Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 11 มีนาคม 2569

มาตรฐานการจ่ายรางวัลนำจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย
มาตรฐานการจ่ายรางวัลนำจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

1. แจ้งเบาะแสผีน้อยหากนำไปสู่การจับกุม 1 คน รับรางวัลนำจับ 10,000 เหรียญ นายหน้าเถื่อน 1 คน รับรางวัล 20,000 เหรียญ

           ปัญหาคนไทยที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวและอยู่เลยกำหนดทำงานอย่างผิดกฎหมาย หรือที่เรียกกันว่าผีน้อยนับวันรุนแรงขึ้น คนไทยเหล่านี้ ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าการเดินทางเข้าไต้หวันโดยฟรีวีซ่าผิดวัตถุประสงค์การเดินทางและเสี่ยงถูกจับ แต่ก็ยอมจ่ายค่าหัวคิวให้นายหน้าตั้งแต่ 30,000-50,000 บาท เพราะอยู่ที่บ้านหางานทำลำบาก หลายคนจึงคิดไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ประสบความเดือดร้อนอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ไร้หลักประกันและต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ก่อนการเดินทางคิดแต่เพียงว่า หากถูกจับก็แค่ถูกส่งกลับ แต่ไม่คิดว่าจะกลับไม่ได้ เนื่องจากการหาเลี้ยงชีพในแต่ละวันยังคงมีความลำบากอย่างมาก โอกาสในการทำงานเพื่อเก็บออมเงินมีน้อย ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้ เนื่องจากไม่มีเงินชำระค่าปรับซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ 10,000-50,000 เหรียญ แม้ว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายและประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา โดยลดค่าปรับลงกึ่งหนึ่งสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักเกินกำหนดวีซ่าและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับกุม ซึ่งต้องเดินทางตามกำหนดเวลาที่กำหนด แต่ก็ยังคงไม่มีเงินชำระค่าปรับและซื้อตั๋วเครื่องบินอยู่ดี ทำให้มีผีน้อยไทยติดค้างอยู่ในไต้หวันกลับบ้านไม่ได้จำนวนมาก

         มีแรงงานไทยหลายคนอย่างคุณ Pangwadi Yenwichit สอบถามเขาสู่รายการว่า แถวโรงงานมีผีน้อยเยอะอาศัยอยู่หลายสิบคน ไม่ทราบว่าหากต้องการแจ้งจับควรแจ้งผ่านช่องทางใด เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นดื่มสุราและก่อเสียงดังรบกวน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้ที่เดินทางมาด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างพวกเราเป็นอย่างมาก ทาง RTI รับแจ้งเรื่องการจับกุมผู้พำนักโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อีกท่านหนึ่งคือ คุณ B Keawsom JB สอบถามว่า หากพบเห็นบุคคลที่นำคนไทยเข้ามาทำงานในไต้หวันโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว สามารถแจ้งความหรือยื่นเรื่องร้องเรียนได้ไหม มีช่องทางสำหรับการแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือไม่

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกท้องที่ปฏิบัติการตรวจสอบแรงงานผิดกฎหมายตามหอพัก สถานที่ทำงานและไซต์งานก่อสร้างต่าง ๆ อย่างเข้มข้น (ภาพจาก kingtop.com.tw)

         การทำงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยไม่เกรงกลัวการถูกจับกุม ยังแสดงพฤติกรรมอย่างเหิมเกริมไม่คำนึงถึงกฎหมาย ก่อเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของบุคคลอื่น สมควรแล้วที่จะดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการจับกุม สำหรับวิธีการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับชาวต่างชาติที่ทำงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตของนายจ้าง และนายหน้าที่นำคนไทยเข้ามาทำงานในฐานะนักท่องเที่ยว สามารถดำเนินการได้ที่สายด่วนแจ้งเบาะแสซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย หมายเลข 0800-000-978 ของกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน อย่างไรก็ตาม สายด่วนดังกล่าวเป็นสายสำหรับชาวไต้หวัน หากแรงงานไทยสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ สามารถติดต่อสายด่วนหมายเลขนี้ได้ แต่หากมีข้อจำกัดในการสื่อสารภาษาจีน ให้ติดต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน มีล่ามภาษาไทยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดทั้งปี ไม่เว้นวันหยุด และหากการแจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมได้ กระทรวงแรงงานยังมีเงินรางวัลมอบให้แก่ผู้แจ้งข้อมูลหรือแจ้งความตามจำนวนผู้ถูกจับกุมและลักษณะของคดี   

จับนายหน้าเถือนและนายจ้าง รวมถึงแรงงานผิดกฎหมายกลางสวนจำนวน 15 คน (ภาพจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)

         ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานได้ออกคำเตือนห้ามนายจ้างว่าจ้างแรงงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และส่งเสริมให้ประชาชนแจ้งเบาะแส โดยจัดให้มีรางวัลสำหรับการนำจับ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้จ่ายเงินรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ทำงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วกว่า 36.5 ล้านเหรียญไต้หวัน

           การจ้างแรงงานในไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตหรือผู้ใช้แรงงานในครัวเรือน ต้องได้รับอนุญาตซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจำกัด ส่งผลให้นายจ้างจำนวนหนึ่ง ซึ่งต้องการใช้แรงงานอย่างเร่งด่วน มักจะว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้แรงงานต่างชาติหลบหนีมากขึ้นต่อเนื่อง เพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าว นอกจากเพิ่มการประสัมพันธ์แล้ว กระทรวงแรงงานยังส่งเสริมให้มีการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสนายจ้างที่ว่าจ้างชาวต่างชาติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายหน้าจัดหางานเถื่อนและแรงงานต่างชาติที่หลบหนี รวมถึงชาวต่างชาติที่ถือฟรีวีซ่าแต่อยู่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย ด้วยการตั้งรางวัลนำจับ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการยื่นขอรับรางวัลนำจับแล้ว 3,678 คดี และจ่ายเงินรางวัลรวมกว่า 36.5 ล้านเหรียญ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในไถหนาน จับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ 26 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)

           เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนช่วยกันรายงานการกระทำที่ผิดกฎหมาย กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้จัดตั้งสายด่วนแจ้งเบาะแสซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย หมายเลข 0800-000-978 พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินรางวัลสำหรับผู้รายงานการละเมิดกฎหมายด้านการจ้างงาน บุคคลใดแจ้งเบาะแสซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้ จะได้รับเงินรางวัลตามจำนวนผู้ถูกจับกุมและลักษณะของคดี 

           จากข้อมูลพบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีคดีที่ได้รับรางวัลรวม 3,678 คดี จ่ายเงินรางวัลนำจับรวมกว่า 36.5 ล้านเหรียญ สามารถจับกุมแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมายได้ 8,193 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแต่อยู่ทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 5,574 คน ส่วนนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายและชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตถูกจับกุม 2,673 คน และนายหน้าจัดหางานผิดกฎหมาย 95 คน 

           กระทรวงแรงงานระบุว่า การจัดตั้งเงินรางวัลแจ้งเบาะแส มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการจ้างงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างและชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวแต่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเงินรางวัลจะแบ่งตามประเภทของผู้ถูกจับกุม ได้แก่ นายจ้างที่กระทำผิดกฎหมาย นายหน้าหรือบริษัทจัดหางานที่ดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมาย 

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมตรวจสอบโรงเชือดและชำแหละไก่ในเขตว่านหัว กลางกรุงไทเป จับ 22 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย (ภาพจาก CNA)

        สำหรับการจ้างแรงงานผิดกฎหมายหรือชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต : 

           - ผู้แจ้งเบาะแสและนำไปสู่การจับกุมได้ 1 คน ได้รับรางวัล 10,000 เหรียญ

           - 2-4 คน ได้รับ 20,000 เหรียญ

           - 5-7 คน ได้รับ 50,000 เหรียญ

           - 8-10 คน ได้รับ 60,000 เหรียญ

           - 11 คนขึ้นไป ได้รับ 70,000 เหรียญ

        ส่วนนายหน้าเถื่อนหรือบริษัทจัดหางานผิดกฎหมาย : 

           - จับกุมได้ 1 คน ได้รับรางวัล 20,000 เหรียญ 

           - 2-4 คน ได้รับ 50,000 เหรียญ

           - 5 คนขึ้นไป ได้รับ 70,000 เหรียญ 

        สำหรับการแจ้งเบาะแสแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายหรือชาวต่างชาติที่ลักลอบทำงาน : 

           - จับกุมได้ 1-3 คน ได้รับ 5,000 เหรียญ

           - 4-6 คน ได้รับ 10,000 เหรียญ 

           - 7-9 คน ได้รับ 15,000 เหรียญ 

           - 10 คนขึ้นไป ได้รับ 20,000 เหรียญ 

           กระทรวงแรงงานเตือนให้นายจ้างต้องว่าจ้างแรงงานต่างชาติอย่างต้องตามถูกกฎหมาย เนื่องจากไต้หวันใช้ระบบห้ามชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานจะต้องยื่นขออนุญาตและได้รับการอนุมัติจากกระทรวงแรงงานก่อน แนะนายจ้างที่มีความจำเป็นต้องจ้างงานด่วน ควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอน คือ ตรวจสอบ ตรวจเช็กและสอบถาม 

