สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะมาพูดคุยกันในสองประเด็น เริ่มที่ประเด็นแรกคือ รถสามล้อไฟฟ้าแบบห้องโดยสารปิดที่มีการใช้งานจริงแล้วในยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งล่าสุดกระทรวงคมนาคมไต้หวันเตรียมแก้ไขกฎหมายอนุญาตให้รถประเภทนี้ จดทะเบียนรับป้ายรถจักรยานยนต์ แต่ให้สิทธิบนท้องถนนเทียบเท่ากับรถยนต์ขนาดเล็ก แต่ห้ามขับบนทางด่วนและทางหลวงพิเศษ คาดเริ่มบังคับใช้เร็วสุดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ (2026)

Lean Mobility รถสามล้อไฟฟ้าแบบห้องโดยสารปิดสนนราคาประมาณ 300,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งเป็นความร่วมมือของสตาร์ทอัพไต้หวันกับญี่ปุ่น รวมข้อดีของรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าด้วยกัน ตัวถังที่กะทัดรัดและห้องโดยสารแบบปิดมิดชิด มีรูปแบบการควบคุมรถคล้ายรถยนต์มากกว่า เพราะมีทั้งพวงมาลัย แป้นเบรค แป้นคันเร่ง และกระปุกเกียร์
![]()
โดยกระทรวงคมนาคมไต้หวันได้อ้างอิงประสบการณ์ของยุโรปและญี่ปุ่น เตรียมแก้ไขกฎระเบียบความปลอดภัยการจราจรทางบก ซึ่งจะกำหนดให้รถประเภทนี้เป็นรถจักรยานยนต์ใช้ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ แต่ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลขึ้นไป ไม่ต้องเลี้ยวซ้ายแบบสองจังหวะ และสามารถใช้ช่องจอดรถจักรยานยนต์กับรถยนต์ได้ ทั้งนี้เนื่องจากมีโครงรถป้องกัน ดังนั้นทั้งผู้ขับและผู้โดยสารไม่ต้องใส่หมวกกันน็อค แต่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

ประเด็นที่สองคือ สถาบันวิจัยพิษงูไต้หวัน ซึ่งมีสถานะเทียบเท่าสถานเสาวภาของไทย ทั้งนี้จากข้อมูลสถิติของกรมควบคุมโรคไต้หวันช่วงปี 2024-2025 พบว่า ไต้หวันมีคนถูกงูพิษกัดเฉลี่ยประมาณ 1,000 คนต่อปี อัตราการเสียชีวิตต่ำมากเฉลี่ยเพียง 0.18% ต่อปี หรือบางปีไม่มีเลย นั่นเพราะว่าไต้หวันมีระบบสำรองเซรุ่มที่ครอบคลุมทั่วเกาะ ผู้ป่วยที่ถูกงูกัดจึงสามารถเข้าถึงเซรุ่มได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันไต้หวันเป็นเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่หน่วยงานรัฐผลิตเซรุ่มต้านพิษงูเองแบบครบวงจร จึงมั่นใจว่ามีสต็อกเซรุ่มเพียงพอสำหรับประชาชน ซึ่งสถาบันวิจัยพิษงูไต้หวัน (毒蛇招待所) ต้องรับผิดชอบภารกิจสำคัญถึง 7 ประการ ได้แก่ การรับงูพิษเข้าดูแล (รับมอบ/ช่วยเหลือ), การจำแนกชนิดงู, การเลี้ยงและดูแล, การรักษาพยาบาลงู, การรีดและเก็บพิษงู, การจัดหาและผลิตเซรุ่มต้านพิษงู และการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉพาะการดูแลเพาะเลี้ยงงูต่อปีสูงถึงประมาณ 4-5 ล้านเหรียญไต้หวัน

โดยช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการถูกงูกัดจะอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง พื้นที่ที่มีสถิติการถูกงูกัดสูงสุดคือ เมืองไถตงและฮัวเหลียนซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออก รวมถึงพื้นที่ภาคใต้แถบเมืองเจียอี้ด้วย ซึ่งผู้ถูกงูกัดส่วนใหญ่มักเกิดขณะทำการเกษตรหรือเดินป่า เป็นสูงสุดเป็นเพศชายอายุระหว่าง 45-65 ปี ทั้งนี้ไต้หวันตั้งอยู่บนลักษณะภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน จึงมีความหลากหลายของชนิดงูสูงมาก โดยงูพิษที่พบการกัดทางคลินิกได้บ่อยที่สุดในไต้หวันมี 6 ประเภท ได้แก่ งูกะปะ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซาไต้หวัน งูสามเหลี่ยม งูเห่า และ งูแมวเซาโซ่

คุณเจิ้งหย่าเฟิน (鄭雅芬) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพิษงูไต้หวัน ย้ำว่า หากประชาชนเคราะห์ร้ายถูกงูกัด ควรพยายามจำลักษณะภายนอกของงูให้ได้มากที่สุด และเนื่องจากอวัยวะที่ถูกกัดจะเกิดอาการบวม จึงต้องรีบถอดเครื่องประดับ นาฬิกา เป็นต้น ออกโดยเร็ว อีกทั้งไม่ควรประคบน้ำแข็ง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น ส่วนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงก็อย่าใช้ปากดูดพิษงูออก เพราะพิษอาจซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุ ทำให้ผู้ช่วยเหลือเองกลายเป็นผู้ถูกพิษที่ต้องได้รับการช่วยเหลือตามไปด้วย พร้อมทั้งเตือนประชาชนว่า เมื่อไปพื้นที่ชนบทหรือกลางแจ้ง ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มข้อให้มิดชิด
