การเลี้ยงลูกมีขนในไต้หวันแม้เป็นเทรนด์ยอดฮิต แต่มีอุทาหรณ์เตือนใจ มอลทีสกัดหญิงคนหนึ่ง เฉียดกระจกตา 0.01 ซม. เกือบตาบอด
หญิงแซ่หลินในเมืองเกาสงไปเยี่ยมบ้านเพื่อน และเห็นสุนัขพันธุ์มอลทีสน่ารักจึงเอื้อมมือจะอุ้ม แต่กลับถูกกัดเข้าที่เปลือกตาขวาอย่างจัง เลือดไหลอาบหน้า รีบกดห้ามเลือดแล้วนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบว่าแรงกัดทำให้ฟันสุนัขขูดเยื่อบุตาขาว และหลุดค้างอยู่ภายใน โดยอยู่ห่างจากกระจกตาเพียง 0.01 เซนติเมตรเท่านั้น หากลึกเข้าไปอีกเพียงนิดเดียวอาจทะลุกระจกตาและทำให้ตาบอดได้
เมื่อนำวัตถุแข็งสีขาวออกจากเปลือกตาพบว่าเป็นเศษฟันที่หักของสุนัขมอลทีส
ตอนแรกแพทย์เย็บแผลเปลือกตาไปแล้ว แต่ผู้ป่วยยังรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม เมื่อเปิดเปลือกตาตรวจอย่างละเอียดจึงพบวัตถุสีขาว ซึ่งก็คือฟันของสุนัข ต้องผ่าตัดนำออกโดยด่วน แพทย์เผยว่า หากไม่เอาออกอาจทำให้กระจกตาอักเสบ ติดเชื้อรุนแรง ถึงขั้นควักลูกตาหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ตลอดการทำงานกว่า 30 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่พบเคสลักษณะนี้ และถือว่าเธอโชคดีมากที่รักษาได้ทันท่วงทีจนฟื้นตัวเป็นปกติ
ด้านประธานสมาคมคนรักสุนัขเตือนว่า ไม่มีสุนัขตัวใด “ไม่กัดคน” ทุกตัวมีสัญชาตญาณป้องกันตัว ความอ่อนโยนเกิดขึ้นเมื่อมันไม่ถูกกดดัน ก่อนโจมตี สุนัขมักส่งสัญญาณผ่านภาษากาย เช่น ตัวแข็งเกร็ง หูพับ หาว เลียจมูก เห่าหรือขู่ หากเห็นสัญญาณเหล่านี้ไม่ควรเข้าใกล้หรือพยายามอุ้ม การเคารพขอบเขตของสัตว์คือการป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด
แพทย์เปิดเปลือกตาบน พบเศษชิ้นเล็กสีขาวแข็งปักที่เยื่อบุตาด้านในเปลือกตา (ลูกศรชี้) เยื่อบุตาบวม มีเลือดออก (วงกลมสีแดง)
หากสุนัขมีภาวะเครียดหรือก้าวร้าว ควรสังเกตสัญญาณเตือน สร้างระยะปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ใช้น้ำเสียงสงบ ไม่จ้องตาโดยตรง ฝึกด้วยวิธีให้รางวัลเมื่อสงบ และหากมีประวัติกัด ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือนักพฤติกรรมสัตว์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแส “ลูกมีขน” ในไต้หวันที่เติบโตอย่างรวดเร็ว งานวิจัยของ ผศ.โหวจื้อหย่วน (侯志遠) จากภาควิชาสุขภาพสัตว์ มหาวิทยาลัยหงกวง ( Hungkuang University) นครไทจง ระบุว่า ระหว่างปี 2015–2025 จำนวนทารกเกิดใหม่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง จาก 213,598 คน เหลือ 107,812 คน ขณะที่จำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะแมวที่พุ่งสูงถึง 327.8% สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองและครอบครัวขนาดเล็กที่เลือกเลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก

ท่ามกลางกระแส “ลูกมีขน” ในไต้หวันเติบโตอย่างรวดเร็ว(ภาพจากUnsplash)
แนวโน้ม “แมวเพิ่ม สุนัขลด” ยังเชื่อมโยงกับชีวิตในคอนโดและการทำงานยุคใหม่ ก่อให้เกิด “เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง” ตั้งแต่อาหารพรีเมียมไปจนถึงโรงแรมสัตว์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกครอบครัวมากขึ้น สังคมก็ต้องยกระดับความรู้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ การกำกับดูแล และความปลอดภัยร่วมกัน
กรณีของหญิงแซ่หลินจึงไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุเฉียดตาบอด หากยังเป็นอุทาหรณ์ในยุคที่สัตว์เลี้ยงใกล้ชิดมนุษย์มากกว่าที่เคย เพราะฉะนั้น ความรักต้องมาพร้อมความเข้าใจ และความเอ็นดูต้องเดินคู่กับความระมัดระวังเสมอ