Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

ชีพจรเศรษฐกิจ 16 มีนาคม 2569
ชีพจรเศรษฐกิจ 16 มีนาคม 2569

สหรัฐฯ-เดนมาร์ก เปิดฉากเจรจา "กรีนแลนด์"! เดนมาร์กขีดเส้นตาย "คุยได้ทุกเรื่อง ยกเว้นอธิปไตย"

    หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกลางเวทีดาวอสเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าได้บรรลุ "ข้อตกลงกรอบเบื้องต้น" ในปัญหากรีนแลนด์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มกราคม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯและเดนมาร์กได้เริ่มเปิดฉากการเจรจาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยฝ่ายเดนมาร์กประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ยินดีเจรจาความร่วมมือในด้านต่างๆ ตราบใดที่ไม่ล่วงล้ำเส้นตายเรื่อง "อธิปไตยของกรีนแลนด์" ในวันเดียวกัน นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา โดยย้ำว่าทรัมป์ไม่มีแผนที่จะใช้กำลังทหารกับกรีนแลนด์ และแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่น่าพอใจได้ในที่สุด พร้อมระบุว่ากระบวนการหลังจากนี้จะเป็นการทำงานทางการทูตที่ "เป็นมืออาชีพและตรงไปตรงมา" การเจรจาภายใต้ "เส้นแดง" ของเดนมาร์ก สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การเจรจาเริ่มขึ้นบนพื้นฐานของ "กรอบข้อตกลง" โดยนาย Oliver Routhe Skov โอลิเวอร์ รูเทอ สกอฟ โฆษกสถานทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐฯ ระบุว่า การพบปะครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือถึงวิธีการตอบสนองต่อความกังวลด้านความมั่นคงในแถบอาร์กติกของสหรัฐฯ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเคารพเส้นแดง (Red Line) ของเดนมาร์ก

    ในขณะเดียวกัน ผู้นำของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้เดินทางไปยังกรุงเบอร์ลินและปารีสในสัปดาห์นี้ เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากชาติพันธมิตรยุโรป เจ้าหน้าที่เดนมาร์กย้ำว่า หากไม่แตะต้องเรื่องอธิปไตย พวกเขาก็พร้อมที่จะเจรจาและทบทวนความร่วมมือในกรีนแลนด์ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ของ Bloomberg ที่ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาแก้ไขข้อตกลงป้องกันประเทศปี 1951 เพื่อขจัดข้อจำกัดต่างๆ ทางทหารของสหรัฐฯ บนเกาะแห่งนี้

    ทางด้านสำนักข่าว POLITICO รายงานว่า ในระหว่างการให้การต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศของวุฒิสภา นายรูบิโอพยายามลดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณความต้องการของทรัมป์ที่อยากเห็น NATO ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง รูบิโอกล่าวกับ คริส คูนส์ สว.พรรคเดโมแครตว่า "ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องสังเกตว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุชัดเจนมากในสุนทรพจน์ที่ดาวอสว่า สหรัฐฯ จะไม่ใช้กำลังทหาร ดังนั้น ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเราจะได้ผลลัพธ์ที่ดี" เขายังเน้นย้ำว่า การเจรจาต่อจากนี้จะเข้าสู่โหมด "ทางการทูตที่ตรงไปตรงมาและเป็นมืออาชีพอย่างมาก" และจะไม่ใช่การพูดคุยที่กลายเป็น "คณะละครสัตว์ในหน้าสื่อ" (Media Circus) ในทุกครั้งที่มีการขยับตัว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความยืดหยุ่นในการหาทางออกร่วมกัน

     ในมุมมองต่อ NATO รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะยอมรับความเสียสละของพันธมิตรอย่างเดนมาร์กที่เคยร่วมรบในอัฟกานิสถาน แต่จุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงชัดเจนว่า พันธมิตร NATO ต้องแบกรับภาระด้านความมั่นคงให้มากกว่านี้ รูบิโอเน้นว่า NATO จำเป็นต้องถูกปรับบทบาทใหม่ให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้ดูแลความมั่นคงเฉพาะยุโรปเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจในซีกโลกตะวันตกและอินโด-แปซิฟิก ขณะที่ทรัพยากรของสหรัฐฯ มีจำกัด

     ขณะเดียวกัน ภาพที่ทรัมป์ประกาศบนเวทีดาวอสว่าได้บรรลุ “ข้อตกลงกรอบเบื้องต้น” อาจทำให้หลายคนคิดวาการตัดสินใจเรื่องกรีนแลนด์ใกล้จบแล้ว แต่ในความเป็นจริง คำว่า “กรอบ” ในภาษาการทูต หมายถึงแค่การตกลงที่จะนั่งลงเจรจากันเท่านั้น และเมื่อวันที่ 28 มกราคม สงครามชักเย่อที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มขึ้นในวอชิงตัน: รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) กำลังหารือกับเจ้าหน้าที่จากเดนมาร์กและกรีนแลนด์ เพื่อหารือเกี่ยวกับก้าวต่อไปของกรีนแลนด์

     ตามรายงานของ ABC News เงื่อนไขที่รัฐบาลทรัมป์ยื่นมาไม่ใช่แค่การขยายฐานทัพทางทหารธรรมดา แต่เป็น "สิทธิการเข้าถึงอย่างสมบูรณ์" ในบางพื้นที่ของกรีนแลนด์ และการใช้สิทธิในการทำเหมืองเพื่อกีดกันผลประโยชน์ของจีนไม่ให้เข้ามา และสิ่งที่น่าขบคิดยิ่งกว่าคือคำกริยาวิเศษณ์บอกเวลาคำนั้น "ถาวร" (Forever) (ที่มาภาพด้านบน: UDN)

(ที่มา: UDN)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解