ) กรณีไม่มีทายาทหรือมีแต่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับเงินทดแทน กองทุนประกันภัยแรงงานจะจ่ายค่าทำศพเพิ่มให้เป็น 10 เท่าของเงินเดือนที่แจ้งเอาประกัน หรือประมาณ 295,000 เหรียญไต้หวัน
2. เงินทดแทนแก่ทายาท กรณีเสียชีวิตนอกเวลาทำงาน รวมทั้งฆ่าตัวตายทั่วไป แบ่งตามระยะเวลาการเข้ากองทุน:
1) แรงงานที่เข้าประกันก่อนวันที่ 1 มกราคม 2552 หากโชคร้ายเสียชีวิตไม่ว่าจะป่วย เกิดอุบัติเหตุนอกงานหรือเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น ๆ นอกเวลาทำงาน ทายาทจะได้รับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียว โดยมีเงื่อนไขการจ่ายเงินดังนี้ :
- อายุงานไม่ถึง 1 ปี ได้รับจำนวน 10 เท่าของเงินเดือนที่เอาประกันโดยเฉลี่ยใน 6 เดือน
- อายุงานเกิน 1 ปี แต่ไม่ถึง 2 ปี จะได้รับ 20 เท่าของเงินเดือนที่เอาประกันโดยเฉลี่ยใน 6 เดือน
- อายุงานเกิน 2 ปีขึ้นไป จะได้รับจำนวน 30 เท่าของเงินเดือนที่เอาประกันโดยเฉลี่ยใน 6 เดือน
2) แรงงานที่เข้าประกันหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 เมื่อเสียชีวิต กองทุนฯ จะจ่ายเงินทดแทนให้ทายาทเป็นรายเดือนดังนี้ :
- เงินทดแทนรายเดือนในอัตรา 1.55% ของเงินเดือนที่เอาประกันโดยเฉลี่ย 1 ปีตามอายุงานของลูกจ้าง หากจำนวนเงินไม่ถึง 3,000 เหรียญไต้หวัน กองทุนฯ จะจ่ายให้ 3,000 เหรียญไต้หวัน
- หากทายาทที่มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนรายเดือนในลำดับเดียวกันมีมากกว่า 1 คน กองทุนฯ จะจ่ายเงินทดแทนรายเดือนเพิ่มขึ้นคนละ 25% สูงสุดไม่เกิน 50%
- ทายาทจะได้รับเงินทดแทนรายเดือนไปจนตลอดชีพ (ยกเว้นสูญเสียคุณสมบัติ เช่น เสียชีวิต หรือทายาทที่เป็นคู่สมรสไปสมรสใหม่) ทั้งนี้กองทุนฯ จะหักค่าโอนเงิน 300 เหรียญจากเงินที่โอนในแต่ละครั้ง
เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตนอกเวลางาน จำนวนเงินที่ได้จะต่ำกว่ากรณีเสียชีวิตจากการทำงาน ทายาทควรติดต่อ สำนักงานแรงงานไทยในไทเป เพื่อขอรับคำแนะนำในการเตรียมเอกสารและการยื่นคำร้องให้ถูกต้อง
2. ฝีน้อยเสียชีวิตที่ไต้หวัน จะนำศพหรืออัฐิกลับประเทศไทยได้หรือไม่? อย่างไร และเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

PK Parita อยากทราบวิธีนำเถ้ากระดูกกลับไทย ควรติดต่อทางด้านไหนบ้าง กรณีน้องเป็นผีน้อย อยู่เกินกำหนดวีซ่า น้องไปทำงานที่ไต้หวันอย่างผิดกฎหมายแล้วเสียชีวิต หลังจากเผาแล้ว มีวิธีการนำเถากระดูกกลับยังไงและเดินเรื่องเอกสารอย่างไรบ้างคะ
คำตอบ: การนำอัฐิ (เถ้ากระดูก) ของแรงงานไทยในไต้หวันกลับประเทศไทย แม้จะเป็นแรงงานหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หรือเดินทางมาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่เรียกกันว่าผีน้อย สามารถทำได้ โดยมีขั้นตอนและเอกสารสำคัญดังนี้:
1. ขั้นตอนการจัดการศพในไต้หวัน
ทายาทบางรายอยากให้ส่งศพกลับทั้งร่างเพื่อทำพิธีตามประเพณีที่ประเทศไทย แต่ค่าใช้จ่ายแพงมาก เนื่องจากเป็นแรงงานผิดกฎหมายไม่มีเงินประกันภัยใด ๆ ทายาทต้องรับผิดชอบเอง จึงแนะนำให้ทำการฌาปนกิจหรือเผาศพที่ไต้หวันแล้วนำเพียงอัฐิกลับ ประเทศ จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ปกติค่าใช้จ่ายเผาศพและเก็บอัฐิจะอยู่ที่ประมาณ 50,000-80,000 เหรียญไต้หวัน ในขณะที่การส่งศพกลับอาจสูงถึง 200,000-300,000 เหรียญ และต้องใช้เวลาทำเรื่องนานเป็นเดือน
