บันทึกชีวิตในไต้หวันสัปดาห์นี้ ยังคงอยู่กับคุณหมู เขมณัช สีหวัลลภ นักเรียนไทยที่มาเรียน ป.โท ในไต้หวัน อดีตเคยเป็นนักผังเมืองและนักวิเคราะห์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และปัจจุบันทำงานเป็นวิศวกรข้อมูลในบริษัทแห่งหนึ่งของไต้หวัน วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมามองดูสภาพสังคม บ้านเมืองไต้หวันผ่านอดีตนักผังเมืองเก่า ที่จะช่วยให้เราได้รู้จักไต้หวันมากยิ่งขึ้น
สิ่งหนึ่งที่คุณหมูพูดในรายการและน่าสนใจมากๆ นั่นก็คือ คุณหมูนิยามว่า ไต้หวันเป็นเมืองที่พยายามไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นการพยายามทำให้เมืองเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ การโอบรับทุกชาติพันธ์ในไต้หวันทั้ง ชาวฮกเกี้ยน ชาวฮากกา ชนพื้นเมือง ไปจนถึงผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และการพยายามทำให้ทุกพื้นที่ในสังคมเป็นมิตรกับกลุ่มคนพิการ สิ่งเหล่านี้เครื่องบ่งชี้ในคำนิยามที่คุณหมูมีให้แก่ไต้หวัน อยากรู้จักไต้หวันมากขึ้นไป ไปร่วมสำรวจไต้หวันพร้อมคุณหมูในรายการเลย

จุดเด่นที่สุดของไต้หวันคือ ภูมิศาสตร์ ไต้หวันเป็นเกาะ คือ เมืองเมืองนึง สามารถมีได้ทั้งแม่น้ำ ทะเล ภูเขา
● คุณหมูเคยบอกว่าเวลาว่างๆ ชอบออกไปเดินเล่นสำรวจเมือง ดูตึกรามบ้านช่อง หรือนั่งรถเมล์ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง อยากให้เล่าความประทับใจจากกิจกรรมยามว่างนี้ให้ฟังหน่อย มองเห็นอะไรบ้าง ?
เอกลักษณ์ของเมือง ไม่ใช่แค่ตึกรามบ้านช่อง แต่คือชุมชนและวิถีชีวิตของคนในละแวกนั้น ทุกพื้นที่มีเรื่องเล่า มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเป็นของตัวเอง ซึ่งมันจะแสดงออกมาในรูปแบบของทัศนียภาพที่เราเห็น การเดินสำรวจเมือง หรือนั่งรถเมล์ชมเมือง ก็คือการสำรวจทัศนียภาพ สำรวจวิถีชีวิตของคนและชุมชน คนที่อยู่ตึกแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ ก็จะมีวิถีชีวิตที่ต่างจากคนอยู่อพาร์ทเมนท์ หรือคอนโด ตลาดสด กับซุปเปอร์มาร์เก็ต บรรยากาศก็ต่างกัน ผู้คนก็ต่างกัน ถึงแม้ว่าเราจะไปซื้อของสิ่งเดียวกันได้ทั้งสองที่
● ด้วยความที่คุณหมูเคยเป็นนักผังเมืองมาก่อน คิดว่าผังเมืองไต้หวันมีลักษณะพิเศษหรือจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจ
จุดเด่นที่สุดคือ ภูมิศาสตร์ ไต้หวันเป็นเกาะ คือ เมืองเมืองนึง สามารถมีได้ทั้งแม่น้ำ ทะเล ภูเขา ความหนาแน่นของประชากร เพราะไต้หวันเป็นเกาะและมีพื้นที่ราบน้อยกว่าไทยมากๆ ผังเมืองไต้หวัน โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางหรือย่านการค้า ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นออกแบบให้กระจุกตัวและเดินได้ทั่วถึง ไปไหนมาไหนใช้เวลาไม่นาน
เกาะไต้หวัน มีประชากรประมาณ 23 ล้านคน ซึ่งประชากรใกล้เคียงกับภาคอีสานของประเทศไทยที่มีประมาณ 21 ล้านคน แต่ว่าไต้หวันมีพื้นที่แค่หนึ่งในสี่ของภาคอีสาน พอหักพื้นที่ป่า พื้นที่ภูเขา พื้นที่ลาดชันซึ่งไม่เหมาะกับการตั้งถิ่นฐาน สร้างอาคาร เหลือพื้นที่จริงๆอยู่ไม่เท่าไหร่เอง เพราะการวางผังเมืองมันไม่ใช่แค่วางแผนว่าพื้นที่เมืองควรสร้างอะไร ตัดถนนเส้นไหน จัดโซนที่อยู่อาศัย ร้านค้า โรงงานอย่างไร แต่ยังรวมถึงการรักษาพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ พื้นที่ชนบท ซึ่งเกี่ยวโยงกับความมั่นคงทางอาหารและระบบนิเวศด้วย

