Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569

ขุนพลแรงงานไทย ยอดโอนเงินกลับประเทศผ่านแอปปี 68 ทะลุ 1.29 แสนล้าน เฉลี่ย 10,447 TWD/ครั้ง
ขุนพลแรงงานไทย ยอดโอนเงินกลับประเทศผ่านแอปปี 68 ทะลุ 1.29 แสนล้าน เฉลี่ย 10,447 TWD/ครั้ง

1. ตลาดโอนเงินแรงงานต่างชาติในไต้หวันโตพุ่ง! ยอดธุรกรรมปี 68 ทะลุ 1.29 แสนล้าน สถิติชี้โอนเฉลี่ยกว่า 1 หมื่นเหรียญต่อครั้ง

      คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวัน (FSC) เปิดเผยสถิติล่าสุดพบว่า มูลค่าการโอนเงินออกนอกประเทศของแรงงานต่างชาติผ่านแอปพลิเคชันในปี 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทะลุหลักแสนล้านเหรียญไต้หวัน สะท้อนให้เห็นว่า แรงงานต่างชาติที่หันมาใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลที่ถูกกฎหมายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แรงงานต่างชาติในไต้หวันหันมาใช้บริการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัลที่ถูกกฎหมายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ภาพจาก ftvnews.com.tw)

      FSC รายงานว่า ตลอดปี 2568 มูลค่าการโอนเงินออกต่างประเทศของแรงงานต่างชาติผ่านแอปพลิเคชันมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 129,111.36 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 53.36 ขณะที่จำนวนรายการธุรกรรมพุ่งทะลุ 12.35 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.18 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ร้านค้าบริการแรงงานต่างชาติหลังสถานีรถไฟเถาหยวน (ภาพจาก chinatimes.com)

      เจ้าหน้าที่ FSC ระบุว่า ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตทั้งด้านมูลค่าและจำนวนธุรกรรม มาจากการที่ผู้ให้บริการเร่งขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแรงงานต่างชาติมีความคุ้นเคยและเชื่อมั่นในการใช้บริการโอนเงินผ่านแอปที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง

สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน

      ปัจจุบัน FSC ให้ใบอนุญาตผู้ให้บริการโอนเงินรายย่อยผ่านแอปสำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว 5 ราย ได้แก่ Qpay, Digital Idea, Thaimoney, May God และ Remitech Finance International โดยในจำนวนนี้มีเพียง Qpay และ Thaimoney ที่เปิดให้บริการแก่แรงงานไทยแล้ว ส่วน May God อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ FSC ระบุว่ายังมีผู้ให้บริการอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างยื่นขอใบอนุญาต เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่แรงงานต่างชาติมากยิ่งขึ้น

สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน

      ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 มีผู้ใช้งานลงทะเบียนสะสมรวมทั้งสิ้น 998,188 ราย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าจำนวนแรงงานต่างชาติที่พำนักอยู่จริงในไต้หวัน ซึ่งอยู่ที่ 866,275 คน ตามสถิติของกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าแรงงานหนึ่งคนอาจลงทะเบียนใช้งานมากกว่าหนึ่งแอปพลิเคชัน คล้ายกับการถือบัตรเครดิตหลายใบในเวลาเดียวกัน

สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน

      เมื่อคำนวณจากยอดรวม พบว่าในปี 2568 แรงงานต่างชาติมียอดโอนเงินเฉลี่ย 10,447 เหรียญไต้หวันต่อครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่อยู่ที่ 9,413 เหรียญไต้หวัน คิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 11 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แนวโน้มสังคมสูงวัยและการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมของไต้หวันจะผลักดันให้จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นในอนาคต และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ตลาดโอนเงินกลุ่มนี้ขยายตัวต่อเนื่อง

สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน

      สำหรับเงื่อนไขการใช้บริการ การโอนเงินผ่านแอปดังกล่าวเป็นการโอนทางเดียวจากไต้หวันไปยังประเทศปลายทางเท่านั้น และมีการกำหนดวงเงินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินและป้องกันความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยจำกัดไว้ที่ไม่เกิน 30,000 เหรียญไต้หวันต่อรายการ ไม่เกิน 50,000 เหรียญต่อเดือน และไม่เกิน 500,000 เหรียญต่อปีรวมทุกแอปพลิเคชัน หากต้องการโอนเกินวงเงินรายเดือน แรงงานสามารถใช้บริการของผู้ให้บริการหลายรายร่วมกันได้ แต่ยอดรวมทั้งปียังคงต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด

สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน

      ทั้งนี้ วงเงินข้างต้นใช้บังคับเฉพาะการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทรับโอนเงินรายย่อยสำหรับแรงงานต่างชาติเท่านั้น ไม่ครอบคลุมการโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารซึ่งสามารถทำได้โดยไม่นับรวมยอดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากยอดโอนผ่านเคาน์เตอร์สูงกว่ารายได้ปกติ ธนาคารจะขอหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน เช่น เงินชดเชยจากกองทุนประกันแรงงาน โบนัสจากนายจ้าง หรือหลักฐานการทำงานล่วงเวลา เนื่องจากการโอนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารต้องเป็นไปตามกฎระเบียบธนาคารและกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