เมื่อทายาทเสียชีวิตในไต้หวัน ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย จะต้องแจ้งตายและได้รับมรณบัตรหรือรายงานการชันสูตรจากอัยการหรือโรงพยาบาลในพื้นที่ จากนั้นต้องนำมรณบัตรท้องถิ่น (ภาษาจีน) ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรอง พร้อมด้วยใบรับรองการฌาปนกิจที่ออกโดยสถานฌาปนกิจ เพื่อนำไปยื่นขอใบมรณบัตรไทยที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งตายที่ประเทศไทย
2. เอกสารที่ต้องเตรียม
สำหรับการนำอัฐิกลับประเทศไทย โดยมากจะฝากคนรู้จักหรือทายาทเดินทางมารับกลับไปเอง สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องเป็นสัมภาระติดตัวได้ แต่ต้องบรรจุในโกศหรือโถที่ปิดมิดชิด แข็งแรงและสามารถผ่านเครื่อง X-ray ข้อแนะนำไม่ควรใช้ขนาดใหญ่หรือเป็นโลหะหนาเกินไป เมื่อส่งทางคาร์โก้ ต้องติดต่อตัวแทนบริษัทขนส่งศพ/อัฐิเพื่อดำเนินการด้านเอกสารศุลกากร แต่ไม่ว่าจะเป็นการถือขึ้นเครื่องหรือส่งทางคาร์โก้ ต้องเตรียมเอกสารดังนี้:
- มรณบัตร ฉบับที่ออกโดยทางการไต้หวันและฉบับที่ออกโดยสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
- หนังสือรับรองการฌาปนกิจ ซึ่งออกโดยสถานที่ฌาปนกิจ
- สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต
เนื่องจากสถานะผิดกฎหมายอาจทำให้การจัดการเอกสารมีความซับซ้อน จึงแนะนำว่าทายาทควรประสานงานกับสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป โดยตรงเพื่อขอรับความช่วยเหลือในการประสานงานกับทางการไต้หวันและออกเอกสารเดินทางให้
3. แรงงานไทยทำงานที่ไต้หวัน ญาติสายเลือดตรงที่บ้านเสียชีวิต จะได้รับสวัสดิการอย่างไรและต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
Ton Sittiporn Cnx สอบถามว่า ทำงานอยู่ไต้หวัน เดินทางกลับไปทำศพพ่อที่เสียชีวิต ต้องเตรียมใช้เอกสารอะไรบ้างในการเบิกเงิน เพื่อจะได้เตรียมเอกสารให้ทัน

คำตอบ: กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันอนุญาตให้แรงงานต่างชาติ (ยกเว้นที่ทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน) มีสิทธิ์ขอรับเงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต (ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตร) โดยมีเงื่อนไขการอนุมัติจ่ายเงินดังนี้ :
- บิดามารดา หรือคู่สมรสเสียชีวิต จะได้รับ 3 เดือนของเงินค่าจ้างที่เอาประกัน
- บุตรอายุครบ 12 ปี ขึ้นไปเสียชีวิต จะได้รับ 2.5 เดือนของเงินค่าจ้างที่เอาประกัน
- บุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเสียชีวิต จะได้รับ 1.5 เดือนของเงินค่าจ้างที่เอาประกัน
การจัดเตรียมเอกสาร
- แบบคำร้อง กรอกข้อมูลส่วนตัวและเซ็นชื่อในช่องข้อมูลของผู้ยื่นขอ บริษัทนายจ้างซึ่งเป็นผู้เอาประกันประทับตรารับรอง
- สำเนาหนังสือเดินทาง / สำเนาใบถิ่นที่อยู่ (ARC) ของผู้ยื่นขอ
- มรณบัตรของญาติสายเลือดตรงที่เสียชีวิต
- หนังสือแสดงความสัมพันธ์ทางสายเลือดของผู้ยื่นขอและผู้เสียชีวิต (เช่น ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส สูติบัตร ฯลฯ) เอกสารจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย
กรณีผู้ขอรับไม่อาจเดินทางกลับไปเตรียมเอกสารตามที่กล่าวมาข้างต้นด้วยตนเองที่ประเทศไทย สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน โดยต้องทำหนังสือมอบอำนาจที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป 02-2775-2211 ดูรายละเอียดการทำหนังสือมอบอำนาจได้ที่เฟซบุ๊กสำนักงานการค้าฯ : bit.ly/4cab85w
4. เงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต มีสิทธิ์รับได้กี่ครั้ง พี่น้องมีสิทธิ์รับทุกคนไหม?