ผมมองว่าไต้หวันเป็นเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม เมืองแห่งความเชื่อใจ เมืองที่พยายามไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
● ถ้าจะให้นิยามไต้หวัน คิดว่าไต้หวันเป็นเมืองแห่งอะไร
อาจต้องใช้คำหลายคำมานิยามไต้หวัน มองในฐานะนักผังเมือง ผมว่าไต้หวันเป็นเมืองแห่ง
1.เมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม (公德心) เพราะอย่างที่บอกคือ ไต้หวันเป็นเมืองที่คนอยู่กันอย่างหนาแน่น เวลาเราจะทำอะไรก็เห็นแก่ส่วนรวม พยายามไม่ใช้ชีวิตแบบรบกวนคนอื่น ไม่ส่งเสียงดังหรือก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ รักษาความสะอาด
2.เมืองแห่งความเชื่อใจ เชื่อใจว่าทุกคนจะเป็นพลเมืองที่ดี เคารพกฎหมายและมีระเบียบ คนก็จะเกิดความเชื่อใจซึ่งกันและกันว่าเราจะไม่ทำร้ายกันเอง เช่น ในร้านกาแฟ เวลาคนไปเข้าห้องน้ำก็จะทิ้งโน้ตบุ๊คหรือสัมภาระไว้ที่โต๊ะ ผมเคยทำมือถือหล่นหาย แล้วปรากฏว่ามีคนเก็บส่งตำรวจและได้คืนภายใน 24 ชั่วโมง
3.เมืองที่พยายามไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไมว่าจะมีอายุ เพศ เชื้อชาติ หรือสภาพร่างกายแบบใด ไต้หวันพยายามทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายไม่ต่างกัน ทำให้คนรู้สึกว่ามีสิทธิเท่าเทียมกัน ผู้คนรู้สึกได้รับความเคารพและมีตัวตน กฏหมายและการบริหารราชการ ARC (ปี 2021) เลขเปลี่ยนไปใช้ระบบเดียวกับ รหัสบัตรประชาชนของคนไต้หวัน ทำธุรกรรมได้สะดวกขึ้น สมรสเท่าเทียม (คนเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้) โครงสร้างพื้นฐาน สะพานลอยข้ามถนน (ที่เรามองว่ามันคือทางเลือกที่ปลอดภัยในการข้ามถนน) หลายแห่งก็เริ่มทุบทิ้ง เพราะมันไม่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ คนที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ผู้พิการ หรือแม้กระทั่งพ่อแม่ที่เข็นรถเข็นเด็กเล็ก บริการสาธารณะ ในไทเป ประกาศบน MRT หรือรถเมล์ จะมี 4 ภาษา ในซินจู๋ ในบางเส้นทาง รถเมล์ก็จะมี 3 ภาษา คือจีนกลาง อังกฤษ จีนแคะ หรือถ้าอย่างเวลาไปเที่ยวเมืองทางภาคตะวันออกของไต้หวัน (ฮัวเหลียน ไถตง) บางครั้งก็จะเห็นหรือได้ยินประกาศเป็นภาษาของชาวพื้นเมืองด้วย ห้องสมุด มีโซนหนังสือ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และมีหนังสือภาษาไทยด้วย

สิ่งที่เรียนรู้จากไต้หวันคือความอดทนและเปิดกว้างกับความหลากหลายและความแตกต่างมากขึ้น
● สิ่งที่เรียนรู้ หรือข้อคิดในการใช้ชีวิตที่ได้จากไต้หวันคืออะไร ?
1.ความอดทนและเปิดกว้างกับความหลากหลายและความแตกต่างมากขึ้น ไต้หวันไม่ได้มีแค่ชาวจีนฮั่น แต่ยังมีชนพื้นเมือง และคนจากหลากหลายประเทศ มีวิธีชีวิต ค่านิยม วิธีปฏิบัติหรือมารยาทที่ต่างกัน หลักๆ คือความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิด ตอนแรกอาจจะหงุดหงิดว่าทำไมเขาทำอะไรแบบนี้ ทำไมคนที่นี่เรอหรือสั่งน้ำมูกเสียงดังต่อหน้าคนอื่น หรือทำไมกินข้าวแล้วคายเศษกระดูกไว้บนโต๊ะอาหาร
2.การเข้าสังคม การมีเพื่อนเป็นคนไต้หวัน จะทำให้เราไม่พลาดข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ที่สำคัญที่สุดคือการทำงาน หากได้ภาษาก็จะมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า
3.ภาษาจีนการมาอยู่ไต้หวันแล้วได้ภาษาจีน จะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมากๆ เพราะภาษาจีนเป็นภาษาราชการ ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นถ้าหลงทางเราก็ถามคนแถวนั้นได้เลย ตอนนี้ผมอยู่ไต้หวันมา 5 ปี ก็สามารถใช้ภาษาจีนในการทำงานได้แบบไม่ติดขัด ผมคิดว่าถ้าอยู่ไทย ให้ใช้เวลา 5 ปี คงเรียนภาษาจีนให้ดีแบบนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน แล้วพอได้ภาษา อีกสิ่งที่รู้สึกว่า ไต้หวันกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเรา