Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 มี.ค.2569

ผลกระทบจากการส่งออกน้อยหน่าสับปะรดที่ลดฮวบ ทำให้เกษตรกรและภาครัฐเร่งปรับตัว ทั้งขยายตลาดใหม่ สนับสนุนการแปรรูปและค่าขนส่ง เพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เปิดทางให้ผู้ประกอบการอาหารรับซื้อผลผลิตจากแหล่งปลูกโดยตรง(ภาพ:กรมการเกษตรและอาหาร)
ผลกระทบจากการส่งออกน้อยหน่าสับปะรดที่ลดฮวบ ทำให้เกษตรกรและภาครัฐเร่งปรับตัว ทั้งขยายตลาดใหม่ สนับสนุนการแปรรูปและค่าขนส่ง เพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เปิดทางให้ผู้ประกอบการอาหารรับซื้อผลผลิตจากแหล่งปลูกโดยตรง(ภาพ:กรมการเกษตรและอาหาร)

ฤดูการผลิตของ น้อยหน่าสับปะรด จะกระจุกตัวในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม โดยคาดว่าปริมาณผลผลิตรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 12,761 ตัน ทาง กรมการเกษตรและอาหารไต้หวัน ภายใต้ กระทรวงเกษตรไต้หวัน จึงเร่งผลักดันการจำหน่ายผ่านหลายช่องทาง พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจให้ผู้ประกอบการด้านอาหารเข้าไปรับซื้อผลผลิตจากแหล่งปลูกโดยตรงในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

กรมการเกษตรและอาหารระบุว่า ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้อยหน่าสับปะรดอย่างต่อเนื่อง หลายรายการได้วางจำหน่ายในตลาดแล้ว โดยเฉพาะ “เหล้าน้อยหน่าสับปะรด” ที่พัฒนาโดย Shan Yang Foods ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด มียอดจำหน่ายราว 20,000 ขวดต่อปี สร้างมูลค่าการผลิตประมาณ 10 ล้านเหรียญไต้หวัน

สำหรับการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ มีผู้ประกอบการหลายรายเข้าร่วมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ได้แก่ Shang Shuean Food, Lyu Yuan Pasture, Fu-Fruit และ Cannon Winery เพื่อนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป เช่น เนื้อน้อยหน่าสับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง เนื้อบดสำหรับเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ หรือผลไม้อบแห้ง ก่อนนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ไอศกรีม สมูทตี้ ขนมหวานเย็น เครื่องดื่มโซดาน้อยหน่าสับปะรด รวมถึง “ข้าวเกรียบกรอบรสน้อยหน่าสับปะรด”

ฟั่นกั๋วชิ่ง(范國慶) ผู้อำนวยการกองอุตสาหกรรมไม้ผลและไม้ดอกของกรมการเกษตรและอาหาร ระบุว่า เป้าหมายการส่งเสริมการแปรรูปในปี 2026 อยู่ที่ 2,000 ตัน โดยผู้ประกอบการจะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 25 เหรียญไต้หวัน พร้อมเงินสนับสนุนค่าดำเนินการแปรรูปกิโลกรัมละ 2 เหรียญไต้หวัน และช่วยอุดหนุนค่ารวบรวมและขนส่งจากแหล่งผลิตอีกกิโลกรัมละ 2 เหรียญไต้หวัน เพื่อช่วยพยุงราคาผลผลิตในช่วงฤดูกาล

ขณะเดียวกัน สหกรณ์เกษตรเมืองไถตง ยังได้ร่วมมือกับบริษัทขนมชื่อดัง Kuai Kuai(乖乖公司) พัฒนาขนม “ข้าวเกรียบกรอบ” รสชาติพิเศษจากวัตถุดิบท้องถิ่นหลายชนิด เช่น นมจากฟาร์มชูลู่ แคนตาลูป มะม่วงเซี่ยเสวี่ย และชาอูหลงแดง รวมถึงในปี 2023 ได้เพิ่มรสน้อยหน่าสับปะรดเข้าไปด้วย

      เสิ่นสูจวน( 沈淑娟)ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสหกรณ์ฯ กล่าวว่า ขนมรสพิเศษเหล่านี้ใช้ข้าวและผลผลิตทางการเกษตรของไถตงเป็นวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนสูงกว่าสินค้าทั่วไป ราคาจำหน่ายอยู่ที่ถุงละ 50 เหรียญไต้หวัน (52 กรัม) โดยรสชาอูหลงแดงมียอดขายโดดเด่นที่สุด ส่วนรสชาติอื่น ๆ รวมถึงน้อยหน่าสับปะรดมียอดขายใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม รสชาติที่สอดคล้องกับฤดูกาลผลผลิตมักช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解