2. ไม่เข็ด! ตำรวจบุกตรวจซ้ำโรงงานแปรรูปโลหะกลางหุบเขาอู๋กู่ รวบ 14 ผีน้อยไทย นายจ้างแสบโดนโทษจำคุก-ค่าปรับหลักล้าน

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงผลปฏิบัติการบุกตรวจค้นโรงงานแปรรูปโลหะในพื้นที่ห่างไกลของเขตอู๋กู่ถึง 2 ครั้ง ในช่วงปีที่ผ่านมา สามารถจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 21 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว 14 ราย ก่อนส่งเรื่องให้กองแรงงานนครนิวไทเปพิจารณาบทลงโทษตามกฎหมายการจ้างงานต่อไป

ตำรวจบุกตรวจโรงงานแปรรูปโลหะกลางหุบเขาอู๋กู่ถึง 2 ครั้ง จับกุมชาวต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย 21 ราย เป็นผีน้อยไทย 14 ราย (ภาพจาก nexapple.com)

ปฏิบัติการครั้งแรก ฝ่าดงเขาตรวจค้นกลางดึก จับได้ 6 ราย

      จากการสืบสวนและรับแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าตรวจค้นโรงงานแห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมของปีที่ผ่านมา โรงงานตั้งอยู่บนภูเขาที่เข้าถึงยาก มีถนนคดเคี้ยวและสภาพพื้นที่ซับซ้อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมต้องลงพื้นที่สำรวจเส้นทางในยามค่ำคืนท่ามกลางเสียงสุนัขเห่าหอน เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างยากลำบาก

      เมื่อเข้าถึงโรงงานได้ เจ้าหน้าที่พบแรงงานต่างชาติกำลังทำงานแปรรูปโลหะโดยไม่ทันระวังตัว จึงสามารถบันทึกภาพหลักฐานการทำงานผิดกฎหมายได้อย่างครบถ้วน ผลการปฏิบัติการครั้งแรกจับกุมผู้กระทำผิดได้ 6 ราย เป็นชาวไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวและพำนักเกินกำหนดวีซ่า 5 ราย และแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายอีก 1 ราย นายอู๋ ซึ่งเป็นนายจ้าง ถูกกองแรงงานนครนิวไทเปสั่งปรับเป็นเงิน 350,000 เหรียญไต้หวัน

ตำรวจบุกตรวจโรงงานแปรรูปโลหะกลางหุบเขาอู๋กู่ถึง 2 ครั้ง จับกุมชาวต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย 21 ราย เป็นผีน้อยไทย 14 ราย (ภาพจาก nexapple.com)

ไม่เข็ดหลาบ ถอดป้ายหนีกฎหมาย แต่ถูกบุกตรวจซ้ำอีกครั้ง

      แม้จะเคยถูกปรับไปแล้ว นายอู๋กลับไม่ยอมเลิกพฤติกรรม โดยใช้วิธีถอดป้ายชื่อโรงงานออกเพื่อพรางตาเจ้าหน้าที่ และเปลี่ยนมาดำเนินการในนามบุคคลธรรมดาแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและจ้างแรงงานผิดกฎหมายต่อไปตามเดิม

      เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสการกระทำผิดซ้ำ จึงวางแผนบุกตรวจค้นอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผลการตรวจค้นพบเป็นชาวไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวและพำนักเกินกำหนดวีซ่า 9 ราย โดย 5 รายกำลังทำงานขัดแต่งโลหะอยู่ที่ชั้น 1 และอีก 4 รายพักผ่อนอยู่ในหอพักชั้น 2 เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีและเตรียมส่งกลับประเทศต่อไป ส่วนนายอู๋นั้น นอกจากต้องเผชิญค่าปรับจำนวนมากแล้ว ยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาด้วย ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตำรวจบุกตรวจโรงงานแปรรูปโลหะกลางหุบเขาอู๋กู่ถึง 2 ครั้ง จับกุมชาวต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย 21 ราย เป็นผีน้อยไทย 14 ราย (ภาพจาก nexapple.com)

      โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเประบุว่า จะยังคงเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อปราบปรามแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายและกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิในการทำงานของประชาชนชาวไต้หวันและแรงงานต่างชาติที่ถูกกฎหมาย

      พร้อมกันนี้ยังฝากเตือนไปยังนายจ้างทุกรายให้ปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานอย่างเคร่งครัด โดยต้องยื่นขออนุญาตจ้างแรงงานต่างชาติให้ถูกต้องก่อนทุกครั้ง หากฝ่าฝืนจ้างชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 150,000 ถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน และหากกระทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี จะถูกดำเนินคดีอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน ทางการจึงขอเตือนว่า อย่าเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายเพียงเพราะหวังผลประโยชน์ระยะสั้น เพราะอาจนำมาซึ่งความเสียหายที่หนักกว่าหลายเท่าในภายหลัง