        โดยก่อนจ้างงาน นายจ้างต้อง : 

           1. ตรวจสอบเอกสารสำคัญ เช่น ใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC

           2. ตรวจเช็กว่าเอกสารตรงกับตัวบุคคลหรือไม่ 

           3. สอบถามสถานะว่าเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่หรือชาวต่างชาติที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน หรือเป็นผู้ติดตาม นักศึกษาต่างชาติ หรือแรงงานต่างชาติ 

           ส่วนนายจ้างใช้บริการบริษัทจัดหางาน ต้องตรวจสอบว่า เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตและมีการจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ 

           กระทรวงแรงงานย้ำว่า หากนายจ้างคำนึงถึงเฉพาะปัญหาขาดแคลนแรงงานเฉพาะหน้าและละเลยขั้นตอนข้างต้น นำไปสู่การจ้างชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย อาจต้องเสียค่าปรับสูงสุดถึง 750,000 เหรียญ

2. ไต้หวันลดค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับ แต่ต้องเดินทางตามกำหนดเวลา

     ผีน้อยไทยที่อยากกลับบ้านแต่ไม่มีเงินเสียค่าปรับที่แพงลิบลิ่ว กระทรวงมหาดไทยไต้หวันได้ประกาศแก้ไขร่างข้อบังคับว่าด้วย "มาตรการพิจารณาเหตุพิเศษและการลดหย่อนโทษปรับ ตามมาตรา 74-1 ของกฎหมายคนเข้าเมือง" สาระสำคัญของการแก้ไขคือ การเพิ่มเหตุพิเศษให้แก่ชาวต่างชาติหรือชาวไต้หวันที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งพำนักเกินกำหนดวีซ่าหรือบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) หมดอายุ และเข้ามอบตัวต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ และแสดงความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ พร้อมยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ชำระค่าปรับและเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลา จะได้รับสิทธิลดโทษปรับลงครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

      ตามกฎหมายคนเข้าเมือง มาตรา 74-1 วรรคสอง กำหนดว่า ชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดพำนักจะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 – 50,000 เหรียญไต้หวัน แต่ก็มีข้อยกเว้น หากมีเหตุพิเศษที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วเห็นสมควร สามารถลดหย่อนโทษได้

      ข้อบังคับดังกล่าวกำหนดเหตุพิเศษไว้แล้ว 6 ประการ ที่สามารถลดโทษปรับลงครึ่งหนึ่ง เช่น ต้องดูแลบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่ในสถานการณ์พิเศษ มีความพิการหรือเจ็บป่วย รวมถึงกรณีตั้งครรภ์และการคลอดบุตร เป็นต้น

ชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับ จะได้รับการลดหย่อนค่าปรับกึ่งหนึ่ง แต่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมและเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลา

      ร่างแก้ไขล่าสุดจึงเสนอให้เพิ่มเหตุพิเศษข้อที่ 7 คือ การที่ผู้พำนักเกินกำหนดเข้ามอบตัวก่อนถูกตรวจพบ และยินยอมดำเนินการเดินทางออกนอกประเทศด้วยตนเอง โดยรวมถึงการเตรียมค่าใช้จ่ายในการซื้อตั๋วเครื่องบิน การยื่นขอเอกสารเดินทางกลับประเทศ การซื้อตั๋วตามกำหนด และการชำระค่าปรับตามเวลาที่กำหนด

      แม้จะเข้ามอบตัวและแสดงความตั้งใจจะเดินทางกลับ แต่หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในภายหลัง เช่น ไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด ไม่ดำเนินการขอเอกสารเดินทาง หรือไม่ออกนอกประเทศภายในเวลากำหนด สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีสิทธิยกเลิกการลดหย่อนโทษและเรียกเก็บค่าปรับส่วนที่เหลือเต็มจำนวน

ชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับ จะได้รับการลดหย่อนค่าปรับกึ่งหนึ่ง แต่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมและเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลา

      กระทรวงมหาดไทยระบุว่า การแก้ไขครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดเข้ามอบตัวด้วยความสมัครใจ แทนที่จะรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคนเข้าเมือง ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของประเทศ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการเสริมสร้างประสิทธิภาพทางการปกครอง

ชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับ จะได้รับการลดหย่อนค่าปรับกึ่งหนึ่ง แต่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมและเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลา

      บทลงโทษในกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปัจจุบัน ชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า แรงงานต่างชาติที่ปล่อยให้บัตร ARC หมดอายุ หรือที่หลบหนีนายจ้างจนถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่ จะต้องชำระค่าปรับตามอัตราที่กำหนดตามระยะเวลาที่หลบหนีหรือพำนักเลยกำหนดดังนี้ :

      - ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน

      - 11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 20,000 เหรียญไต้หวัน

      - 31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 30,000 เหรียญไต้หวัน

      - 61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 40,000 เหรียญไต้หวัน

      - 91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 50,000 เหรียญไต้หวัน

นอกจากเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจำกัดสิทธิห้ามเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 7 ปี

      คนไทยที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย หากประสงค์จะกลับประเทศและมีเงินเสียค่าปรับและค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับเรียบร้อยแล้ว สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่หรือศูนย์บริการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ เพื่อยื่นเรื่องขอกลับประเทศได้ จะได้ลดหย่อนค่าปรับลงกึ่งหนึ่งตามที่กล่าวมา หรือติดต่อขอคำปรึกษาเรื่องการเข้ามอบตัวที่สายด่วน 1955

3. แรงงานต่างชาติในเถาหยวนพุ่งสูงกว่า 1.46 แสนคน คดีเกี่ยวข้องอาชญากรรมทำสถิติใหม่ ขณะที่มีตำรวจดูแลเพียง 51 คน

      ข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติทั่วไต้หวันเพิ่มขึ้นจาก 670,000 คน เป็น 866,000 คน ขณะที่แรงงานต่างชาติที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบเพิ่มจาก 55,000 คน เป็น 95,000 คน ต่อปัญหานี้ นายซูจวิ้นปิน รองผู้ว่าการนครเถาหยวน กล่าวในที่ประชุมสภาบริหารเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมาว่า ระหว่างปี 2563-2568 จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ระบบบริหารจัดการ การกำกับดูแล และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกลับไม่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เขากล่าวว่า แม้โครงการแผนยกระดับแรงงานต่างชาติของสภาบริหาร ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคมปีนี้ จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในบางอุตสาหกรรมได้บ้าง แต่ก็ทำให้ภาระงานของหน่วยงานระดับปฏิบัติการด้านการดูแลและควบคุมแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมาก

      รองผู้ว่าการนครเถาหยวนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลกลางเพิ่มอัตรากำลังให้กับตำรวจฝ่ายกิจการต่างประเทศและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งเตรียมมาตรการควบคุมและกำกับดูแลบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์

      ตามสถิติ ปี 2568 มีแรงงานต่างชาติทั่วไต้หวันเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมถึง 13,056 คน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติที่หลบหนีถึง 3,443 คน สะท้อนว่าแรงงานที่หลบหนีมีแนวโน้มเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมมากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อวิเคราะห์ประเภทคดี พบว่าเกือบ 60% เป็นคดีฉ้อโกงออนไลน์ และจากข้อมูลของนครเถาหยวนพบว่า กรณีที่แรงงานต่างชาติเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ส่วนใหญ่มาจากการรับซื้อบัญชีธนาคารเป็นบัญชีม้า

เจ้าหน้าที่เถาหยวนปฏิบัติการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายตามไซต์งานก่อสร้างและโรงงานต่าง ๆ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเถาหยวน)

      ในปี 2568 นครเถาหยวนมีแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับคดี 906 คน ในจำนวนนี้กว่า 90% เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า และในจำนวนนี้ถึง 70% เป็นกรณีที่บัญชีเริ่มถูกนำไปใช้ก่อเหตุหลังจากแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายยกเลิกหรือครบสัญญาเดินทางออกนอกไต้หวันไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าแก๊งมิจฉาชีพใช้ช่องว่างด้านเวลาอย่างแยบยล โดยรอให้แรงงานต่างชาติออกนอกประเทศก่อน แล้วจึงเริ่มใช้บัญชีเพื่อหลบเลี่ยงการสืบสวนจับกุม

      ซูจวิ้นปินระบุว่า จำนวนคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติหลบหนีในเถาหยวน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 21 คดีในปี 2567 เป็น 219 คดีในปี 2568 ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมกำลังบุคลากรทั้งด้านการบริหารแรงงานต่างชาติ การกำกับดูแลทางการเงิน และระบบข้อมูลข่าวสารของรัฐ ทั้งนี้ ปัจจุบันนครเถาหยวนมีแรงงานต่างชาติประมาณ 146,000 คน แต่มีตำรวจฝ่ายกิจการต่างประเทศเพียง 51 นาย ทำให้สัดส่วนภาระงานสูงถึง 1 ต่อ 3,000 คน ส่วนตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งรับผิดชอบการสืบสวนและตรวจจับชาวต่างชาติผิดกฎหมาย ควรมีอัตรากำลัง 39 นาย แต่ปัจจุบันยังขาดแคลนถึง 16 ตำแหน่ง และไม่สามารถเติมเต็มได้มาเป็นเวลานาน

