Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

สถานีส่งต่อความหวัง - "ปีแห่งการเยียวยา" ผู้ประสบภัยพายุไต้ฝุ่นดานัส

ผนังบ้านพังไปด้านหนึ่งเพราะพายุ แต่ได้ซ่อมแซมและวางโครงเหล็กแล้ว ที่มา: twreporter.org
ผนังบ้านพังไปด้านหนึ่งเพราะพายุ แต่ได้ซ่อมแซมและวางโครงเหล็กแล้ว ที่มา: twreporter.org

  พายุไต้ฝุ่นดานัสสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเมืองเจียอี้-นครไถหนาน ส่งผลให้บ้านเก่าจำนวนมากหลังคาเป็นรู กำแพงแตกร้าว และบางส่วนพังทลายลงมา ในขณะที่วันตรุษจีนใกล้เข้ามาทุกที ความคืบหน้าในการซ่อมแซมบ้านของผู้ประสบภัยในเมืองไถหนานไปถึงไหนแล้ว? และในวันปีใหม่นี้ พวกเขามีความหวังอะไรใหม่ๆ บ้าง?
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจเขตภัยพิบัติก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ และได้พบเห็นความคืบหน้าในการซ่อมแซมบ้านของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันออกไป

  บางคนเพิ่งเกษียณและย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดก็ต้องมาเจอภัยพิบัติ จนต้องจำใจนำเงินค่าเทอมที่เก็บไว้ให้ลูกมาซ่อมแซมบ้านบรรพบุรุษก่อน

  บางคนมีภาระหนี้สินท่วมตัว แม้จะรู้ดีว่าต้องซ่อมบ้านแต่กลับไม่มีเงินเพียงพอที่จะเริ่มลงมือ

  บางคนพยายามวิ่งเต้นหาทรัพยากรมาช่วยเหลือครัวเรือนที่อ่อนแอกว่าในชุมชน เพื่อช่วยปะหลังคาบ้าน และช่วยเยียวยาชีวิตที่สั่นคลอนหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติ

  ต่อไปนี้คือเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน 3 รายในเขตซีเป่ย นครไถหนาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยบอกเล่าผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

Ⅰ. หนี้เก่ายังใช้ไม่หมด จะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมบ้าน? ชีวิตนี้ก็ได้แต่ประคองกันไปวันๆ

2026年1月30日,台南市學甲區一處民宅的屋頂仍覆蓋著殘破的帆布。(攝影/楊子磊)

30 ม.ค. 69  หลังคาบ้านที่ถูกผ้าร่มคลุมไว้กันน้ำ ที่มา: twreporter.org

อากวน (นามสมมติ) วัย 60 กว่าปี เขตเสวียเจี่ย นครไถหนาน

  “เล่าเรื่องราวความเศร้าโศกเสียใจของฉันทั้งวันคืน ร้องไห้น้ำตาไหล หวังเพียงให้เธอกลับมาหาในเร็ววัน…”
เนื้อเพลง “รอเธอกลับมา” (望你早歸) นี้ แม่ของผมไปเรียนมาจากกลุ่มปฏิบัติธรรมแถวบ้านครับ ปีนี้แม่ก็อายุ 80 กว่าแล้ว หูก็ไม่ค่อยดี ตาฟาง แถมขาก็ไม่ค่อยมีแรง เดินเหินลำบาก

  หลังจากที่ผมกับน้องชายแต่งงานออกจากบ้านไป น้องชายจะส่งเงินมาให้แม่เดือนละ 5,000 เหรียญ ส่วนผมพอเกษียณแล้ว ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ผมจะกลับมาอยู่ที่เสวียเจี่ย เพื่อคอยดูแลและอยู่เป็นเพื่อนท่าน เราประทังชีวิตด้วยเงินที่น้องชายส่งมา บวกกับเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุของแม่เดือนละ 8,000 เหรียญ

