Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

สารานุกรมสุขภาพ 16 มี.ค. 69 : การดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนจีน ด้วยการเลือกกินอาหารตามธาตุและฤดูกาล

การดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนจีน ด้วยการเลือกกินอาหารตามธาตุและฤดูกาล (ภาพจาก Freepik)
การดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนจีน ด้วยการเลือกกินอาหารตามธาตุและฤดูกาล (ภาพจาก Freepik)

ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน อาหารไม่ใช่เพียงแหล่งพลังงาน แต่เป็นยาที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย อาหารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะ ได้แก่ ร้อน อุ่น เย็น เย็นจัด และรสชาติ 5 รส (เปรี้ยว ขม หวาน เผ็ด เค็ม) ซึ่งส่งผลต่ออวัยวะและพลังงานในร่างกาย

การกินตามธาตุช่วยปรับสมดุลร่างกาย คนที่มีร่างกายเย็น มือเท้าเย็น ควรกินอาหารอุ่นและหลีกเลี่ยงของเย็น คนที่มีความร้อนในร่างกาย ปากแห้ง คอแห้ง ควรกินอาหารเย็นและหลีกเลี่ยงของทอดและเผ็ดจัด

      อาหารบำรุงสุขภาพตามแพทย์แผนจีน ได้แก่ พุทราจีนบำรุงเลือดและชี่ เก๋ากี้บำรุงตับและไต ถังเช่าบำรุงพลังงาน โกจิเบอร์รี่บำรุงสายตา เห็ดหลินจือเสริมภูมิคุ้มกัน อาหารเหล่านี้สามารถเพิ่มลงในอาหารประจำวันได้

นอกจากชนิดอาหารแล้ว วิธีการกินก็สำคัญ ควรกินอาหารอุ่น หลีกเลี่ยงน้ำเย็นจัด กินให้เป็นเวลา ไม่กินมากเกินไป เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงการกินดึก การปฏิบัติตามหลักเหล่านี้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและมีสุขภาพที่แข็งแรง

ในขณะที่หลักการกินอาหารตามฤดูกาลก็เป็นสิ่งสำคัญ แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ไม่เพียงแต่เลือกอาหารให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและสภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังเน้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลอีกด้วย โดยยึดหลัก ฤดูใบไม้ผลิเกิด ฤดูร้อนเจริญเติบโต ฤดูใบไม้ร่วงเก็บเกี่ยว ฤดูหนาวสะสมพลัง” นอกจากนี้ ยังแนะให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างร่างกายกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นสิ่งสำคัญของการดูแลสุขภาพคือการเลือกอาหารตามฤดูกาลมาช่วยปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ จะช่วยให้การดูแลสุขภาพได้ผลดียิ่งขึ้น

ฤดูใบไม้ผลิ บำรุงตับ สีเขียวสัมพันธ์กับตับ จึงควรรับประทานอาหารสีเขียวให้มาก เช่น กีวี ผักโขม บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ช่วยล้างพิษตับ ส่งเสริมการไหลเวียนของพลังตับและลดความอ่อนล้า (ภาพจาก epochtimes.com) 

ฤดูใบไม้ผลิ บำรุงตับ

ฤดูใบไม้ผลิเป็นจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง เต็มไปด้วยพลังชีวิต มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมพลังหยางให้เพิ่มขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการบำรุงตับ ตับมีหน้าที่ช่วยให้พลังชี่ไหลเวียนอย่างราบรื่น เมื่อการไหลเวียนของร่างกายดี จะช่วยขับไล่ความเย็นที่สะสมจากฤดูหนาว และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ฤดูใบไม้ผลิมักมีฝนตก ความชื้นสูง ส่งผลต่อม้ามและกระเพาะอาหารได้ง่าย และตามหลักแพทย์แผนจีน ม้ามและกระเพาะอาหารคือรากฐานของพลังชีวิตหากระบบย่อยอาหารแข็งแรง อาหารที่รับประทานเข้าไปจึงจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สีเขียวสัมพันธ์กับตับ จึงควรรับประทานอาหารสีเขียวให้มาก เช่น กีวี ผักโขม บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ช่วยล้างพิษตับ ส่งเสริมการไหลเวียนของพลังตับและลดความอ่อนล้า ควรใช้หลัก เปรี้ยวน้อย หวานมาก” เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นพลังตับมากเกินไป โดยใช้รสหวานบำรุงม้ามและช่วยเสริมการทำงานของตับ

ฤดูร้อนต้องบำรุงหัวใจ สีแดงสัมพันธ์กับหัวใจ การรับประทานอาหารที่มีสีแดงช่วยบำรุงพลัง บำรุงเลือด และทำให้จิตใจสงบ ผักผลไม้สีแดง เช่น พริกหวานแดง มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำปลีม่วง อุดมด้วยไลโคปีน ช่วยเพิ่มพลังต้านอนุมูลอิสระและปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด (ภาพจาก health.tvbs.com.tw)

