Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569

สหภาพแรงงาน TaiDoc Technology บุกยื่นหนังสือประท้วงที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ
สหภาพแรงงาน TaiDoc Technology บุกยื่นหนังสือประท้วงที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ

1. สหภาพแรงงาน TaiDoc Technology บุกยื่นหนังสือประท้วงที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าหัวคิวและค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง

        เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน เดินหน้าชุมนุมหน้าที่ว่าการนครนิวไทเป เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนเรียกร้องให้รัฐบาลนครนิวไทเปดำเนินการตามกฎหมาย ประกอบด้วยการสั่งระงับโควตานำเข้าแรงงานต่างชาติของบริษัท คืนตำแหน่งให้ผู้บริหารสหภาพที่ถูกเลิกจ้างกว่า 30 คนพร้อมจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย เรียกคืนเงินที่ฝ่ายนายจ้างปล่อยบริษัทจัดหางานเรียกเก็บโดยมิชอบ ตลอดจนหยุดกดดันสหภาพและยุติการตั้งกลุ่มตัวแทนฝ่ายนายจ้างเพื่อแทรกแซงองค์กรแรงงาน ทั้งนี้ กองแรงงานนครนิวไทเปได้ส่งเจ้าหน้าที่รับหนังสือและให้คำมั่นว่าจะปกป้องสิทธิแรงงานตามกฎหมายอย่างเต็มที่

สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)

        สหภาพแรงงานเปิดเผยว่า TaiDoc Technology ทำกำไรมหาศาลในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการจำหน่ายเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและชุดตรวจ ATK แต่กลับนำเข้าแรงงานต่างชาติเพื่อลดต้นทุนการผลิต และปล่อยให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าหัวคิวสูงเกินจริง พร้อมใช้มาตรการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติอย่างไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด

        สหภาพแรงงานซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อราวครึ่งปีก่อน มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อกำหนดการบริหารหอพักที่ไร้มนุษยธรรม ยกเลิกเงื่อนไขที่เลือกปฏิบัติต่อแรงงานหญิงตั้งครรภ์ และผลักดันการคุ้มครองสิทธิแรงงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาได้เดินทางไปประท้วงที่กระทรวงแรงงานแล้วถึงสี่ครั้ง และผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยรวมถึงคำวินิจฉัยด้านการกระทำอันไม่เป็นธรรมทางแรงงานหลายครั้ง จนบริษัทต้องแก้ไขข้อกำหนดบางประการ รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับกรณีการตั้งครรภ์

สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)

        อย่างไรก็ตาม สหภาพระบุว่าฝ่ายนายจ้างกลับทวีความแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงเลิกจ้างแกนนำสหภาพกว่า 30 คน รวมแรงงานต่างชาติ 7 คนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังชี้นำพนักงานคนอื่นให้แทรกซึมเข้ามาในสหภาพ เปิดเพจสหภาพปลอมเพื่อสร้างความสับสน และพยายามบ่อนทำลายความเป็นอิสระขององค์กรแรงงาน อันถือเป็นการละเมิดกฎหมายสหภาพแรงงานและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างชัดเจน

        นอกจากนี้ สหภาพยังกล่าวหาว่าฝ่ายบริหารพยายามสร้างความแตกแยกและยุยงให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างแรงงานไต้หวันกับแรงงานต่างชาติ โดยใช้แรงงานต่างชาติกดค่าแรงคนท้องถิ่น และในขณะเดียวกันก็ใช้แรงงานท้องถิ่นเป็นเครื่องมือกดขี่แรงงานต่างชาติ ทั้งที่สหภาพยืนยันชัดเจนว่าพร้อมเปิดรับสมาชิกทุกสัญชาติโดยไม่แบ่งแยก

สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)

        เซียวฮุ่ยหมิ่น หัวหน้าฝ่ายแรงงานสัมพันธ์ กองแรงงานนครนิวไทเป กล่าวขณะรับหนังสือว่า การที่บริษัทเลิกจ้างแกนนำสหภาพทั้งหมดในระหว่างกระบวนการวินิจฉัยการกระทำที่ไม่เป็นธรรมด้านแรงงาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากตรวจสอบพบว่าเป็นความจริงจะดำเนินการลงโทษอย่างหนัก พร้อมจัดสรรเงินสนับสนุนการดำเนินคดีเพื่อช่วยเหลือแกนนำสหภาพด้วย ส่วนประเด็นการระงับโควตาแรงงานต่างชาตินั้น แม้จะเป็นอำนาจของกระทรวงแรงงาน แต่กองแรงงานนิวไทเปประกาศชัดว่า หาก TaiDoc Technology ยื่นคำขอนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มเติม จะไม่ออกหนังสือรับรองการไม่ละเมิดกฎหมายแรงงานให้ เพื่อแสดงจุดยืนในการปกป้องสิทธิแรงงาน