แรงงานผิดกฎหมายถูกจับขณะลักลอบทำงานในเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเถาหยวน)

      รองผู้ว่าการนครเถาหยวนกล่าวเรียกร้องว่า ในขณะที่รัฐบาลขยายการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ควรต้องวางมาตรการกำกับดูแลทางการเงินล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ยังต้องเพิ่มกำลังตำรวจฝ่ายกิจการต่างประเทศและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมบูรณาการความร่วมมือข้ามหน่วยงาน เพื่อปิดช่องโหว่การหลอกลวง และเสริมมาตรการดูแลแรงงานต่างชาติอย่างรัดกุม

      เกี่ยวกับเรื่องนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของไต้หวัน ( FSC) ได้ออกมาตรการเพิ่มเติมอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังได้เชิญธนาคารรัฐวิสาหกิจมาหารือเรื่องการป้องกันการฉ้อโกง โดยมีการพิจารณาให้ประชาชนต้องแสดงใบหน้าเต็มรูปแบบขณะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ล่าสุด  FSC ได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานและมีมติร่วมกันว่า หากแรงงานต่างชาติสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือยกเลิกสัญญาจ้างเดินทางออกนอกประเทศ หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หรือถูกจับกุมและควบคุมตัวจากการทำงานผิดกฎหมาย รวม 4 กรณีดังกล่าว สถาบันการเงินจะดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารทันที เพื่อแก้ไขปัญหาบัญชีม้าที่เกิดจากแรงงานต่างชาติซึ่งมีจำนวนมากเกินไป

ตำรวจเถาหยวนกำลังขอดูเอกสารประจำตัวของชาวต่างชาติรายหนึ่งพบเป็นแรงงานผิดกฎหมาย (ภาพจากสถานีตำรวจเถาหยวน)

      ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจพบว่า ปัจจุบันบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของบัญชีม้าที่เพิ่มขึ้นใหม่ในระยะหลัง ทำให้คณะกรรมการกำกับสถาบันการเงินต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแรงงานต่างชาติอาจเดินทางกลับมาทำงานในไต้หวันอีกในอนาคต การปิดบัญชีถาวรจะสร้างความไม่สะดวกอย่างมาก จึงเลือกใช้วิธีอายัดบัญชีและระงับธุรกรรมชั่วคราวแทน

      สำหรับกรณีที่แรงงานต่างชาติยังมีเงินสงเคราะห์จากรัฐบาล ค่าจ้างที่นายจ้างยังจ่ายไม่ครบ หรือเงินภาษีคืนจากกรมสรรพากร ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ จะใช้วิธีเดียวกับที่กระทรวงการคลังดำเนินการในปัจจุบัน คือออกเช็คคืนเงินภาษี มอบให้นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานนำไปขึ้นเงินแล้วโอนคืนให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศไปแล้ว

แรงงานผิดกฎหมายถูกจับขณะลักลอบทำงานในเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเถาหยวน)

      แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า ฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศเมื่อครบสัญญา การหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และการถูกควบคุมตัวจากการกระทำผิดแล้ว ขั้นตอนต่อไป เพื่อให้ธนาคารสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินได้มอบหมายให้ศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (JCIC) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงแรงงาน สมาคมธนาคาร และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จัดทำโครงสร้างฐานข้อมูลสำหรับสถาบันการเงิน เพื่อบันทึกข้อมูลดังกล่าวและใช้เป็นเกณฑ์ในการควบคุมบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติ พร้อมทั้งให้สมาคมธนาคารพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขในสัญญาเปิดบัญชีของแรงงานต่างชาติ เช่น การยินยอมให้ธนาคารอายัดบัญชีโดยอัตโนมัติเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ

      นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานจะกำชับให้บริษัทจัดหางานแจ้งแรงงานต่างชาติว่า หากมีกรณีครบหรือยกเลิกสัญญาแล้วเดินทางออกนอกประเทศ หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หรือถูกจับกุม บัญชีธนาคารจะถูกอายัดและระงับการทำธุรกรรมทันที และขอให้บริษัทจัดหางานช่วยเตือนและอำนวยความสะดวกให้แรงงานต่างชาติปิดบัญชีให้เรียบร้อยก่อนเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติได้รับการว่าจ้างใหม่หรือมีเหตุผลทางกฎหมายที่จะเดินทางกลับเข้ามาทำงานอีก สามารถยื่นขอเปิดใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีไปรษณีย์อีกครั้งได้ตามขั้นตอนปกติ

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解