  ผมเคยคิดจะรับแม่ไปอยู่ด้วยกันในตัวเมืองนะ แต่ก็นั่นแหละ อยู่ตึกแถวจะไปไหนมาไหนต้องขึ้นลงลิฟต์ แกไม่ชินหรอก แกบอกว่ามันวุ่นวายยุ่งยาก ดึงดันจะอยู่ที่บ้านทรงโบราณในชนบทแบบนี้ดีกว่า เพราะแกคุ้นเคยทางไปไหนมาไหนก็สะดวกกว่าสำหรับแก

  ปีที่แล้ว (2025) พายุไต้ฝุ่นดานัสพัดถล่ม พื้นที่แถบชายฝั่งเสียหายหนักมาก หลังคาห้องนอนที่บ้านผมพังเสียหายไปถึง 2 ห้อง ตอนแรกรัฐบาลให้เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่บ้านเรือนเสียหายจำนวน 50,000 เหรียญ ต่อมาก็มีเงินเยียวยาสำหรับเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนเพิ่มให้อีก 20,000 เหรียญ แต่ในความเป็นจริงน่ะเหรอ? ถ้าไม่มีเงิน 100,000 เหรียญ ขึ้นไป จะซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้หรอก แล้วผมจะเอาเงินมาจากไหน? ถ้าผมรับเงิน 20,000 เหรียญนั้นมา แต่สุดท้ายไม่ได้ซ่อม เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าผมฉ้อโกงหรือหลอกลวงรัฐเอาได้ ผมก็เลยตัดสินใจไม่ยื่นขอรับเงินก้อนนั้นไปเลยดีกว่า

  เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมพยายามทำธุรกิจเล็ก ๆ ด้วยการซื้อรถกระบะมาคันหนึ่งเพื่อวิ่งขายผลไม้ แต่โชคร้ายรถดันถูกขโมยไป ทำให้ไม่มีเครื่องมือทำมาหากิน ชีวิตไปต่อไม่ได้ สุดท้ายผมเลยต้องจำใจกู้เงินจากธนาคาร กู้ที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง รวม ๆ แล้วเป็นหนี้มากกว่า 1,000,000 เหรียญ ผ่านไปหลายปี ดอกเบี้ยมันน่ากลัวมากครับ แต่ตอนนั้นผมไม่มีปัญญาใช้คืนจริง ๆ ก็ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้ถ้าพอมีเงินเก็บมาได้บ้าง ผมก็นำไปทยอยใช้หนี้ คุณเห็นที่เขียนไว้บนผนังนั่นไหม? นั่นแหละครับ รายชื่อธนาคาร ชื่อเจ้าหน้าที่ติดต่อ และปีที่ผมเริ่มทยอยใช้หนี้คืน

  โชคยังดีที่ห้องสองห้องที่ไม่มีเงินซ่อมนั่น ปกติไม่มีคนนอนอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ใช้เก็บพวกข้าวของเครื่องใช้สมัยแต่งงานของแม่กับพวกเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ หลังจากพายุถล่ม พวกอาสาสมัครก็มาช่วยเอาผ้าใบคลุมหลังคาไว้ให้ แต่พอนานวันเข้า ผ้าใบมันก็เปื่อยขาด พอฝนตกทีไร ข้าวของข้างในก็เปียกไปหมด ตอนแรกผมกะว่าจะโละของพวกนี้ทิ้งให้หมด แต่คนแก่น่ะครับ ท่านเสียดาย ตัดใจทิ้งไม่ลง ผมเลยคิดว่า งั้นหาแผ่นกระเบื้องมาวางปิดๆ ไว้ก็น่าจะพอ ผมเลยไปขอแบ่งกระเบื้องเก่าๆ มาจากเพื่อนบ้าน แต่ตัวผมเองขาไม่มีแรง ปีนที่สูงไม่ไหว คงต้องรอน้องชายกลับมาช่วงตรุษจีน แล้วค่อยให้เขาปีนขึ้นไปช่วยวางเรียงปิดรอยรั่วทีละแผ่นๆ

  คุณถามผมว่าปีใหม่นี้มีแผนอะไรไหมเหรอ? ก็ไม่มีหรอกครับ อายุขนาดนี้แล้วจะไปคาดหวังอะไรอีกล่ะ? ชีวิตคนเรามันก็แค่นี้แหละ เดินไปทีละก้าว ประคองกันไปวัน ๆ

Ⅱ. บ้านบรรพบุรุษร้อยปีซ่อมไม่เสร็จ กลัวบรรพบุรุษจะมาตีเอาในฝัน เลยต้องกลับไปทำงานเป็นรปภ. 

向政府申請的重建補助不夠用,台南市七股區頂山里居民陳興邦只好將原本留給孩子的學費先拿來修補祖厝。(攝影/楊子磊)

เฉินซิ่งปัง สละทุนค่าเทอมลูกมาซ่อมบ้าน ที่มา: twreporter.org

เฉินซิ่งปัง (陳興邦) วัย 68 ปี เขตชีกู่ นครไถหนาน

  เมื่อก่อนผมทำงานในโรงงานผลิตรองเท้า เคยถูกส่งไปประจำที่สิงคโปร์และจีนแผ่นดินใหญ่ เรียกได้ว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตผมอยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งเกษียณในปี 2023 ผมจึงย้ายจากจีนกลับมาอยู่บ้านเกิดที่เขตชีกู่ นครไถหนาน โดยอาศัยอยู่กับอาสะใภ้และน้องสาว ส่วนลูกสาวของผม เนื่องจากเธอเติบโตที่จีนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งระบบการศึกษาและนิสัยการกินอยู่ต่างจากไต้หวันมาก เธอจึงตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยต่อที่นั่น โดยมีภรรยาของผมคอยอยู่ดูแล

  ตรุษจีนปีนี้ เมื่อคำนวณดูแล้วค่าตั๋วเครื่องบินแพงเอาเรื่อง ผม ภรรยา และลูก เลยตัดสินใจว่าต่างคนต่างฉลองกันเอง มื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่าก็คงกินอะไรง่ายๆ ไป อย่างมื้อเย็นวันนี้ หัวปลาและกระดูกหมูที่เห็นนี่ เพื่อนบ้านที่ทำงานในตลาดสดเขาเอามาฝากครับ แล้วผมก็ผัดเห็ดเข็มทองห่อละสิบกว่าเหรียญเพิ่มอีกอย่าง แค่นี้ก็ถือเป็นหนึ่งมื้อแล้ว ผมพยายามประหยัดเงินทุกส่วนที่ประหยัดได้ เพื่อโอนไปให้พวกเขาสองคนใช้ชีวิตอยู่ที่โน่น

  หลังจากกลับมาไต้หวันได้ไม่นาน ผมก็ต้องมาเจอกับพายุไต้ฝุ่นดานัส และต้องเสียเงินก้อนโตไปกับการซ่อมแซม อย่างห้องครัวห้องนี้ แม้หลังคาจะไม่ได้ปลิวหายไปทั้งแถบ แต่ก็มีรูรั่วเป็นสิบๆ จุด บวกกับหลังคาห้องอื่น ๆ อีกหลายห้องที่พังทลายลงมา ความเสียหายรุนแรงมาก ครั้งหนึ่งเคยมีหน่วยงานการกุศลเข้ามาเยี่ยมเยียนและรับปากว่าจะช่วยซ่อมแซมบ้านให้ แต่ภายหลังพวกเขากลับบอกว่าจำบ้านผิดหลัง ผมก็ดีใจเก้อเลย

  ตอนที่ยื่นขอเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรัฐบาล ในตอนแรกเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการเขตมาสำรวจแล้วตั้งใจจะอนุมัติให้แค่ 50,000 เหรียญ แต่ผมพยายามชี้แจงความเสียหายอย่างเต็มที่จนได้ขยับขึ้นมาเป็น 100,000 เหรียญ

