เมื่อก้าวเข้าสู่สตูดิโอในหมู่บ้านศิลปะ แสงอุ่นจากโคมไฟสานไม้ไผ่ทอดเงานุ่มนวล ข้างกันคือกล่องข้าวไม้ไผ่งานประณีต ผลงานของ “หลินซาน” (林山) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ 山傑號竹工 เขาเลือกใช้ไผ่กุ้ยจู๋ (桂竹) จากเมืองหนานโถว ผสานเทคนิคจักสานดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดออกแบบร่วมสมัย เปลี่ยนวัสดุพื้นบ้านให้กลายเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดเวิร์กช็อปให้ผู้คนได้สัมผัสเสน่ห์ของเส้นไผ่ด้วยตนเอง
หลินซานเติบโตที่หนานโถว จบด้านออกแบบแฟชั่น เคยทำงานทั้งร้านเสื้อผ้า งานทำกระเป๋าผ้าแคนวาส และร้านเฟอร์นิเจอร์ในช่วงโควิด-19 ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมทักษะการขาย ความประณีต และสายสัมพันธ์ในวงการออกแบบ ก่อนที่ชีวิตจะพลิกผันหลังเข้าร่วม “กวงเตี่ยนฟอรั่ม”(光點論壇) ที่จู๋ซาน เขาได้รู้จักกิจการหยวนไท่ไม้ไผ่( 元泰竹藝社) และต่อมาเข้าทำงานกับ Nantou CountyBamboo Life Cultural Association (南投縣竹生活文化促進協會) ในตำแหน่งนักออกแบบ ฝึกฝนอย่างจริงจังหนึ่งปีจนได้รับใบประกาศวิชาชีพ และผูกพันกับงานสานไผ่นับแต่นั้น
แม้อุตสาหกรรมสานไผ่เคยซบเซาในยุคพลาสติกเฟื่องฟู เขากลับมองเห็นศักยภาพของวัสดุที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น เส้นทางเรียนรู้ไม่ง่าย ต้องรื้อวิธีคิดเชิงโครงสร้างใหม่ทั้งหมด แต่ด้วยความมุ่งมั่น เขาค่อย ๆ ค้นพบตัวเองผ่านจังหวะ “กดหนึ่ง ยกหนึ่ง” ของการสาน
ต่อมาเขาเข้าพำนักสร้างสรรค์งานที่ 321 Art Village ก่อนย้ายสตูดิโอสู่อุทยานวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ซีจู๋เหว่ยจือชิว( 西竹圍之丘文創園區) และก่อตั้งแบรนด์ “ซานเจี๋ยห้าวงานไผ่”(山傑號竹工) ชื่อที่พ้องเสียงกับเครื่องหมาย “…” เปรียบเหมือนชีวิตบทใหม่ที่ยังไม่สิ้นสุด
หลินซานนำทักษะออกแบบแฟชั่นมาปรับของใช้ดั้งเดิมอย่าง “ตะกร้าทรงเรือ” ให้เล็กลง แข็งแรง และเหมาะกับครอบครัวยุคใหม่ สร้างสรรค์โคมไฟที่ประยุกต์สะดึงปักผ้าเป็นโครงเก็บขอบงาน ทำให้งานไผ่ทั้งคลาสสิกและร่วมสมัย เขายังเปิดเวิร์กช็อปสอนทำกล่องข้าว เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการและคุณค่าของงานทำมือ
การทำงานกับผู้สูงวัยในชุมชนยิ่งตอกย้ำว่า งานฝีมือไม่ใช่เพียงวัตถุ แต่คือพื้นที่แห่งความมั่นใจและการเติบโต วันนี้ “ซานเจี๋ยห้าวงานไผ่”(山傑號竹工) จึงไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ หากคือ “สะพาน” ที่เชื่อมผู้คนกลับมามองเห็นความงามของงานหัตถกรรมไต้หวัน ซึ่งมีคุณค่าที่อยู่ใกล้ตัว และไม่แพ้ชาติใดเลย