        ด้านบริษัท TaiDoc Technology ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทว่าจ้างแรงงานต่างชาติมาเกือบ 20 ปี โดยไม่เคยมีการตักเตือน เลิกจ้าง หรือส่งตัวกลับด้วยเหตุจากการแต่งงานหรือตั้งครรภ์ กรณีที่ถูกกองแรงงานเถาหยวนสั่งปรับนั้นเป็นผลจากข้อมูลเท็จที่สหภาพแรงงานให้ไว้ และบริษัทได้ยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว

สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)

        บริษัทยังชี้แจงว่าระเบียบหอพักที่บังคับใช้เป็นเพียงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของที่พักอาศัยส่วนกลาง ไม่มีการบังคับใช้แรงงาน ไม่เคยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติ และไม่เคยแทรกแซงการรวมกลุ่มหรือการประท้วงหยุดงานของแรงงานแต่อย่างใด

        ทั้งนี้ TaiDoc Technology Corporation ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอู๋กู่ นครนิวไทเป เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบวงจร ได้แก่ เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดอุณหภูมิทางหู/หน้าผาก เครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด ชุดตรวจแอนติเจนโควิด-19 แบบเร่งด่วน เครื่องพ่นละอองยา เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ เครื่องวิเคราะห์ฮีโมโกลบินเอวันซี และเครื่องวัดสัญญาณชีพหลายพารามิเตอร์ ปัจจุบันมีแรงงานฟิลิปปินส์ทำงานในบริษัทชาติเดียวราว 140 คน ขณะที่มีแรงงานท้องถิ่นร่วม 1,000 คน

2. แรงงานชาวเวียดนามลืมเงินสด 4 ล้านเหรียญบนรถไฟ! คดีพลิกพบเครือข่ายโอนเงินใต้ดินผ่านร้านอาหาร มูลค่ากว่า 230 ล้าน อัยการสั่งฟ้อง 4 ราย พร้อมริบเงินของกลาง

        คดีที่นายโห่ แรงงานชาวเวียดนามซึ่งมีสถานะถูกกฎหมาย ทำงานอยู่ที่โรงงานแปรรูปหินอ่อนแห่งหนึ่งในตำบลหมินสง เมืองเจียอี้ ลืมถุงบรรจุเงินสดจำนวน 4 ล้านเหรียญไต้หวันไว้บนรถไฟสายเจียอี้–ไถหนานของการรถไฟไต้หวัน (TRA) เมื่อค่ำวันที่ 7 พฤษภาคมปีที่ผ่านมา ได้นำไปสู่การสืบสวนขยายผลจนพบเครือข่ายโอนเงินนอกระบบมูลค่ามหาศาลกว่า 230 ล้านเหรียญไต้หวัน

แรงงานชาวเวียดนามลืมเงินสด 4 ล้านเหรียญบนรถไฟ อ้างนำไปคืนพี่เคยพี่เขย ที่แท้เป็นเงินลูกค้าชาติเดียวกันที่ประสงค์โอนกลับบ้านผ่านร้านอาหาร

        จากการสืบสวนของพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปรากฏว่านายโห่ได้ร่วมมือกับหญิงชาวเวียดนามอีกหนึ่งราย ลักลอบประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนและโอนเงินโดยผิดกฎหมาย คิดเป็นมูลค่าการโอนรวมไม่ต่ำกว่า 230,384,862 เหรียญไต้หวัน พนักงานอัยการจึงมีคำสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 4 ราย ในข้อหาละเมิดกฎหมายการธนาคาร และสั่งให้ริบเงิน 4 ล้านเหรียญดังกล่าวเป็นของกลาง

        สำนวนฟ้องระบุว่า นางสาวฟานเล อายุ 33 ปี สัญชาติเวียดนาม ซึ่งเปิดร้านอาหารอยู่ในเขตหย่งคัง นครไถหนาน ได้ว่าจ้างนางสาวฟานจวง อายุ 22 ปี คนบ้านเดียวกันเป็นลูกจ้าง นับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นมา นางสาวฟานเลใช้ร้านอาหารและช่องทางเฟซบุ๊กเป็นสื่อกลาง ให้บริการโอนเงินนอกระบบแก่แรงงานชาวเวียดนามในไต้หวันที่ประสงค์จะส่งเงินกลับประเทศ

เจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถไฟเก็บเงินสดที่ผู้โดยสารลืมไว้บนรถจำนวน 4 ล้านเหรียญ (ภาพจาก knews-com-tw)

        กระบวนการดำเนินงานคือ เมื่อตกลงอัตราแลกเปลี่ยนกับลูกค้าแล้ว นางสาวฟานเลจะติดต่อผู้ร่วมขบวนการฝ่ายต้นทางในเวียดนาม ซึ่งยังไม่ทราบตัว เพื่อให้โอนเงินดองเวียดนามตามมูลค่าเทียบเท่าเข้าบัญชีธนาคารในประเทศเวียดนามตามที่ลูกค้าระบุ จากนั้นลูกค้าจะโอนหรือนำเงินสดเหรียญไต้หวันมามอบให้แก่นางสาวฟานเลหรือนางสาวฟานจวง โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมครั้งละ 50–300 เหรียญไต้หวัน

        ทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้ดำเนินการโอนเงินจากไต้หวันไปยังเวียดนามตามคำสั่งลูกค้าไม่น้อยกว่า 191 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 7,033,440 เหรียญไต้หวัน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุมเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมปีที่ผ่านมา

แรงงานเวียดนามลืมถุงสีดำไว้บนรถไฟ ข้างในมีเงินสดเงินสด 4 ล้านเหรียญไต้หวัน (ภาพจาก knews.com.tw)

        นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา นายโห่เข้าร่วมขบวนการกับนางสาวฟานเล โดยทำหน้าที่จัดหาลูกค้าชาติเดียวกันที่ต้องการโอนเงินกลับประเทศ เจรจาต่อรองอัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนเดินทางไปรับเงินสดจากลูกค้า ณ สถานที่นัดหมาย หรือให้ลูกค้านำเงินมาส่งที่ร้านอาหารในเขตหย่งคัง ก่อนแจ้งให้ผู้ร่วมขบวนการในเวียดนามโอนเงินดองเข้าบัญชีปลายทางตามที่ลูกค้ากำหนด บุคคลทั้งสามร่วมกันประกอบธุรกิจโอนเงินนอกระบบเพื่อแสวงหาประโยชน์ โดยให้บริการไม่น้อยกว่า 723 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 222,262,652 เหรียญไต้หวัน

แรงงานเวียดนามรายนี้ ทำงานที่โรงงานแปรรูปหินอ่อนแห่งหนึ่งในตำบลหมินสง เมืองเจียอี้ เงินเดือน 30,000 เหรียญเศษ (ภาพจาก tw.nextapple.com)

        จุดแตกหักของคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 หลังจากนายโห่รวบรวมเงินสดจากลูกค้าได้จำนวน 4 ล้านเหรียญไต้หวัน และโดยสารรถไฟไปยังสถานีไถหนาน แต่ลืมถุงเงินดังกล่าวไว้บนขบวนรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟจึงรายงานเรื่องต่อสำนักงานอัยการเขตไถหนาน อย่างไรก็ดี นายโห่ได้หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมปีเดียวกัน อัยการจึงออกหมายจับในเวลาต่อมา

แรงงานเวียดนามลืมถุงสีดำไว้บนรถไฟ ข้างในมีเงินสดเงินสด 4 ล้านเหรียญไต้หวัน (ภาพจาก knews.com.tw)

        เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกการเดินทาง ตลอดจนกู้คืนข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของนายโห่ และวิเคราะห์เส้นทางการเงิน จนสามารถเข้าตรวจค้นร้านอาหารของนางสาวฟานเล และพบว่ามีคู่สามีภรรยาอีกรายหนึ่งร่วมกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน ได้แก่ นายไช่ ชาวไต้หวัน อายุ 46 ปี และนางจื้อ อายุ 42 ปี หญิงชาวเวียดนามที่โอนสัญชาติเป็นชาวไต้หวันแล้ว โดยทั้งคู่ดำเนินการโอนเงินนอกระบบไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวม 1,088,770 เหรียญไต้หวัน

เจ้าหน้าที่การรถไฟพบถุงสีดำที่แรงงานเวียดนามลืมไว้บนรถไฟ ข้างในมีเงินสดเงินสด 4 ล้านเหรียญไต้หวัน (ภาพจาก knews.com.tw)

        พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้ร่วมกันดำเนินธุรกรรมโอนเงินโดยผิดกฎหมายรวมกันไม่น้อยกว่า 924 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 230,384,862 เหรียญไต้หวัน อันส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อระเบียบวินัยทางการเงินของประเทศ จึงสั่งฟ้องในข้อหาลักลอบประกอบธุรกิจโอนเงินทั้งภายในและระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการธนาคาร พร้อมมีคำสั่งให้ริบเงินของกลางจำนวน 4 ล้านเหรียญไต้หวันตามกฎหมาย

3. ระทึก! แรงงานเวียดนามที่เกาสงหลบหนีนาน 4 ปี วิ่งหนีตำรวจสุดชีวิต ก่อนจนมุมเพราะ "พิทบูล"

        เหตุการณ์ไล่ล่าสุดระทึกเกิดขึ้นกลางท้องถนนในนครเกาสง เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อแรงงานเวียดนามรายหนึ่งวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่คิดชีวิต จนสร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

แรงงานเวียดนามที่เกาสงหลบหนีนาน 4 ปี วิ่งหนีตำรวจสุดชีวิต ก่อนจนมุมเพราะ "พิทบูล"

        นายเยือง อายุ 33 ปี แรงงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างและอาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายมานานกว่า 4 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านย่านถนนในเขตหนานจื่อ ครั้นเห็นเจ้าหน้าที่สายตรวจก็เกิดความตระหนก รีบละทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในลานจอดรถใกล้เคียงทันที

        ระหว่างนั้น เขาสังเกตเห็นประตูหลังของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งเปิดค้างอยู่ จึงรีบวิ่งเข้าไปหลบโดยไม่ทันอ่านป้าย "ระวังสุนัขดุ" ที่ติดไว้บริเวณทางเข้า ภายในร้านมีสุนัข 2 ตัว หนึ่งในนั้นคือพิทบูล ทั้งคู่เห่าสนั่นและแสดงท่าทีก้าวร้าว นายเยืองตกใจจนล้มลุกคลุกคลาน กระโดดหนีออกจากร้านอย่างโกลาหล ก่อนจะมุดซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถในลานจอดรถข้างเคียง

        เจ้าของร้านซ่อมรถเปิดเผยภายหลังว่า สุนัขทั้งสองเพียงแค่เห่าตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นคนวิ่งผ่าน ไม่ได้จู่โจมแต่อย่างใด แต่ท่าทางตื่นตระหนกของชายรายนี้ทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายอย่างมาก

        ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีในพื้นที่ จึงใช้ไฟฉายส่องตรวจใต้ท้องรถจนพบนายเยืองนอนขดตัวหลบซ่อนอยู่ โดยหมวกกันน็อกสีขาวที่ยังถืออยู่ในมือกลายเป็นจุดเปิดเผยตำแหน่งของเขา ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมได้สำเร็จในเวลาเพียง 4 นาที

แรงงานเวียดนามหลบหนีตำรวจ 4 ปี วิ่งหนีจนจนมุม ติดกับดักสุนัขพิตบูลในร้าน หลังไม่ทันอ่านป้าย "ระวังสุนัขดุ"

        ตำรวจสายตรวจจากสถานีตำรวจโฮ่วจิ้น เขตหนานจื่อ ยืนยันว่า นายเยืองหลบหนีนายจ้างและพำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในไต้หวันมานานถึง 4 ปี หลังสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ส่งตัวต่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาสงเพื่อดำเนินการควบคุมตัวและส่งกลับประเทศตามขั้นตอนต่อไป

แรงงานเวียดนามหลบหนีตำรวจ 4 ปี วิ่งหนีจนจนมุม ติดกับดักสุนัขพิตบูลในร้าน หลังไม่ทันอ่านป้าย "ระวังสุนัขดุ" (ภาพสร้างจาก AI)

        ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างกว้างขวาง โดยหลายคนแสดงความคิดเห็นทำนองว่า "เคราะห์กรรมตามทันในที่สุด"

นายเยืองหนีจากสุนัขดุ หลบไปซ่อนขดตัวอยู่ใต้ท้องรถ ก่อนถูกตำรวจใช้ไฟฉายส่องตรวจพบโดยหมวกกันน็อกสีขาวที่ยังถืออยู่ในมือกลายเป็นจุดเปิดเผยตำแหน่งของเขา

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解