  ใครจะรู้ว่า พอช่างมาประเมินราคาซ่อมจริง กลับเรียกเก็บสูงถึง 400,000 กว่าเหรียญ! ต่อให้รวมเงินช่วยเหลือค่าขนย้ายของผม อาสะใภ้ และน้องสาวอีก 90,000 เหรียญ กับเงินเยียวยาเร่งฟื้นฟูบ้านอีก 20,000 เหรียญ เข้าไปด้วยกันแล้ว เงินมันก็ยังไม่พออยู่ดี

  สุดท้ายผมไม่มีทางเลือก ต้องจำใจเอาเงินเก็บที่เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้เป็นค่าเทอมของลูกทั้งหมด ออกมาทุ่มให้กับการซ่อมบ้านในครั้งนี้
เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2025) ในที่สุดงานซ่อมแซมก็เสร็จสิ้นไปเปลาะหนึ่ง หลังคาที่พังเสียหายอย่างเห็นได้ชัดถูกมุงใหม่ด้วยแผ่นเมทัลชีท และมีการเสริมโครงสร้างเหล็กภายในตัวบ้านเพื่อความแข็งแรง

  แต่ทว่า ฝีมือการทำงานของช่างกลับไม่ค่อยดีนัก พอฝนตกหนักน้ำก็ยังรั่วซึมตามรอยแยกของผนังอยู่ดี ช่างรับปากว่าจะกลับมาซ่อมแก้ให้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่โผล่มาเลย ส่วนหลังคาและผนังจุดอื่นๆ ที่มีรอยแตกเล็กน้อย ผมก็ปีนขึ้นไปทาพวกน้ำยากันซึมและโบกปูนปิดงานเองบ้าง จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ผมเกิดพลาดตกลงมาครั้งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นผมก็ไม่กล้าปีนขึ้นไปอีกเลย

  ห้องบางห้องที่ยังไม่มีเงินซ่อม มองจากภายนอกหลังคาก็ดูเหมือนจะปกติดี แต่โครงสร้างข้างในมันบิดเบี้ยวและทรุดตัวลงมาหมดแล้ว ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันจะถล่มลงมาเมื่อไหร่ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ผมเลยบอกให้อาสะใภ้กับน้องสาวย้ายออกไปอยู่ที่อื่นก่อน ส่วนตัวผมเองจะขออยู่ที่นี่คนเดียว ประคองไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะไหว

  ทั้งค่าซ่อมบ้าน ค่าเทอมลูกสาว และค่าใช้จ่ายของคนทั้งสามคน ทุกอย่างตกเป็นภาระของผมคนเดียว โดยใช้เพียงเงินบำนาญและเงินเก็บที่มี แล้วผมจะทนไหวได้ยังไง? แต่บ้านบรรพบุรุษหลังนี้อายุกว่า 100 ปีแล้ว ถ้าไม่ซ่อม ผมก็กลัวว่าบรรพบุรุษจะมาตีเอาในฝัน และถ้าในอนาคตเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่กว่านี้ บ้านทั้งหลังก็คงพังครืนลงมาหมด
ล่าสุด ผมตัดสินใจไปสมัครงานเป็นรปภ. กะกลางคืน เริ่มงานตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า ซึ่งจะทำให้ผมมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 30,000 เหรียญ เพียงแต่ตอนที่เดินตรวจตรากลางดึก ผมมักจะตกใจเสียงนกในป่าละแวกนั้นอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าไม่ทำ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ชีวิตล่ะครับ?

Ⅲ. มองครอบครัวกลุ่มเปราะบางเป็นเหมือนคนในบ้าน ทั้งส่งข้าวกล่องและช่วยวิ่งเต้นขอทุนซ่อมบ้านการกุศล

台南市學甲區一處民宅的牆面上有著模糊的手寫字跡,上頭寫著「明天可能會有太陽了」。(攝影/楊子磊)

"พรุ่งนี้น่าจะมีแดดออกแล้ว" คำเขียนบนผนังบ้าน ณ เขตเสวียเจี่ย ที่มา: twreporter.org