3. รวบ 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย รับจ้างขนยาจากไทยเข้าไต้หวัน หวังเงินค่าจ้าง 5,000 แต่พลาดท่าแผนลวง “สลับของ” ของตำรวจ

      สำนักงานอัยการเมืองหยุนลินแถลงผลการดำเนินคดีขบวนการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศไทย โดยมีผู้ต้องหาเป็นแรงงานชาวเวียดนาม 2 ราย ได้แก่ นายเหงียน อายุ 42 ปี และนายเจิ่น อายุ 25 ปี ซึ่งร่วมกันลักลอบนำเข้ากัญชาน้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม มูลค่าตลาดกว่า 3 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยซุกซ่อนมาในบรรจุภัณฑ์หมวกคลุมผมและครีมบำรุงเส้นผมเพื่อพรางสายตาเจ้าหน้าที่ ทั้งคู่ถูกจับกุมได้จากปฏิบัติการ "สลับของในพัสดุ" ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอัยการได้สั่งฟ้องเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ในข้อหาลักลอบขนส่งยาเสพติด ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกไม่น้อยกว่า 10 ปี พร้อมปรับสูงสุด 15 ล้านเหรียญไต้หวัน

รวบ 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย รับจ้างขนยาจากไทยเข้าไต้หวัน หวังเงินค่าจ้าง 5,000 แต่พลาดท่าแผนลวง "สลับของ" ของตำรวจ (ภาพจากสำนักงานอัยการหยุนหลิน)

      เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านเกาสงตรวจพบพัสดุต้องสงสัยที่ส่งมาจากประเทศไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบกัญชาบรรจุอยู่ภายในรวม 10 ห่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจจึงวางแผนปฏิบัติการ "สลับของ" โดยนำกัญชาทั้งหมดออกจากกล่องพัสดุแล้วแทนที่ด้วยหญ้าหางกระต่าย ก่อนปล่อยให้พนักงานไปรษณีย์นำส่งตามที่อยู่ปลายทางที่ระบุไว้ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ในที่สุด

รวบ 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย รับจ้างขนยาจากไทยเข้าไต้หวัน หวังเงินค่าจ้าง 5,000 แต่พลาดท่าแผนลวง "สลับของ" ของตำรวจ (ภาพจากสำนักงานอัยการหยุนหลิน)

      จากการสืบสวน พบว่านายเหงียนมีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ส่วนนายเจิ่นเคยทำงานในบริษัทเดียวกันมาก่อน ทั้งคู่ได้รับการติดต่อจากผู้บงการในต่างประเทศที่ยังไม่ทราบตัวตน ให้ช่วยรับและกระจายยาเสพติดเพื่อแลกกับค่าจ้างเพียง 5,000 เหรียญไต้หวันเท่านั้น

รวบ 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย รับจ้างขนยาจากไทยเข้าไต้หวัน โดยซุกซ่อนมาในบรรจุภัณฑ์หมวกคลุมผมและครีมบำรุงเส้นผมเพื่อพรางสายตาเจ้าหน้าที่ (ภาพจากสำนักงานอัยการหยุนหลิน)

      แผนการดำเนินงานคือให้ส่งพัสดุไปยังตำบลหลุนเป่ย เมืองหยุนหลิน จากนั้นนายเหงียนจะไปรับพัสดุแล้วนำไปยังเพิงพักคนงานใกล้เขตอุตสาหกรรมม่ายเหลียว เพื่อแยกและบรรจุใหม่ก่อนกระจายต่อ อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม และสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลาง ได้แก่ พัสดุที่ถูกสลับแล้ว และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสื่อสาร ในช่วงเดือนตุลาคมและธันวาคมที่ผ่านมา

รวบ 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย รับจ้างขนยาจากไทยเข้าไต้หวัน หวังเงินค่าจ้าง 5,000 แต่พลาดท่าแผนลวง "สลับของ" ของตำรวจ (ภาพจากสำนักงานอัยการหยุนหลิน)

      สำนักงานอัยการหยุนลินสรุปสำนวนและยื่นฟ้องต่อศาลในสองข้อหาหลัก ได้แก่ การละเมิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ฐานนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 และความผิดฐานลักลอบนำเข้าสินค้าควบคุม โดยโทษสูงสุดตามกฎหมายคือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกไม่น้อยกว่า 10 ปี และปรับสูงสุดถึง 15 ล้านเหรียญไต้หวัน

รวบ 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย รับจ้างขนยาจากไทยเข้าไต้หวัน หวังเงินค่าจ้าง 5,000 แต่พลาดท่าแผนลวง "สลับของ" ของตำรวจ (ภาพจากสำนักงานอัยการหยุนหลิน)

      สำนักงานอัยการระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปแบบการลักลอบขนยาเสพติดมีความซับซ้อนและแนบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมักอาศัยการส่งพัสดุข้ามพรมแดนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงดำเนินมาตรการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ศุลกากร และหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมด้านยาเสพติด และรักษาความปลอดภัยของสังคมรวมถึงสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解