廖添福 อดีตแรงงานไทยที่มาทำงานไต้หวันครบ 12 ปี ปัจจุบันแต่งงานกับคนไต้หวัน รวม ๆ ทั้งหมดผมอยู่ไต้หวัน ณ ตอนนี้ประมาณ 21 ปี ถามว่า มีน้องชายแท้ ๆ ก็มาทำงานไต้หวันเช่นกัน น้องมาด้วยวีซ่าแรงงานได้ 2 ปีแล้วแม่เสีย ผมอยากถามว่าการยื่นขอเบิกเงินสงเคราะห์เบิกได้ทั้ง 2 คนหรือไม่ อย่างไร รบกวนช่วยแนะนำหน่อย

คำตอบ: ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นสำหรับการยื่นของรับเงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิตได้แก่
1. บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต แรงงานที่มีพี่น้องหลายคนและทำงานอยู่ในไต้หวัน ผู้เอาประกันภัยแรงงานมีสิทธิ์ขอรับเงินสงเคราะห์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้าเป็นคนไต้หวัน วิธียื่นขอคือให้คนที่มีวงเงินประกันภัยสูงกว่าเป็นผู้ยื่น แต่หากว่า วงเงินประกันเท่ากัน ก็ต้องตกลงกันระหว่างพี่น้องว่า ใครจะเป็นผู้ยื่นขอ
2. รับได้หลายครั้ง หากญาติในสายเลือดตรงไม่ใช่คนเดียวกัน กรณีเคยรับไปแล้ว 1 ครั้ง อย่างเช่นบิดาเสียชีวิต ขอรับเงินสงเคราะห์ไปแล้ว มารดาเสียชีวิต จะรับได้ไหม? คำตอบคือได้ และถ้าโชคร้ายคู่สมรสเสียชีวิต ก็สามารถรับได้อีก พูดง่าย ๆ คือบิดามารดา คู่สมรสและบุตร เสียชีวิต ยื่นขอเงินสงเคราะห์ดังกล่าวได้ทั้งนั้น แต่จำกัดผู้มีสิทธิ์รับเงินเพียงครอบครัวละ 1 คน
3. หากยกเลิกสัญญาแล้ว บิดาหรือมารดาเสียชีวิต จะมีสิทธิ์ขอรับเงินสงเคราะห์ได้ไหม? ต้องดูว่า มีการถอนสมาชิกภาพกองทุนฯ แล้วหรือยัง หรือสูญสิ้นสมาชิกภาพแล้วหรือยัง เช่น ญาติสายเลือดตรงเสียชีวิตในระหว่างที่แรงงานไทยยังทำงานอยู่ในไต้หวัน แม้ต่อมาจะครบสัญญาหรือยกเลิกสัญญา ถอนประกัน ก็มีสิทธิ์ยื่นขอได้ โดยมีอายุความการใช้สิทธิ์ 5 ปี แต่หากญาติในสายเลือดตรงเสียชีวิตหลังสูญสิ้นสมาชิกภาพแล้ว จะหมดสิทธิ์ในการยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ดังกล่าว