กัวจือหลิง (郭姿伶) วัย 55 ปี เขตเสวียเจี่ย นครไถหนาน

  ฉันเป็นคนในพื้นที่ แต่งงานแล้วก็ยังอยู่ที่เสวียเจี่ย ตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยเจอภัยธรรมชาติที่รุนแรงเท่ากับพายุไต้ฝุ่นดานัสครั้งนี้เลย เมื่อก่อนอย่างมากก็แค่น้ำท่วม เฟอร์นิเจอร์เสียหาย แต่ตัวบ้านไม่ได้พังไปด้วย ทว่าครั้งนี้หลายบ้านหลังคาพังยับเยินเลย

  ฉันกับสามีอาศัยอยู่ในบ้านทรงโบราณหลังเดียวกับอาซึ่งเป็นเพื่อนของครอบครัว กระเบื้องหลังคาบ้านเราถูกแผ่นเมทัลชีทจากบ้านข้างๆ ปลิวมาฟาดจนแตกกระจาย ยังดีที่สามีของฉันเป็นช่างทำหลังคาเหล็กอยู่แล้ว เราเลยซ่อมแซมกันเองได้ แต่เนื่องจากบ้านหนึ่งหลังสามารถยื่นขอเงินเยียวยาได้เพียงครั้งเดียว เมื่อคุณอาซึ่งเป็นเจ้าของบ้านยื่นขอไปแล้ว พวกเราก็เลยไม่ได้รับเงินส่วนนั้น ลำพังแค่ค่าวัสดุอย่างเดียวเราก็ควักกระเป๋าจ่ายไปถึง 200,000 เหรียญ

  ลูก ๆ ทั้ง 4 คนของฉันแต่งงานและย้ายออกไปหมดแล้ว ตอนนี้ฉันเปิดร้านอาหารอยู่ในเสวียเจี่ย คนในละแวกนี้ที่ชีวิตค่อนข้างลำบากบางครั้งก็จะมาทานข้าวที่ร้านของฉัน อย่างเช่น อาฮุ่ย (นามสมมติ) ตอนที่ฉันรู้จักเธอครั้งแรก สามีของเธอเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต่อมาฉันถึงได้รู้ว่าทั้งตัวเธอและต้าเหลียง (นามสมมติ) ลูกชายของเธอ ต่างก็มีความบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย ทั้งคู่ต้องประทังชีวิตด้วยเงินสวัสดิการเพียงไม่กี่พันเหรียญต่อเดือน

  ต้าเหลียงทำงานไม่ค่อยเป็นหลักเป็นแหล่ง นาน ๆ ทีถึงจะได้ไปรับจ้างทำงานจิปาถะกับคณะงิ้วที่เกาสง ส่วนอาฮุ่ยน่ะเธอชอบซื้อเสื้อผ้า แต่เธอไม่มีทักษะในการคำนวณเงินเลย แถมยังขึ้นรถเมล์ออกไปหางานทำข้างนอกไม่เป็นด้วย

  ฉันเคยคิดนะว่า ลำพังเงินช่วยเหลือแค่ไม่กี่พันเหรียญ จะใช้ชีวิตรอดได้ยังไง? แล้วถ้าเอาเงินอุดหนุนไปใช้จ่ายสะเปะสะปะจนหมดจะทำยังไง? เมื่อก่อนเคยมีพวกผู้ชายบางคนชอบมารังแกอาฮุ่ย เข้ามาแต๊ะอั๋งฉวยโอกาสกับเธอ แล้วก็ให้เงินเธอเล็กๆ น้อยๆ เป็นการแลกเปลี่ยน พอฉันเห็นแบบนั้น เลยบอกกับเธอว่า เธอมาช่วยงานที่ร้านฉันดีกว่า มาช่วยหั่นผักล้างผักที่นี่ อย่างน้อยก็มีข้าวให้กิน แถมฉันจะมีเงินค่าขนมให้เธอไว้ใช้ด้วย