ฤดูร้อน ดูแลหัวใจ

ฤดูร้อนมีอากาศร้อนจัด ทำให้เกิดปัญหาอย่างผื่นแพ้ ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร จึงจำเป็นต้องขจัดความชื้นและคลายร้อน ด้านอารมณ์มักเกิดความหงุดหงิด ใจร้อน หรืออ่อนเพลีย อีกทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้หลอดเลือดขยาย เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก ดังนั้น การดูแลหัวใจจึงเป็นหัวใจสำคัญของการบำรุงสุขภาพในฤดูร้อน เพื่อป้องกันไฟหัวใจแรงเกินไปจนส่งผลต่อการนอนหลับ

สีแดงสัมพันธ์กับหัวใจ การรับประทานอาหารสีแดงช่วยบำรุงพลัง บำรุงเลือด และทำให้จิตใจสงบ ตามหลักโภชนาการ ผักผลไม้สีแดง เช่น พริกหวานแดง มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำปลีม่วง อุดมด้วยไลโคปีน ช่วยเพิ่มพลังต้านอนุมูลอิสระและปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด

ที่มักกล่าวกันว่าฤดูร้อนควรกินรสขม เนื่องจากอาหารรสขมส่วนใหญ่มีฤทธิ์เย็น การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดความร้อนในร่างกาย คลายร้อนและขจัดความชื้น

 ฤดูใบไม้ร่วง บำรุงปอด ลูกแพร์มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด บรรเทาอาการไอและช่วยขับความร้อนพร้อมทั้งช่วยล้างพิษในร่างกาย ตำราแพทย์แผนจีนให้นำลูกแพร์มาตุ๋นกับน้ำตาลกรวดช่วยบรรเทาอาการไอและช่วยละลายเสมหะ (ภาพจาก health.tvbs.com.tw)

ฤดูใบไม้ร่วง บำรุงปอด

เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศจะเย็นลง ความชื้นในอากาศลดลง เกิดความแห้งซึ่งทำให้พลังชี่และสารหล่อเลี้ยงในร่างกายถูกใช้มากขึ้น อาจเกิดอาการผิวแห้งคัน ปากแห้ง คอแห้ง ภูมิแพ้จมูก หอบหืด หรือปัญหาระบบทางเดินหายใจ อาการเหล่านี้เรียกว่า ความแห้งของฤดูใบไม้ร่วงหลักการดูแลสุขภาพในฤดูนี้จึงเน้นการบำรุงปอดและเพิ่มความชุ่มชื้น

สีขาวสัมพันธ์กับปอด อาหารสีขาวช่วยเสริมพลัง บำรุงพลังชี่ เพิ่มความชุ่มชื้นและหล่อเลี้ยงหยิน ปกป้องเยื่อบุและระบบทางเดินหายใจ เช่น ลูกแพร์ เห็ดหูหนูขาว ดอกลิลลี่ มันเทศ นอกจากดื่มน้ำให้เพียงพอแล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด เพราะจะยิ่งกระตุ้นอาการแห้งของฤดูใบไม้ร่วง ควรลดการรับประทานเพื่อให้พลังปอดสมดุล

ฤดูหนาว ดูแลไต

ฤดูหนาวเป็นช่วงที่สรรพสิ่งหยุดนิ่ง พืชพรรณเหี่ยวแห้ง เป็นฤดูกาลแห่งการเก็บสะสม ร่างกายก็ควรเก็บรักษาพลังหยาง บำรุงพลังชีวิต เพื่อเตรียมรับความหนาวเย็น ฤดูหนาวต้องดูแลไต เนื่องจากไตทำหน้าที่เก็บสะสมสารสำคัญ เป็นรากฐานของพลังชีวิตและต้นกำเนิดของชีวิต หากไตแข็งแรง จะช่วยให้พลังชี่และเลือดสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์

สีดำสัมพันธ์กับไต การรับประทานอาหารสีดำช่วยบำรุงพลังไต ส่งเสริมระบบเผาผลาญ กระดูก และระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ พืชผักที่มีสีดำได้แก่ งาดำ ถั่วดำ สาหร่ายเส้นผม สาหร่ายทะเล เห็ดหูหนูดำและและข้าวไรซ์เบอร์รี่ก็ช่วยบำรุงไตได้เช่นกัน

อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy food)

การเรียนรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพหรือ Healthy food ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยให้สามารถเลือกกินอาหารได้อย่างถูกต้องและดีต่อสุขภาพจริง ๆ โดยทั่วไป อาหารเพื่อสุขภาพ ควรเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ผักและผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยควรเลือกกินอาหารที่สด สะอาด และปนเปื้อนน้อยที่สุด

การเลือกรับประทานแต่อาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะรับประทานอาหารในปริมาณเท่าไรก็ได้ เพราะก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจรับประทานอาหารแต่ละมื้อ

วิธีรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างเหมาะสม

-รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับส่วนสูงและน้ำหนัก เพราะอาหารเพื่อสุขภาพบางอย่างก็มีไขมัน และน้ำตาลสูง คุณจึงควรคำนวณว่า ตนเองควรรับประทานอาหารแต่ละอย่างเท่าไร มีสารอาหารครบถ้วน น้อยไป หรือมากไปแค่ไหน

 -รับประทานปลาอย่าให้ขาด เพราะปลาจัดเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนและไขมันต่ำ เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น หากอยากรับประทานเนื้อสัตว์สักอย่าง การรับประทานปลาถือเป็นทางเลือกที่ดี

 -ไม่ปรุงอาหารมากเกินไป เพราะเครื่องปรุงต่างๆ ทั้งซอส น้ำมันปรุงอาหาร น้ำปลา น้ำตาล เนย แยม ครีม ล้วนเต็มไปด้วยไขมันกับน้ำตาลที่ทำให้เกิดภาวะอ้วน หรือเกิดไขมันสะสมในร่างกายได้

-ทางที่ดีให้พยายามรับประทานอาหารรสจืด รสดั้งเดิม หรือรสที่ถูกปรุงน้อยที่สุด หรือหากต้องการเพิ่มรสชาติอาหาร ให้หัดปรุงอาหารด้วยตนเอง เพื่อจะได้ประเมินรสชาติอาหารที่ดี และให้สารอาหารที่เหมาะสมกับตนเอง

-อย่าติดกินเค็ม เพราะการรับประทานเกลือ หรือโซเดียมเข้าร่างกายมากเกินไปจะมีส่วนทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ และโรคไตได้ ทางที่ดีไม่ควรบริโภคเกลือมากกว่า 6 กรัม/วัน (เกลือ 1 ช้อนชาหนักประมาณ 5 กรัม)

-ออกกำลังกายร่วมด้วย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควรควบคู่ไปพร้อมกับการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้นำพลังงานจากอาหารไปใช้ และเผาผลาญไขมันที่ได้จากอาหารเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพหรือไม่ก็ตาม

อาหารเพื่อสุขภาพหมายถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ผักและผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยควรเลือกกินอาหารที่สด สะอาด และปนเปื้อนน้อยที่สุด (ภาพจาก caregiverthai.com)

-ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่มีอาหารชนิดใดมาทดแทนสารน้ำในร่างกายได้ ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดเกลือแร่ และมีสารน้ำหล่อเลี้ยงเพียงพอ โดยน้ำที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ คือ น้ำเปล่า เพราะการดื่มน้ำหวาน หรือน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่ามีแต่จะเป็นการเพิ่มน้ำตาลเข้าร่างกายเกินความจำเป็น และยังทำให้เสี่ยงเกิดโรคฟันผุจากคราบน้ำตาลในน้ำหวานด้วย แต่ก็อาจรับประทานได้เป็นครั้งคราวในปริมาณที่พอเหมาะ

-อย่าอดอาหารเช้า หลายคนอาจคิดว่า อาหารเช้าไม่จำเป็นและการอดอาหารเช้าจะช่วยให้สามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น เพราะความจริงแล้วอาหารเช้ามีส่วนทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล ทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน และสารอาหารเพียงพอสำหรับการทำกิจวัตรในยามเช้า นอกจากนี้อาหารเช้ายังป้องกันไม่ให้เกิดอาการโหย อันนำไปสู่การรับประทานอาหารที่มีไขมันมากๆ และมักเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารมัน อาหารทอด เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานเข้าไปมากๆ เพื่อทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปในยามเช้า

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลายชนิด ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากคุณต้องการจะบำรุงดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย และอย่าเคร่งกับการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อมากเกินไป เพราะจะทำให้ไม่มีความสุข และวิตกกังวลมากเกินเหตุ ค่อยๆ ปรับตารางการรับประทานอาหารทีละนิด ดูส่วนผสม วัตถุดิบ เครื่องปรุงว่า เหมาะสม และดีต่อสุขภาพหรือไม่ เพราะอาหารเพื่อสุขภาพนั้นไม่จำเป็นแพง หรือต้องมียี่ห้อ หรือต้องวางขายในซูเปอร์มาเก็ตเท่านั้น แต่สามารถหาอาหารเพื่อสุขภาพได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เพียงแต่คุณต้องใส่ใจในการเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีความสดใหม่ สะอาด ปลอดสารพิษ ยิ่งเป็นอาหารที่หาได้ตามฤดูกาลก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก และรับประทานให้หลากหลายชนิด ไม่รับประทานอาหารประเภทเดิมซ้ำๆ

ที่มาข้อมูล

1. heho.com.tw

2. prd.go.th

3. huayitangtcmclinic.com

ประเด็นร่วม & Podcast
สารานุกรมสุขภาพ
สารานุกรมสุขภาพ
ผู้จัดรายการ: อัญชัน ทรงพุทธิ์
เวลาออกอากาศ: วันจันทร์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解