  หลังพายุดานัส หลังคาบ้านของอาฮุ่ยพังยับเยิน แถมกำแพงก็พังถล่มลงมาด้วย นอกจากเวลานอนตอนกลางคืนแล้ว เวลาส่วนใหญ่เธอและลูกชายต้องไปอาศัยอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์ของหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว ครอบครัวของเธอไม่ได้สิทธิ์เป็นผู้มีรายได้น้อย และก็ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่อายุเกิน 65 ปี ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะขอรับการซ่อมแซมฟรีจากกองสวัสดิการของที่ว่าการเขตได้ แต่แล้วเธอจะมีเงินที่ไหนมาซ่อมบ้านเองล่ะ?

  ฉันนอกจากจะคอยขับรถพาพวกเธอวิ่งวุ่นไปยื่นเรื่องขอเงินเยียวยาตามที่ต่างๆ แล้ว ยังพยายามรบเร้าขอทรัพยากรช่วยเหลือจากหน่วยงานการกุศลผ่านทางที่ว่าการเขตอยู่ตลอด ในใจฉันยังเคยคิดเลยว่า ถ้าพวกเธอไม่ไหวจริงๆ ก็ให้ย้ายมาอยู่ที่บ้านฉันก่อนก็ได้ 

  ในที่สุด ความพยายามก็เป็นผล ที่ว่าการเขตช่วยติดต่อหาบริษัทใจดีแห่งหนึ่งมาได้ พวกเขาไม่เพียงแต่ซ่อมหลังคาให้เท่านั้น แต่ยังยินดีนำวัสดุที่เหลือจากการก่อสร้างมาช่วยปะกำแพงให้ด้วย โดยคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพียง 25,000 เหรียญ เท่านั้นเอง

  เอาเข้าจริง ความเสียหายจากพายุครั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องแย่ไปเสียหมดนะ เดิมทีสวนหน้าบ้านของพวกเขามีหญ้ารกชันสูงเท่าตัวคน แถมยังสะสมพวกเฟอร์นิเจอร์เก่า เสื้อผ้า และตุ๊กตาที่ทิ้งแล้วไว้เต็มไปหมด สภาพแวดล้อมแย่มากจริงๆ พายุถล่มครั้งนี้เลยถือเป็นโอกาสดีที่ได้ปัดกวาดทำความสะอาดขนานใหญ่

  คำนวณดูแล้ว ฉันช่วยครอบครัวนี้มา 4 ปีแล้ว เวลาอาฮุ่ยเจอเรื่องไม่สบายใจ เธอจะร้องไห้มาหาฉันที่บ้านแทบวันเว้นวัน วันหนึ่งโทรหาฉัน 3-4 รอบ คอยถามว่า "พี่อยู่ไหน?" "ทำอะไรอยู่?" บางทีโทรมาตอน 5 ทุ่ม ฉันก็ไม่กล้าไม่รับ เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป สามีฉันก็มีบ่นๆ บ้าง แต่บ่นไปอย่างนั้นแหละค่ะ สุดท้ายเขาก็เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ฉันเลือกทำ

  บางทีฉันอาจจะเป็นพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านมั้งคะ จะให้ควักเงินก้อนโตช่วยน่ะฉันไม่มีหรอก แต่ถ้าแค่เพิ่มตะเกียบอีกคู่น่ะไม่มีปัญหาเลย
ก่อนตรุษจีน มีองค์กรไม่แสวงหากำไรส่งไก่ตุ๋นหอยเชลล์มาให้บ้านพวกเขาเป็นอาหารฉลองปีใหม่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รอจนถึงวันไหว้หรอกค่ะ เผลอแป๊บเดียวก็กินกันจนหมดเสียแล้ว เดี๋ยวช่วงตรุษจีนฉันคงแวะไปดูพวกเขาสักหน่อย คอยส่งข้าวกล่องให้ หรือไม่ก็ชวนมาทานข้าวที่บ้าน ฉันมองเธอเหมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่ง ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่เสวียเจี่ย ฉันก็ยินดีที่จะช่วยเหลือเธอต่อไป

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解